09.00 INDEX เปิดโฉม กรรมการ วินิจฉัย ชี้ความผิด เพื่อนิรโทษกรรม
ยิ่งการเคลื่อนไหวของ นายชัยธวัช ตุลาธน เร่งเร้าเย้ายวนต่อความสนใจในทางการเมืองมากเพียงใด
ยิ่งมีความจำเป็นต้องเน้นไปยัง“เนื้อหา”ของร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม
คล้ายกับการยังยืนระยะอยู่กับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จะดำรงอยู่ในลักษณะเหมือนกับการหยั่งในเชิงยั่ว
กระทั่ง นักกฎหมายระดับ นายวิชา มหาคุณ ก็ยังคล้อยตาม ความพยายาม
กระทั่ง นักการเมืองคร่ำหวอดระดับ นายเทพไท เสนพงศ์ ก็เห็นชอบด้วยอย่างเต็มปาก
สะท้อนให้เห็นว่า“เส้นทาง”ในการเชื่อมโยงของ นายชัยธวัช ตุลาธน มิได้อยู่ที่ นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ เพียงผู้เดียว ตรงกันข้าม ดำเนินไปในลักษณะ “ดาวกระจาย”
นี่ย่อมเป็นการทดสอบความสามารถในการสร้างพันธมิตรใน“แนวร่วม”อันทรงความหมายยิ่งของหัวหน้าพรรคก้าวไกล ที่เคยถูกสบประมาทว่าไม่มีใครอยากคบหายังเป็นจริงอยู่หรือไม่
พลันที่พรรคก้าวไกลเปิดรายละเอียดว่าด้วย “คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดการกระทำความผิดเพื่อการนิรโทษกรรม” อันอยู่ในร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมออกมาทุกคนย่อมนะจังงัง
นะจังงังภายใน “องค์ประกอบ” แห่ง “คณะกรรมการ”
ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมบัญญัติให้บทบาทในการแต่งตั้งเป็นของ “ประธานรัฐสภา”
โดยเริ่มจาก 1 ประธานสภาผู้แทนราษฎร
ตามมาด้วย 1 ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ประสานเข้ากับ 1 บุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อจากคณะรัฐมนตรี และอีก 2 คนจากการเลือกในที่ประชุมของ ส.ส.
จากนั้น 1 เป็นผู้พิพากษาหรืออดีตผู้พิพากษาในศาลยุติธรรมจากการเลือกของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา 1 ตุลาการหรือ อดีตตุลาการศาลปกครองจากการเลือกของที่ประชุมใหญ่ศาลปกครอง 1 พนักงานอัยการหรืออดีตพนักงานอัยการจากการเลือกของศาลปกครองและอัยการ และ 1 เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
โดยวินิจฉัยจาก “มูลเหตุจูงใจที่มาจากประเด็นการเมือง”
จากนี้จึงเห็นได้อย่างเด่นชัดว่า ใครอยู่ในข่ายเป็นการกระทำความ ผิดเพื่อการนิรโทษกรรม มิได้มาจากความปรารถนาของพรรคก้าว ไกลหรือพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง
หากแต่มาจากคณะกรรมการวินิจฉัย “ชี้ขาด”
ไม่เพียงแต่ประกอบด้วยบุคคลอันมาจากการเลือกของประชาชน ทั้งประธานรัฐสภา ทั้งที่อยู่ในรัฐบาลและฝ่ายค้าน หาก ที่สำคัญเป็นยังมาจากศาลยุติธรรม ศาลปกครอง อัยการ
เนื้อหาและเป้าหมายนี้เองที่พรรคก้าวไกลนำเสนอเพื่อการพิจารณาร่วมกันในสภาผู้แทนราษฎรอันมาจากการเลือกตั้ง
นี่คือสีสันและบรรยากาศอันสะท้อน “ประชาธิปไตย”ชัดเจน

