หน้าแรก การเมือง ปริญญา ชี้ &#...

ปริญญา ชี้ ‘กองทุนหมู่บ้าน’ เวิร์กกว่าเติมเงิน ชงยุทธศาสตร์ทำน้อยได้มาก เน้นจ้างงาน อย่าลงที่วัตถุ

2.12.23 | 21:14 น.

อ.ปริญญา แนะ ‘กองทุนหมู่บ้าน’ เวิร์กกว่าเติมเงินครั้งเดียวจบ ชง ‘ยุทธศาสตร์ทำน้อยได้มาก’ เน้นลงทุนจ้างงาน ไม่ใช่ลงที่วัตถุ

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม ที่มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-Move) จัดกิจกรรมระดมทุน “13 ปี พีมูฟ สู่สังคมที่เป็นธรรม” ที่ดิน เสรีภาพ ประชาธิปไตย และความเป็นธรรม โดยมีกิจกรรมตลอดทั้งวัน อาทิ รำลึกวีรชน, การระดมทุนผ้าป่าสามัคคี, การเสวนาวิชาการ, ซุ้มอาหารเครื่อข่าย งานวัฒนธรรม เป็นต้น

เวลา 16.00 น. บรรยากาศเสวนาหัวข้อ “สู่อนาคตประชาธิปไตย สู่สังคมไทยที่เป็นธรรม” นำโดย นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าคณะก้าวหน้า, ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, นางสาวกรกนก คำตา อดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อพรรคสามัญชน, นางปรีดา คงแป้น กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, ศ.ดร.อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์ อาจารย์คณะมนุษยศาสตร์,นายพายุ บุญโสภณ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง, นางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิดวงประทีป และ นางสาวฐปณีย์ เอียดศรีไชย ผู้ดำเนินรายการ

ในตอนหนึ่งของการเสวนา ผศ.ดร.ปริญญา กล่าวว่า ตนคิดว่าเรื่องปัญหาเราเห็นตรงกัน เพียงแต่ว่าเราจะแก้อย่างไรให้สำเร็จ ซึ่งก่อนอื่นเลยเราต้องเข้าใจว่าประชาธิปไตย

“เมื่อประชาเป็นเจ้าของอธิปไตย ประชาชนชนก็มีอำนาจสูงสุดของประเทศ เป็นเจ้าของประเทศร่วมกัน ทุกคนมีส่วนร่วมกันไม่ว่าจะเป็นใคร เพศอะไร ชาติพันธุ์ อาชีพการงาน ทุกคนเสมอกันหมด” ผศ.ดร.ปริญญากล่าว

Advertisement

ผศ.ดร.ปริญญากล่าวอีกว่า ทีนี้ปัญหาคือเราให้ความเสมอภาคแบบนี้กับตอนหย่อนบัตรเลือกตั้งทีหนึ่ง กับ การลงประชามติทีหนึ่ง แต่พอนอกคูหาเลือกตั้ง มันเหมือนกับประมูลเลขสวยที่เจตนาดี

“เดิมมันอยู่ในมือของผู้มีอำนาจที่จองเลขสวยแล้วให้หมู่ พวกกันเอง บางทีก็เอาไปขาย ก็เลยให้ประมูลแล้วให้เหตุผลว่า ทุกคนมีโอกาสได้หมด แต่ปัญหาคือทุกคนมีโอกาสได้หมดจริงหรือ มันได้เพียงคนมีเงินเท่านั้นไง” ผศ.ดร.ปริญญาชี้

ผศ.ดร.ปริญญากล่าวต่อว่า การนำไปสู่สังคมประชาธิปไตยที่แท้จริง เราจะพูดถึงความเสมอภาคทางการเมืองเพียงอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีความเสมอภาคทางเศรษฐกิจ หรือ ต้องมีโอกาสให้คนที่หลากหลายในสังคม

