หมายเหตุ – รายละเอียดส่วนหนึ่งของโครงการที่หน่วยงานต่างๆ ในจังหวัดหนองบัวลำภู และกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 (อุดรธานี เลย หนองคาย หนองบัวลำภู และบึงกาฬ) เตรียมนำเสนอให้นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่จะเดินทางลงพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู เพื่อตรวจราชการและเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 1จังหวัดหนองบัวลำภู ระหว่างวันที่ 3-4 ธันวาคม
ข้อเสนอจังหวัดหนองบัวลำภู นำเสนอโครงการด้านเศรษฐกิจจำนวน 81 โครงการ วงเงิน 7,442 ล้านบาท
⦁พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน/ระบบโลจิสติกส์ อาทิ
โครงการก่อสร้างถนนเลี่ยงเมือง ทล 228 เลี่ยงเมืองศรีบุญเรือง งบประมาณ 1,650,000,000 บาท, โครงการก่อสร้างถนน (ขยายช่องจราจร) ทล.2146 สายทาง หนองบัวลาภู (โนนสัง) เชื่อมจังหวัดขอนแก่นระยะทาง 58.646 กม. งบประมาณ 1,176,000,000 บาท, โครงการขยาย 4 ช่องจราจร ทางหลวง 228 ตอน ห้วยสายหนัง ศรีบุญเรือง งบประมาณ 550,000,000 บาท เป็นต้น
โครงการเพื่อส่งเสริมและพัฒนาด้านการท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติภูเก้า ภูพานคำ อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู ก่อสร้างสะพานเพื่อการท่องเที่ยวหาดโนนยาว งบประมาณ 350,000,000 บาท โครงการก่อสร้างอุทยานการเรียนรู้ไดโนเสาร์และสวนน้ำหาดโนนยาว Dino water Park Nong Bua Lam Phu Phase 2 งบประมาณ 25,000,000 บาท, โครงการ LAND MARK OF NONG BUA LAM PHU ตำบลลำภู อำเภอเมือง งบประมาณ 50,000,000 บาท และโครงการพัฒนาจังหวัดหนองบัวลำภูสู่การเป็นเมืองแห่งแฟชั่นผ้าพื้นเมือง งบประมาณ 32,500,000 บาท
⦁การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด วงเงิน 19,950 ล้านบาท ฝึกอบรมจัดตั้งชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด จัดฝึกอบรมจัดตั้งชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) จำนวน 6,473 คน
⦁การแก้ไขปัญหาภาคการเกษตร 2 โครงการ วงเงิน 48.626 ล้านบาท 1.โครงการฝายบ้านนาไร่ บ้านนาไร่ ตาบลดงมะไฟ อำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู งบประมาณ 30,000,000 บาท 2.โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตผักปลอดภัยเพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตร และรายได้เกษตรกร งบประมาณ 18,626,000 บาท
⦁ยกระดับศักยภาพและผลผลิตสินค้าเกษตร วงเงิน 275,630,000 ล้านบาท อาทิ
โครงการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันสำหรับกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคและกระบือจังหวัดหนองบัวลำภู ภายใต้การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหมาะสมกับพื้นที่ งบประมาณ 46,000,000 บาท, โครงการพัฒนาและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันสำหรับกลุ่มเกษตรกรผลิตและแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรจังหวัดหนองบัวลำภู ภายใต้การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหมาะสมกับพื้นที่ งบประมาณ 56,000,000 บาท, โครงการส่งเสริมการเพิ่มผลผลิตต่อไร่ในพืชเศรษฐกิจล้มลุก งบประมาณ 27,960,000 บาท, โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตผักปลอดภัย งบประมาณ 37,900,000 บาท เป็นต้น
