‘ไพฑูรย์’ ชี้ ปชป.ควรได้คนรุ่นใหม่เป็นผู้นำพรรค ระบุ ‘นราพัฒน์’ มีประสบการณ์ แนะใครแพ้ต้องช่วยผู้ชนะอย่าให้เหมือนอดีต

6.12.23 | 15:35 น.

‘ไพฑูรย์’ ชี้ ปชป.ควรได้คนรุ่นใหม่เป็นผู้นำพรรค ระบุ ‘นราพัฒน์’ มีประสบการณ์ แนะใครแพ้ต้องช่วยผู้ชนะอย่าให้เหมือนอดีต คนชนะไม่ชวนร่วมงานพรรคถึงไปไม่รอด

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 6 ธันวาคม ที่รัฐสภา นายไพฑูรย์ แก้วทอง กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) บิดานายนราพัฒน์ แก้วทอง รักษาการรองหัวหน้าพรรค ปชป. ที่จะลงสมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค คนที่ 9 กล่าวถึงการเลือกหัวหน้าพรรค ปชป.ว่า เป็นเรื่องของคนรุ่นใหม่ ซึ่งทุกคนก็อยากให้คนรุ่นใหม่ขึ้นมาบริหารพรรค ดังนั้นจึงขึ้นอยู่กับสมาชิก

“ตอนนี้พรรคต้องนำคนรุ่นใหม่มาทำงาน เพื่อให้ถึงลูกถึงคน และอะไรที่เปลี่ยนแปลงไป ก็จะต้องรับฟังได้ทุกอย่าง ไม่ใช่เมื่อความเห็นไม่ตรงกันก็ถอดใจ ไม่ได้ ดังนั้นจึงจะต้องเปลี่ยนแปลงไปตามเหตุการณ์ และต้องใช้คนรุ่นใหม่” นายไพฑูรย์กล่าว

นายไพฑูรย์กล่าวว่า ตนก็มีหน้าที่สนับสนุน และทุกคนนับถือตนเป็นเสมือนพ่ออยู่แล้ว ซึ่งนิสัยใจคอของนายนราพัฒน์ มีความนิ่งกว่าตน และถือเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีประสบการณ์ แม้จะอายุ 54 ปี แต่ผ่านประสบการณ์มามากทั้ง ส.ส.4 สมัย และผู้ช่วยรัฐมนตรี 2 สมัย และยังมีแนวคิดที่จะรื้อฟื้นโครงการยุวประชาธิปัตย์ ที่ทำให้พรรคเข้มแข็งด้วย ซึ่งหากนายนราพัฒน์ไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรคก็ไม่เป็นไร เพราะอยู่ตำแหน่งใดก็สามารถทำงานได้ แต่นิสัยใจคอของนายนราพัฒน์สามารถอยู่กับใครก็ได้ สามารถทำงานได้ไม่มีปัญหา

เมื่อถามว่าหากนายนราพัฒน์ แพ้การเลือกตั้งหัวหน้าพรรคแล้ว ก็จะยังคงอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ต่อใช่หรือไม่ นายไพฑูรย์กล่าวว่า ไม่มีปัญหา เพราะอย่างตนเอง ก็ยังเคยทำงานกับ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งทุกคนสามารถทำงานกันได้หมด เมื่อถามย้ำว่า การเลือกตั้งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ครั้งนี้ จะทำให้เกิดความขัดแย้งอีกหรือไม่ นายไพฑูรย์กล่าวว่า ยังไม่ถึงเวลา เพราะเป็นเรื่องของอนาคต แต่นายนราพัฒน์ก็ยืนยันแล้วว่า หากชนะก็จะเชิญ น.ส.วทันยา บุนนาค มาร่วมทำงานด้วย หรือหากไม่มีสิทธิชนะก็พร้อมช่วยงานผู้ชนะ

Advertisement

เมื่อถามว่า นายนราพัฒน์ได้มาหารือเรื่องนี้หรือไม่ นายไพฑูรย์กล่าวว่า นายนราพัฒน์ไม่ได้มาหารือกับตนอย่างเฉพาะเจาะจง เพียงแต่มีการพูดคุยกันทั่วไป และตนไม่ได้เข้าข้างใคร แต่การช่วยหาเสียงก็เป็นเรื่องธรรมดา และไม่ใช่การหาเสียงว่า ลูกตนเองดีอย่างไร แต่ให้สมาชิกพรรคได้พิจารณาตัดสินใจเอาเอง

“ไม่ว่าใครจะแพ้หรือชนะ ก็จะต้องยอมรับ ไม่ใช่แพ้แล้วหนีออกจากพรรค เหมือนที่ผ่านๆ มา เพราะพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีเจ้าของ ดังนั้น ผู้แพ้ก็ควรอยู่กับพรรค และผู้ชนะจะต้องใจกว้างเชิญมาร่วมงานด้วย ไม่ทำให้เกิดปัญหาเหมือนที่ผ่านมา ซึ่งไม่ใช่เฉพาะนายนราพัฒน์เพียงคนเดียว แต่จะต้องใช้คนหลายๆ ฝ่ายทำงานร่วมกัน และจะต้องใจเย็น ไม่ทะเลาะกัน เพราะที่ผ่านมา ผู้แพ้ก็จะลาออกจากพรรค ผู้ชนะก็ไม่ได้ชักชวนผู้แพ้มาร่วมงานด้วย กลายเป็นคนละพวก จึงไปไม่รอด และหวังว่า การสื่อสารของผมจะเป็นแนวทางให้ทุกคน และผู้ใหญ่ในพรรคได้พิจารณาด้วย” นายไพฑูรย์กล่าว