“ยกตัวอย่าง เหมือนการตีกอล์ฟคนต้องส่งเสริมพัฒนาไง หรือ รถสาธารณะต้องมีที่นั่งให้สตรีมีครรภ์ หรือ คนป่วย ไม่ใช่ว่าเสมอภาคกันแล้วก็ไปแย่งชิงกันก็แล้วกัน แบบนี้ผู้ชายตัวใหญ่ก็เอาไปกินหมด ฉะนั้นสังคม ต้องให้โอกาสเสมอกัน แต่เรื่องทางสังคมหรือทางกายภาพ มันต้องมีการส่งเสริมโอกาส หลักเดียวกันมันต้องใช้กับทุกมิติ แต่ปรากฏว่าเรายังขาดเรื่องนี้อยู่มาก”ผศ.ดร.ปริญญาชี้

ผศ.ดร.ปริญญากล่าวว่า แม้กระทั่งเรื่องที่ว่าประชาชนเป็นเจ้าของประเทศ แล้วบ้านเมืองของเราจะไปข้างหน้าอย่างไร ซึ่งทุกคนมีบัตร 2 ใบเท่ากัน ใบหนึ่งเลือก ส.ส.เขต และ ใบหนึ่งเลือกส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ แล้วจบ

“มันเหมือนประกาศ TOR ให้มีทีมงานมาบริหารประเทศ มีเงินเดือนเท่านี้มีผลตอบแทนเท่านี้ แล้วก็บริหารประเทศ 4 ปีนี้มีเงินปีละ 3.4 ล้านล้านบาทและมีทรัพยากรอย่างเท่านี้ พรรคการเมืองก็จัดทีมมา แล้วพวกเราก็คนละก็นั่งฟัง จัดทีมพร้อมนโยบาย พรรคไหนได้เสียงข้างมากก็เป็นรัฐบาลไป 4 ปีถูกไหม แล้วก็มีหน้าที่เอานโยบายที่หาเสียงไว้ เอาไปทำเป็นนโยบายประเทศงบประมาณปี หนึ่ง 3.4 ล้านล้านบาท จะใช้อย่างไรก็คือสิ่งที่เขาหาเสียงไว้ก็เอามาทำเป็นนโยบาย ขั้นตอนมันเป็นอย่างงั้น” ผศ.ดร.ปริญญากล่าว

ผศ.ดร.ปริญญากล่าวอีกว่า แม้กระทั้งเรื่องนี้เรายังมีปัญหา เพราะว่าเสียงข้างมากเนี่ยพูดหลักการ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพรรคใด ซึ่งตามหลักการพรรคอันดับหนึ่ง รวมเสียงเกินครึ่งก็ต้องเป็นรัฐบาล อันนี้เรายังไม่ได้ ทำให้ปัญหาอื่นก็ยิ่งไม่ได้หนักเข้าไป

“ทีนี้จะบอกว่าทำเรื่องหนึ่งเรื่องใดก่อน มันเป็นเรื่องของจังหวะ แต่ว่าในแง่ของความเป็นธรรมสังคมมันต้องสร้างพื้นที่และเปิดให้ทุกมิติได้ขับเคลื่อนสังคมไปด้วยกัน ถ้าพูดถึงในแง่ของทางแก้ปัญหา ผมคิดว่าเราต้องมาผลักดัน ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องทางประชาธิปไตยทางความเสมอภาคทางการเมือง แต่ต้องมาคิดเรื่องความเสมอภาคทางเศรษฐกิจและสังคม ขยับไปพร้อมกัน” ผศ.ดร.ปริญญาชี้

ผศ.ดร.ปริญญากล่าวว่า ความเสมอภาคทางเศรษฐกิจกับทางสังคมนั้น ต้องให้งาน ให้โอกาสให้เขาตั้งตัว ให้ทุน ให้ทรัพยากรแล้วก็ให้ไปการชดเชยตรงที่เขาที่เขาด้อยกว่า ชดเชยเข้าไปให้เขาเท่ากัน

“ถ้าจะพูดให้เป็นรูปธรรมขึ้น ผมยกนโยบายพรรคการเมืองที่ดีมากเรื่องหนึ่ง ในรอบ 20 ปีที่ผ่านมาถ้านับจริงๆก็ต้อง 22 ปี ก็คือเรื่องของสวัสดิการในการรักษาพยาบาล ก่อนหน้าปี 2544 คนไทยตายเพราะไม่มีเงินค่ายา ปัจจุบันทุกคนเข้าถึงหมอเข้าถึงยา