⦁การแก้ไขปัญหาความยากจน วงเงิน 31,424 ล้านบาท อาทิ โครงการขับเคลื่อนแพรพรรณลุ่มภูสู่การเป็นเมืองแฟชั่นผ้าทอพื้นเมือง
จัดตั้งและพัฒนาศักยภาพวิชชาลัยผ้าทอหนองบัวลำภู สู่เมืองแห่งแฟชั่นผ้าพื้นเมือง วัตถุประสงค์ 1.ส่งเสริมการผลิตด้วยวัตถุดิบปลอดภัย 2.พัฒนาศักยภาพผู้ผลิต ผู้ประกอบการ 3.พัฒนาผลิตภัณฑ์/บรรจุภัณฑ์ 4.จัดตั้ง “วิชชาลัย” จำนวน 4 แห่ง 5.ส่งเสริมด้านการตลาด สร้างการเรียนรู้ตลาดออนไลน์ 6.ส่งเสริมด้านการตลาด งานมหกรรมผ้าทอมือ แฟชั่นสิ่งทอและผลิตภัณฑ์พื้นถิ่นสู่สากลในกลุ่มจังหวัด และ 7.ส่งเสริมด้านการตลาด การจัดงาน Nongbualamphu Fashion Week, โครงการก่อสร้างเครื่องเล่นโหนสะลิง (Zipline) เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว Sky Walk ภูแอ่น อุทยานแห่งชาติภูเก้า ภูพานคำ จังหวัดหนองบัวลำภู งบประมาณ 11,424,000 บาท
⦁ด้านสังคม อาทิ โครงการจัดตั้งมินิธัญญารักษ์ในโรงพยาบาลชุมชน จังหวัดหนองบัวลำภู ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 งบประมาณ 75,000,000 บาท
⦁ด้านการแพทย์และสาธารณสุข อาทิ โครงการจัดตั้งศูนย์สุขภาพดี วิถีลุ่มภู (Wellness Center) จังหวัดหนองบัวลำภู งบประมาณ 120,000,000 บาท, อาคารผู้ป่วยใน 114 เตียง 5 ชั้น โรงพยาบาลหนองบัวลำภู งบประมาณ 108,860,000 บาท

วิสูตร คำอินทร์
ประธานหอการค้าจังหวัดหนองบัวลำภู
เรื่องของทางหอการค้าจะให้ดำเนินการมีอยู่ด้วยกัน 4 ด้าน คือ ปัญหาความยากจน ปัญหายาเสพติด ปัญหาสินค้าทางด้านการเกษตรและปัญหาเรื่องการท่องเที่ยว โดยเฉพาะเรื่องน้ำเพื่อการเกษตรนั้นถือว่าเป็นปัญหาหลักของจังหวัดหนองบัวลำภูและเรื่องการท่องเที่ยว ทั้ง 2 เรื่องนี้จะเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดเศรษฐกิจต่อจังหวัดหนองบัวลำภูได้อย่างแท้จริง เพราะที่ผ่านมารายได้จากการท่องเที่ยวของเรายังน้อยมาก โดยมีรายได้จากการท่องเที่ยว 209 ล้านบาท ลำดับที่ 77 ของประเทศ
ส่วนเรื่องเกษตร ถือว่าหนองบัวลำภู เป็นเมืองที่มีพื้นที่ชลประทาน 114,719 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 7.72 พื้นที่เท่านั้น

ราชันย์ ซุ้นหั้ว
ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย
มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวบรวมข้อมูล ปัญหาอุปสรรค และความต้องการ เพื่อใช้ในการประชุม ครม.สัญจร ที่จังหวัดหนองบัวลำภู ในวันที่ 4 ธันวาคมนี้ ซึ่งประเด็นการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดนั้น ที่ทำการปกครองจังหวัดหนองคาย ได้มีการรวบรวมข้อมูล ปัญหาอุปสรรค และความต้องการ สรุปข้อมูลประกอบด้วย มิติด้านความมั่นคงบริเวณชายแดนจังหวัดหนองคาย ที่มีชายแดนติดกับ สปป.ลาว มีแม่น้ำโขงเป็นเส้นกั้นพรมแดน ระยะทางประมาณ 210.6 กม. มีอำเภอที่อยู่ตามตะเข็บชายแดน 6 อำเภอ มีด่านถาวร 3 จุด และมีจุดผ่อนปรน 4 จุด ทำให้มีการลักลอบนำเข้ายาเสพติดในพื้นที่เป็นจำนวนมาก จึงได้มีการบูรณาการจัดชุดปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เพื่อป้องกันและปราบปรามไม่ให้มีการลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาในประเทศ
ด้านความสัมพันธ์ระหว่างจังหวัดหนองคายกับนครหลวงเวียงจันทน์และแขวงบอลิคำไซ ที่ทั้งสองฝ่ายได้มีการจัดประชุมร่วมระหว่างคณะกรรมการร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดนจังหวัดหนองคาย-นครหลวงเวียงจันทน์ และจัดให้มีการประชุมร่วมระหว่างคณะกรรมการร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดนจังหวัดหนองคาย-แขวงบอลิคำไซ อย่างต่อเนื่อง ประกอบกับจังหวัดหนองคายได้ให้ความร่วมมือในการประสานหน่วยในระดับอำเภอและท้องถิ่นตลอดแนวชายแดนในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย ให้แก่ประชาชนตามแนวชายแดน ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมทั้งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อยตามชายแดนด้านนครหลวงเวียงจันทน์และแขวงบอลิคำไซ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ขึ้นในอำเภอชายแดน ทุกอำเภอ เพื่อให้คณะอนุกรรมการดังกล่าว มีการเสริมสร้างความสัมพันธ์และความเข้าใจอันดีกับประเทศเพื่อนบ้านในระดับพื้นที่ มีความเข้าใจในวิถีชายแดน วัฒนธรรมประเพณีปฏิบัติในระดับพื้นที่ของทั้งสองประเทศ ให้เกิดความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาชายแดนร่วมกัน
การดำเนินโครงการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน (เมืองกับเมือง) จังหวัดหนองคาย โดยที่ทำการปกครองจังหวัดหนองคาย ได้รับการจัดสรรงบประมาณในการดำเนินโครงการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนกับประชาชนในพื้นที่ชายแดน เป็นประจำทุกปี ปีละ 2 ครั้ง เพื่อให้อำเภอดำเนินโครงการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งด้านความมั่นคง ด้านเศรษฐกิจ และด้านสังคมและวัฒนธรรม
สถานการณ์ยาเสพติดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ยังต้องเผชิญกับปัญหาการลักลอบลำเลียงยาเสพติดค่อนข้างสูงทั้งปริมาณคดียาเสพติดและปริมาณของกลาง โดยเป็นที่ทราบกันดีว่ากลุ่มนักค้ายาเสพติดได้ปรับเปลี่ยนเส้นทางการลำเลียงยาเสพติดมาทางสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว-เวียดนามมากขึ้น ทำให้พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แนวโน้มสถานการณ์จังหวัดหนองคาย ยังคงเป็นพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังการลักลอบนำเข้ายาเสพติดและกลุ่มเครือข่ายที่เข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ พื้นที่ที่ควรเฝ้าระวังในห้วงนี้ คือ พื้นที่อำเภอที่ติดกับแม่น้ำโขง การแพร่ระบาดของยาเสพติด ยังคงมีแนวโน้มที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลการจับกุมยาเสพติด พบว่ามีการจับกุมคดีเสพมากกว่าคดีค้า
