กมธ.ไล่บี้ข้อมูล สร้างฝายเอลนีโญ งบ 2 พันล้าน ใช้เวลาแค่ 29 วันจบ ตั้งโครงการยันอนุมัติ
เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2566 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ได้โพสต์ข้อเขียน ผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง [ หึ่ง งบมท. ฝายเอลนีโญ 2 พันล้าน ลงอบต. ทต. 4 พันแห่ง ชงขอ-อนุมัติ จบใน 29 วัน ] โดยมีเนื้อหาดังนี้
การประชุมกมธ.ครั้งล่าสุด (30 พ.ย.) ได้มีการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาในวาระพิจารณา โครงการสร้างฝายแกนดินซีเมนต์ (Soil Cement) เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง อันเนื่องมาจากสถานการณ์เอลนีโญ ของอปท. (อบต. ทต.) ที่ขอผ่าน สถ. ซึ่งมีข้อสังเกตที่น่าช่วยกันจับตาอย่างยิ่ง
1.กระบวนการในการเสนอคำขอ พิจารณาคำขอ และยื่นคำขอ เกิดขึ้นในเวลาที่สั้นมาก โครงการเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 66 โดยในวันที่ 8 พฤศจิกายน 66 ทาง สถ.ได้ทำหนังสือไปยัง อบต. และเทศบาลตำบล และให้ส่งคำขอกลับมายัง สถ. ในวันที่ 16 พฤศจิกายน 66 ซึ่งต่อมาได้ขยายให้ส่งคำขอได้ถึงวันที่ 20 พฤศจิกายน 66 (มีเวลาให้ อบต. และ ทต. พิจารณาทำคำขอเพียง 13 วัน) และ สำนักงบประมาณ พิจารณาคำขอส่งไปยัง ครม. ในวันที่ 28 พฤศจิกายน 66 ที่ผ่านมา
2.งบประมาณเฉลี่ยต่อฝายหนึ่งแห่ง อยู่ที่ไม่เกินราว ๆ 5 แสนบาท ซึ่งไม่จำเป็นต้องผ่าน e-Bidding ในการจัดซื้อจัดจ้าง
3.สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) และ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ชี้แจงว่า ทั้งสองหน่วยงาน ไม่ได้มีส่วนร่วมในการพิจารณาโครงการนี้ แม้จะเป็นหน่วยงานที่ควรต้องเกี่ยวข้องโดยตรงกับการสร้างฝายก็ตาม พร้อมทั้งได้ให้ความเห็นในที่ประชุมว่า ฝายทำหน้าที่ยกระดับน้ำ ไม่ได้มีหน้าที่เก็บน้ำในปริมาณมากๆ และการแก้ปัญหาภัยแล้งในแต่ละพื้นที่ ย่อมใช้วิธีการที่แตกต่างกัน ทั้งสองหน่วยงานไม่สามารถให้ความเห็นในที่ประชุมได้ว่า ฝาย 4 พันกว่าแห่งที่ถูกอนุมัติผ่านโครงการนี้ มีความเหมาะสม เป็นวิธีการแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้อง และจะไม่เป็นการทำลายแหล่งน้ำหรือไม่ เพราะไม่ได้มีส่วนร่วมในการพิจารณาโครงการดังกล่าว
4.โครงการนี้ไม่ได้เป็นโครงการที่ถูกเสนอในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ‘67 ของรัฐบาลชุดก่อน แต่เป็นโครงการที่เพิ่งถูกเสนอขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 66 และอนุมัติจบใน 1 เดือนในรัฐบาลชุดปัจจุบัน
ปัจจุบัน งบประมาณโครงการนี้ได้รับการอนุมัติโดย ครม. แล้ว สิ่งที่ กมธ.จะพิจารณาต่อ คือ การขอข้อมูลคำขอ และการจัดสรรงบประมาณในโครงการนี้ว่า ไปลงในพื้นที่ใดบ้าง มีการกระจุก/กระจายตัวอย่างไร เพื่อจะได้ตั้งข้อสังเกตส่งให้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณางบประมาณของคณะกรรมาธิการวิสามัญต่อไปครับ


