เศรษฐา รับไม่ได้ข่าวค่าไฟเตรียมพุ่ง 4.68 บาทต่อหน่วย สั่งคุยกันใหม่ กดลงให้ได้ 4.10 บาท
เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ถนนเสรีไทย เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐถกาพิเศษ ในหัวข้อ “อนาคตเศรษฐกิจไทย” ในงานสัมมนาวิชาการหลักสูตรวิทยาการการจัดการสำหรับนักบริหารระดับสูง ตอนหนึ่งว่า ช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่ง อีก 2-3 วันจะครบ 3 เดือน วันที่แถลงนโยบายไป 11 ก.ย. มีนโยบายหลากหลาย ต้องยอมรับว่าการลดค่าใช้จ่ายของประชาชนเป็นเรื่องที่สำคัญ บางคนอาจจะมองว่าเป็นประชานิยม การหาเสียงแต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ เพราะหาเสียงจบไปแล้ว เรื่องของการหาเสียงไม่มีแล้ว ไม่มีการซื้อใจ หรือเตรียมตัวในการรอเลือกตั้งต่อไปไม่มีแล้ว เรื่องของปัญหาค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น ทั้งค่าน้ำมัน ค่าไฟ พักหนี้เกษตรกร
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ในส่วนเรื่องของการลดค่าไฟ และค่าน้ำมันถือเป็นเรื่องสำคัญ ปัจจุบัน 3.99 บาทต่อหน่วย บอกจะขึ้น จึงได้มีการจัดการกันไป ซึ่งแป๊บเดียวเดี๋ยวค่าไฟก็ขึ้น ตอนนี้ 3.99 มีข่าวออกไปว่าจะขึ้นถึง 4.68 และคุยกันว่าจะไปอยู่ที่ 4.20 จึงบอกไปแล้วว่า รับไม่ได้คงต้องกลับไปพิจารณากันใหม่ จะพยายาม กดให้ได้ 4.10 บาท และอย่าลืมว่าก่อนที่จะลดค่าไฟเหลือ 3.99 บาท ราคาไปอยู่ที่ 4.50 บาทมาก่อน
ขณะที่นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ โฆษกรัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กรณีที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีมติปรับขึ้นค่าไฟฟ้างวดเดือนมกราคม-เมษายน 2567 เป็น 4.68 บาทต่อหน่วย ทำให้นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พลังงาน ได้โพสต์เฟซบุ๊ก สร้างความมั่นใจว่าค่าไฟจะไม่สูงตามนั้น เบื้องต้นยืนยันว่าประชาชนจะได้จ่ายค่าไฟในราคา 4 บาทต้นๆ อยู่อย่างแน่นอน ไม่ได้จ่ายในราคาตามมติของ กกพ. ราคาที่ประเมินไว้อยู่ประมาณ 4.20 บาทต่อหน่วย และหากสามารถต่ำกว่านั้นได้อีกก็จะดีมาก
นายพงศ์พลกล่าวว่า โครงสร้างค่าไฟฟ้า ราคาที่ปรับสูงขึ้น มีองค์ประกอบจากค่าไฟฟ้าผันแปรหรือเอฟที รวมถึงราคาสูงขึ้นตามฤดูกาล อย่างในเดือนมกราคม-เมษายน จะสูงขึ้นเพราะต้นทุนปรับสูงขึ้น ตามความต้องการใช้พลังงานที่มากขึ้น โดย กกพ.เสนอตัวเลขแนะนำในฝังวิชาการออกมา กระทรวงก็มีหน้าที่ในการนำตัวเลขที่เสนอมาศึกษาต่อในฝั่งทีมบริหาร ว่ามีจุดใดที่สามารถทำให้ราคาปรับลดลงได้อีก ซึ่งขณะนี้มีแนวทางวางไว้หมดแล้ว เพราะที่ผ่านมาได้หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายแห่ง อาทิ สำนักงบประมาณ จึงยืนยันว่ามีแนวทางวางไว้ และกำลังดำเนินการตามแนวทางอยู่
“ทีมทำงานกำลังดำเนินการตามขั้นตอน โดยความคืบหน้าจะชัดเจนออกมาภายในเดือนธันวาคมนี้ เพื่อให้สามารถใช้ลดค่าไฟฟ้าให้ประชาชนได้ภายในเดือนงวดเดือนมกราคม 2567 เป็นต้นไป ซึ่งตามโครงสร้างที่มีสามารถทำได้แน่นอน แม้ไม่ได้ง่ายมากนัก โดยราคาค่าไฟที่ 3.99 บาทต่อหน่วยในปัจจุบัน ถือเป็นราคาช่วงโปรโมชั่นตามการลดภาระค่าครองชีพแบบเร่งด่วนของรัฐบาลที่สัญญาไว้ ซึ่งไม่สามารถอยู่ตลอดไปได้ เป็นเพียงการแก้ระยะสั้น ก็อยากให้ประชาชนเผื่อใจไว้ด้วย” นายพงศ์พลกล่าว
นายพงศ์พลกล่าวว่า กรณีการตั้งคำถามของบางพรรคการเมือง ว่าทำไมจึงไม่แก้ไขที่ต้นเหตุแทนการในระยะสั้นแบบนี้ ขอชี้แจงว่า ไม่มีใครที่ทำงานมากกว่าทีมบริหารของกระทรวงพลังงานแล้ว เนื่องจากขณะนี้ รมว.พลังงานสั่งตั้งคณะทำงานกว่า 10 คณะ ไม่ได้ทำแค่ในส่วนที่มีการตั้งคำถามถึงด้วย แต่ดำเนินการในทุกส่วน รวมถึงการนำก๊าซธรรมชาติมาใช้ให้มากที่สุด รวมถึงการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด ที่จะใช้แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยมากขึ้น จึงยืนยันว่ากระทรวงทำงานควบคู่กันทั้งการแก้ไขปัญหาระยะสั้น เพื่อช่วยเหลือประชาชนก่อนไม่ให้ต้องจ่ายค่าไฟในราคาสูงมากๆ รวมถึงแก้ไขโครงสร้างในระยะยาวไปพร้อมกันด้วย

