หมายเหตุ – เป็นความคิดเห็นต่อกรณีรัฐบาลได้จัดทำโครงสร้างคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคี ปรองดอง (ป.ย.ป.) เพื่อยุติความขัดแย้งของคนในชาติ นำพาประเทศเปลี่ยนผ่านเดินหน้าสู่ความสงบสุขอีกครั้ง โดยจะเดินหน้าพูดคุยกับฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
นายชำนาญ จันทร์เรือง นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ กล่าวว่า คู่ขัดแย้ง ภาษากฎหมายเรียกคู่ความ ภาษายุติธรรมศาลทหารใช้คำว่าคู่ความ ภาษาศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญใช้คำว่าคู่กรณี ภาษาทั่วไปเรียกว่าคู่พิพาท ยืนยันว่าทหารเป็นส่วนหนึ่งของคู่กรณี คู่ความ คู่ขัดแย้งด้วย ทหารไทยตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน มีการถูกปลูกฝัง มีความเชื่อว่าตัวเองจะเข้ามาแก้ปัญหาบ้านเมือง ตลอดมาทุกครั้งที่มีการรัฐประหาร ประวัติศาสตร์การเมืองบ่งบอกว่าการแก้ปัญหาด้วยการรัฐประหาร มันแก้ไม่ได้ มีแต่การถอยหลัง สถานการณ์การเมืองทั่วโลกก็เช่นเดียวกัน
ส่วนการพยายามทำความปรองดองให้เกิดขึ้นดีไหม ดีทั้งนั้นแหละ การสมานฉันท์เพื่อความปรองดองจะทำพวกนี้ได้ ไม่ได้อยู่ที่โต๊ะเจรจาอย่างเดียว ไม่ได้อยู่ที่การเซ็นเอ็มโอยูแล้วจบ ต้องเป็นคนที่มีบารมีทางการเมือง ผมยังมองไม่เห็นในเมืองไทย
เรื่องที่จะคุยกันแค่ตั้ง ป.ย.ป.ขึ้นมา ทางสุเทพ เทือกสุบรรณ ถาวร เสนเนียม ก็พูดอย่างหนึ่ง ส่วนจตุพร พรหมพันธุ์ ก็พูดอย่างหนึ่ง มีการพาดพิงอดีตตลอดเวลา กปปส.ก็บอกว่าการปรองดองจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อไม่ให้ทักษิณ ชินวัตร กลับมา ทาง นปช.ก็บอกว่าทำอย่างไรก็ได้ให้ทักษิณกลับมา หรือปล่อยคนที่อยู่ในเรือนจำออกมา ทางฝ่ายชนชั้นกลาง คนที่ได้รับผลประโยชน์จากการรัฐประหารก็บอกว่าทำอย่างไรก็ได้ให้ตัวเองอยู่ในอำนาจต่อไป เมื่อผลประโยชน์ไม่ตรงกันมันก็ยาก ทางที่ดีที่สุด แน่นอนว่าการตั้งกรรมการก็เป็นวิธีการหนึ่ง
ในประวัติศาสตร์การเมืองต่างประเทศ เช่น รวันดา ฟิลิปปินส์ หรือในศรีลังกา ที่มีความขัดแย้งเกิดขึ้นมันต้องใช้เวลา หรือการลุกขึ้นมาของนักศึกษาประชาชนที่กวางจู ประเทศเกาหลี นำคนผิดมาลงโทษ เราก็พูดอยู่ตลอดว่ามาตรการที่ปฏิบัติต่อคู่ขัดแย้งมีหลายฝ่ายนั้น ไม่ได้มีเฉพาะ นปช. กับ กปปส. ต้องได้รับการปฏิบัติที่เท่าเทียมหรือใกล้เคียงกัน
ที่กล่าวมา ไม่ได้หมายความว่าความปรองดองเกิดขึ้นไม่ได้ แต่เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา การปรึกษาหารือสำคัญที่สุดต้องมีความจริงใจ คนที่จะเข้ามาเป็นกรรมการกลางหรือทหารที่เขาบอกว่าเป็นกรรมการ คนไว้ใจขนาดไหน ถ้าเขาทำตัวให้คนอื่นไว้ใจได้ เช่น เข้ามาปราบทุจริตคอร์รัปชั่น ปราบหมดไหม เสมอหน้าหรือเปล่า ปรึกษาหารือกันน่าจะดีกว่า
ส่วนการที่ทหารไม่มองตัวเองเป็นคู่ขัดแย้ง บทพิสูจน์ก็บอกแล้วว่าไม่ใช่ เพราะเขาปลูกฝังมาแบบนี้ มีกรอบแนวความคิดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เชื่อว่าต้องเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ เป็นอัศวินขี่ม้าขาว แต่บทพิสูจน์หลายครั้งก็เห็นแล้วว่าไม่ใช่
ทหารที่จะสร้างความปรองดองได้ต้องเป็นทหารอาชีพ เป็นทหารที่กลับเข้าสู่กรมกองแบบต่างประเทศ จึงต้องเปลี่ยนที่แนวความคิดเสียก่อน เมื่อนั้นทหารก็จะเป็นวีรบุรุษที่แท้จริง

