หมายเหตุ – เป็นความคิดเห็นต่อกรณีรัฐบาลได้จัดทำโครงสร้างคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคี ปรองดอง (ป.ย.ป.) เพื่อยุติความขัดแย้งของคนในชาติ นำพาประเทศเปลี่ยนผ่านเดินหน้าสู่ความสงบสุขอีกครั้ง โดยจะเดินหน้าพูดคุยกับฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การเริ่มต้นพูดคุยเรื่องการปรองดองนั้น ไม่ยาก และไม่ควรเริ่มพูดกันที่คำว่า “คู่ขัดแย้ง” เริ่มต้นอย่าพูดเรื่องคู่ขัดแย้งเลยจะดีกว่า ทุกครั้งเมื่อเราพูดถึงคู่ขัดแย้ง จะมีการออกมาปฏิเสธจากแต่ละฝ่าย ว่าฝ่ายเรา ฝ่ายเขาไม่ใช่คู่ขัดแย้ง เนื่องจากแต่ละฝ่ายที่ออกมาขับเคลื่อน หรือเคลื่อนไหวทางการเมืองเพื่อทำตามอุดมการณ์ หรือทำตามอุดมการณ์ในจุดมุ่งหมายของตัวเองกันทั้งนั้น ผมเห็นว่าเราควรใช้คำว่า “การเชิญผู้เกี่ยวข้องกับปัญหาที่เกิดขึ้นในบ้านเมือง” น่าจะเป็นการที่ดีกว่า คนกลุ่มเหล่านี้มีอยู่หลายภาคส่วนด้วยกัน ไม่ได้มีเฉพาะนักการเมือง หรือพรรคการเมือง เนื่องจากมีกลุ่มการเมือง หรือกลุ่มระบบราชการตามกระบวนการอะไรต่างๆ ที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องด้วยค่อนข้างเยอะ การใช้วิธีดังกล่าว โดยไม่ใช้คำว่า “คู่ขัดแย้ง” จะได้ไม่มีความรู้สึกว่ายังมีความขัดแย้งเกิดขึ้นอยู่ตั้งแต่เริ่มต้นกระบวนการ
สำหรับวิธีการดำเนินงานของคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง หรือ ป.ย.ป. ต้องดำเนินงานตามหลักการที่สามารถครอบคลุมประเด็นเนื้อหาสาระที่เกี่ยวข้องให้ได้มากที่สุด ถ้าดูตามวิธีการของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะเป็นวิธีการที่ต้องการความร่วมมือจากหลายฝ่าย อะไรที่ถ้าจะต้องเริ่มต้นแล้วอาจจะเป็นปัญหา ขอให้ตัดออกไปก่อน อยากให้หาจุดที่ทุกฝ่ายร่วมกันให้ได้ เพราะถ้าพอเริ่มแล้วมาพูดแต่เรื่องคู่ขัดแย้ง ต่างฝ่ายก็จะปฏิเสธ แต่ต่างฝ่ายก็อยากมีส่วนร่วมกับการปรองดอง เพราะการปรองดองถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี
เห็นว่าการเริ่มต้นของ ป.ย.ป. เป็นการเริ่มต้นที่โอเค การจะทำงานปรองดองจะต้องมีคณะกรรมการปรองดองขึ้นมาสักชุดหนึ่งขึ้นมาทำงานตรงนี้ จะได้มีจุดเริ่มต้นที่ดี และองค์ประกอบของคณะกรรมการนั้นคิดว่าควรจะเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหา และมีระบบการทำงานสันติวิธีที่เชี่ยวชาญ หรือเป็นกลุ่มนักวิชาการ และผู้อาวุโสที่แต่ละฝ่ายให้ความเคารพนับถือ
อย่างไรก็ดี ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์พร้อมให้ความร่วมมือกับแนวทางการปรองดอง เห็นด้วยอย่างยิ่งว่าบ้านเมืองต้องเข้าสู่การปรองดอง เพื่อเดินหน้าประเทศต่อไปในอนาคต และเพื่อให้เป็นความเห็นพ้องต้องกันที่จะพัฒนาประเทศให้เดินหน้าต่อไป