มาตรการการสกัดกั้นยาเสพติด ประกอบด้วยการจัดตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด ในเส้นทางคมนาคมหลัก จัดกำลังชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) เดินเวรยามเฝ้าตรวจในพื้นที่หมู่บ้านชายแดน มอบหมายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ในพื้นที่เพ่งเล็ง การลักลอบนำเข้ายาเสพติด การจัดประชุมโต๊ะข่าวระดับอำเภอ เพื่อรวบรวมและประสานงานด้านการข่าว รวมทั้งประสานงาน การออกปฏิบัติงาน และประสานงานแลกเปลี่ยนข่าวสารด้านยาเสพติด ระหว่างอำเภอกับเมืองชายแดน และสำนักงาน BLO สปป.ลาว อย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ ยังได้มีการจัดเตรียมข้อมูลด้านการป้องกันการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย, การขับเคลื่อนการจัดระเบียบสังคมและการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ และด้านสถานการณ์อุทกภัยและการช่วยเหลือผู้ประสบภัย อีกด้วย
ในส่วนของโครงการที่จะเสนอของบประมาณ คือ โครงการป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติดจังหวัดหนองคาย ที่แยกเป็น 2 กิจกรรมย่อย ประกอบด้วย กิจกรรมที่ 1 แก้ไขปัญหาผู้ป่วยที่มีอาการทางจิตจากยาเสพติด จำนวน 3 รุ่น รุ่นละ 20 คน รวมทั้งหมด 60 คน โดยใช้งบประมาณในการดำเนินการ รุ่นละ 489,000 บาท รวมเป็นเงิน 1,467,000 บาทและกิจกรรมที่ 2 การฝึกอบรมชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านชายแดนจังหวัดหนองคาย จำนวน 27 รุ่น รุ่นละ 80 คน รวม 2,160 คน โดยใช้งบประมาณในการดำเนินการรุ่นละ 120,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งหมด 3,240,000 บาท ดำเนินการฝึกอบรมในพื้นที่อำเภอชายแดน 6 อำเภอ 26 ตำบล 144 หมู่บ้าน/ชุมชน

จุมพฏ วรรณฉัตรสิริ
รักษาการผู้ว่าฯบึงกาฬ
บึงกาฬเป็นจังหวัดชายแดนอยู่เหนือสุดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อยู่ตรงกันข้ามกับแขวงบอลิคำไซ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มีศักยภาพทั้งด้านเกษตรกรรม การค้าชายแดน และการท่องเที่ยว จังหวัดบึงกาฬได้กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด “สร้างเมือง สร้างคน สร้างรายได้” เป้าหมายการพัฒนาจังหวัด คือ “เมืองยางพารา การเกษตรก้าวหน้า ประตูการค้าอินโดจีน และการท่องเที่ยววิถีชีวิตลุ่มน้ำโขง” จากการสำรวจข้อมูลพบว่าจังหวัดบึงกาฬมีปัญหาหลักที่ควรได้รับการแก้ไขโดยเร่งด่วน คือ ปัญหาความยากจน และปัญหายาเสพติด
ปัญหาความยากจนปี 2564 ประชาชนจังหวัดบึงกาฬมีรายได้เฉลี่ย 80,159 บาท/คน/ปี เป็นลำดับที่ 64 ของประเทศ มีผลิตภัณฑ์มวลรวม 28,670 ล้านบาท เป็นลำดับที่ 71 ของประเทศ ประชาชนมีรายได้หลักจากการประกอบอาชีพภาคการเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปลูกยางพารา ซึ่งมีราคาผลผลิต ไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับกลไกตลาด เกษตรกรขาดอานาจในการต่อรอง มีรายได้ไม่เพียงพอต่อการยังชีพขั้นพื้นฐาน ปัญหายาเสพติด จังหวัดบึงกาฬเป็นจังหวัดชายแดน มีความยาวตามแม่น้ำโขง 120 กิโลเมตร มีช่องทางธรรมชาติที่เสี่ยงต่อการลักลอบค้ายาเสพติด และสิ่งของผิดกฎหมายต่างๆ โดยในปีงบประมาณ พ.