เพียงแต่ว่าอาจจะต้องไปตั้งแต่ตี 4 เพื่อรักษาตอน 10 โมง หรือ บ่ายโมงเพราะคนไข้เยอะ นี่เรื่องนึงอย่างน้อยเนี่ยมันก็ดีขึ้นในข้อนี้ เราก็เรียกว่าสวัสดิการเป็นขั้นพื้นฐานว่า คนไทยที่เจ็บไข้ได้ป่วยต้องไม่ตาย เพราะไม่มีเงินใช่ไหม” ผศ.ดร.ปริญญาระบุ

ผศ.ดร.ปริญญากล่าวว่า อีกเรื่องที่ตนคิดว่าดี อยากจะชวนพรรครัฐบาลพรรคเพื่อไทย ให้ดูเป็นตัวอย่าง คือ กองทุนหมู่บ้าน หมู่บ้านละล้าน ซึ่งมันดีกว่าการเติมเงิน

“ถ้าเราเข้าใจ มันไม่ใช่แค่การให้เงิน มันคือการให้งาน มันคือการให้โอกาสให้เขาได้มีส่วนร่วมในการถือครองทรัพยากร ได้บริหารทรัพยากร เอาง่ายๆคิดว่าประเทศไทย นับเป็นประเทศอุดมสมบูรณ์ ในแม่น้ำอุดมไปด้วยปลาถ้าเราดูแลให้ดีไม่ให้มีน้ำเสีย ริมแม่น้ำแล้วก็เต็มไปด้วยอาหารคือผัก ซึ่งเป็นของกินทั้งนั้น ในป่าก็เต็มไปด้วยอาหาร แต่เรากลับปิดกั้นชาวบ้านไม่ให้ไปหากินได้เลย แต่ทำให้ป่าที่ติดกับชุมชน ก็ให้ชุมชนดูแลและได้ใช้ประโยชน์จากแม่น้ำ เพื่อเป็นแหล่งอาหาร” ผศ.ดร.ปริญญาเผย

ผศ.ดร.ปริญญากล่าวว่า มันต้องกระจายให้มากแล้วก็มีลักษณะของกองทุน ที่ประชาชนจะมีโอกาสได้ตั้งตัว หรือ มีโอกาสที่จะเอามาใช้แล้วหมุนเวียนกัน รูปแบบแบบเหมือนกองทุนอะไรที่เคยทำในปี 2544 มันดีกว่าให้เงินไปครั้งเดียว

“กระตุ้นเศรษฐกิจเนี่ย มันมันก็ดีหรอก แต่ว่ากระตุ้นแล้วเนี่ยมจะลงมาถึงคนจน คนด้อยโอกาสสักเท่าไหร่ อันนี้เราไม่ค่อยแน่ใจ ดังนั้นต้องคิดระยะยาวถึงเรื่องกระตุ้นกำลังซื้อ และโอกาสของคนข้างล่างอย่างยั่งยืนด้วย ดีกว่าให้เงินครั้งเดียวแล้วก็จบไป” ผศ.ดร.ปริญญาเผย

ผศ.ดร.ปริญญากล่าวว่า ตนคิดว่าในเรื่องของการให้งาน การให้โอกาสตรงนี้ มันดีกว่าการให้เพียงครั้งเดียว ถ้าพูดอย่างอย่างชัดชัดขึ้น จากความเสมอภาคทางการเมือง มันต้องให้ความเสมอภาคทางเศรษฐกิจและทางสังคม รวมถึงมิติต่างๆ

“ผมคิดว่าไม่มีประเทศไหนหรอกประชาธิปไตย มีความเสมอภาคของผู้คน แล้วอยู่ร่วมกันได้แม้จะเห็นต่างกัน คนไหนที่เขาด้อยโอกาส ก็ชดเชยช่วยเขา ไม่มีทางสำเร็จ ถ้าหากจะมีความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมมาก

มันจึงต้องทำเรื่องการแก้ความเหลื่อมล้ำในด้านอื่นคือ เศรษฐกิจและสังคมไปด้วยกัน ซึ่งในทางสังคมมันก็ต้องมาเป็นรูปธรรม คือการให้โอกาส เพราะคนเราพอลืมตาอ้าปากได้ เรื่องทางสังคมก็ตามมา” ผศ.ดร.ปริญญาชี้