ศ.2565 มีการจับกุมผู้กระทำความผิด ของกลางยาบ้า 11.5 ล้านเม็ด ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ยาบ้า 15.5 ล้านเม็ด ซึ่งมีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี จากปัญหาเร่งด่วนทั้ง 2 ปัญหาดังกล่าว จังหวัดบึงกาฬจึงได้เสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณในการ “ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้และขยายโอกาส” เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน และ “การสร้างชุมชนเข้มแข็ง เพื่อการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน” จากการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่าง เป็นทางการนอกสถานที่ ณ จังหวัดหนองบัวลำภู โดยแยกเป็น (1) โครงการเร่งด่วนที่สามารถดำเนินการ ได้ภายใน 1 ปี จำนวน 6 โครงการ งบประมาณ 100 ล้านบาท และ (2) โครงการเชิงนโยบาย จำนวน 10 โครงการ ดังนี้
ข้อเสนอโครงการเร่งด่วน อาทิ โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนบึงกาฬ “สร้างอาชีพ สร้างรายได้” งบประมาณ 5,115,000 บาท, โครงการพัฒนาสร้างเสริมอาชีพเพื่อสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานราก งบประมาณ 11,000,000 บาท, โครงการปรับปรุงถนนลาดยางเข้าแหล่งท่องเที่ยวหินสามวาฬ สาย บก.3007 แยก ทล.212-บ้านใหม่พัฒนา ตาบลโคกก่อง อำเภอเมืองบึงกาฬ งบประมาณ 30,000,000 บาท, โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดจังหวัดบึงกาฬ งบประมาณ 9,000,000 บาท, โครงการขับเคลื่อนสินค้าเกษตรมูลค่าสูงสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน งบประมาณ 12,885,000 บาท, โครงการปรับปรุงถนนลาดยาง และก่อสร้างสะพานข้ามห้วยบางบาตร เพื่อขนส่งสินค้าทางการเกษตร อำเภอเมืองบึงกาฬ งบประมาณ 32,000,000 บาท
ข้อเสนอโครงการเชิงนโยบาย อาทิ โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์และพัฒนาพื้นที่ภูทอก บ้านนาคำแคน ตำบลนาแสง อำเภอศรีวิไล, โครงการพัฒนาพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองกุดทิง อำเภอเมืองบึงกาฬ, โครงการพัฒนาพื้นที่ศึกษาธรรมชาติน้ำตกถ้ำพระ และพื้นที่โดยรอบเขตรักษาพันธุ์ สัตว์ป่าภูวัว อำเภอเซกา, โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทิวโขงงามภูทอกน้อย (Sky walk) บ้านภูสวาท ตำบลหนองเดิ่น อำเภอบุ่งคล้า, โครงการจัดตั้งโรงพยาบาลจิตเวชและศูนย์ฟื้นฟู บำบัด ผู้ติดยาเสพติด จังหวัดบึงกาฬ, โครงการจ้างศึกษา สำรวจ ออกแบบ และก่อสร้างประตูระบายน้ำห้วยผาคาง ตำบลไคสี อำเภอเมืองบึงกาฬ, โครงการศึกษาความเหมาะสมการจัดตั้งมหาวิทยาลัยบึงกาฬ, โครงการศึกษาความเหมาะสมการจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษบึงกาฬ
โครงการก่อสร้างเพิ่มช่องจราจร 2 ช่องจราจร เป็น 4 ช่องจราจร ทางหลวงหมายเลข 212 ตอนควบคุม 0201 ตอนห้วยก้านเหลือง-ดงบัง, โครงการก่อสร้างเพิ่มช่องจราจร 2 ช่องจราจร เป็น 4 ช่องจราจร ทางหลวงหมายเลข 222 ตอนควบคุม 0202 ตอนท่ากกแดง-บึงกาฬ ระหว่างระยะทาง 20.800 กม.
ทั้งนี้ หากจังหวัดบึงกาฬได้รับการสนับสนุนการพัฒนาจากคณะรัฐมนตรีจะทำให้จังหวัดบึงกาฬสามารถแก้ไขปัญหาความยากจนและปัญหายาเสพติดได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาวอย่างยั่งยืน