ผศ.ดร.ปริญญา กล่าวว่า ข้อสำคัญที่ตนจะเสนอแนะเป็นรูปธรรมอีกประเด็นเดียวเพื่อเป็นตัวอย่าง ซึ่งตนจะตั้งคำถามว่าทำไมการกระจายอำนาจ ที่คณะก้าวหน้าก็ผลักดันเรื่องนี้ ทำไมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นถึงและภาครัฐทั้งหมดชอบไปจัดจ้าง แล้วพอจัดซื้อก็จะกลายเป็นได้ของ แล้วของโดยมากก็จะเป็นเสาไฟหงส์ต่างๆ

“มันไม่น่าใช่ แบบนี้ถ้าเราเปลี่ยนใหม่ว่ามีสัก 20% ได้ไหมของงบไปที่ท้องถิ่น ต้องเอาไปจ้างงานนะ ปัญหาทุกอย่างที่เรามีอยู่ เอาไปจ้างงาน เช่น ดูแลผู้ป่วยติดเตียง ปัญหาผักตบชวา เอาไปจ้างคนสิให้เกิดงานเกิดรายได้ ไม่ใช่ไปตกอยู่กับวัตถุที่สร้างขึ้นมา แล้วก็ไม่ได้ถึงประชาชนอย่างแท้จริงเท่าสักไร” ผศ.ดร.ปริญญาชี้

ผศ.ดร.ปริญญา กล่าวว่า โดยสรุปถ้าจะขับเคลื่อนประชาธิปไตยเป็นธรรม มันจะมีแค่ความเสมอภาคทางการเมืองไม่พอ มันต้องมีมาตรการความเสมอภาคในทางเศรษฐกิจเข้ามา มันต้องมีเรื่องประชาธิปไตยในที่ทำงานการมีส่วนร่วม

“คนงานเราทำได้ สร้างบริษัทที่คนงานเป็นผู้ถือหุ้นด้วย สร้างมิติเครื่องมือแบบนี้มากๆ รัฐส่งเสริมเลยให้เขาถือหุ้นด้วย เขาเรียกว่า worker enterprise ขึ้นมา ผมคิดว่าประชาธิปไตยที่เป็นธรรมจะเกิดขึ้นมาได้” ผศ.ดร.ปริญญาเผย

ผศ.ดร.ปริญญากล่าวว่า ตนคิดว่าเราต้องใช้ยุทธศาสตร์ทำน้อยได้มากขึ้น ยกตัวอย่าง การเสนอกฎหมายใหม่ มันยากถ้าเกิดขึ้นแต่มันมีประโยชน์ ถ้าพรรคฝ่ายค้านเสนอกระตุ้นพรรครัฐบาลแข่ง

“ในสถานการณ์ที่จะมีการเลือกตั้งอย่างช้า 3 ปี กับ อีก 5-6 เดือนข้างหน้า ซึ่งถ้าพรรคก้าวไกล กับพรรคเพื่อไทย จะแข่งกันแก้ปัญหาให้ประชาชนก็เป็นเรื่องที่ดี เช่น สุราก้าวหน้า แม้รัฐบาลไม่รับร่าง แต่เขาก็จะไปแก้กฎกระทรวง อะไรอย่างนี้ มันจะเกิดการขยับอะไรบางอย่าง” ผศ.ดร.ปริญญาชี้

ผศ.ดร.ปริญญากล่าวว่า บางเรื่องฝ่ายค้านก็ต้องแสวงความร่วมมือกับรัฐบาลเขาด้วย ในเชิงคู่แข่งที่ร่วมมือกันบางวาระบางโอกาส

“ปัญหาบางเรื่องเป็นระดับกฎกระทรวง บางเรื่องเป็นเรื่องกฎระเบียบของกรม เข้าไปผลักดันเรื่องพวกนี้ แล้วผมในฐานะเป็นผู้อำนายการศูนย์ยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ยินช่วยเต็มที่” ผศ.ดร.ปริญญากล่าวทิ้งท้าย