สมาชิกปชป. แห่ให้กำลังใจ เฉลิมชัย แน่นพรรค เดชอิศม์ มั่นใจรับหัวหน้าแน่ ชัยชนะโผกอดแน่น

สมาชิกปชป.แห่ให้กำลังใจ “เฉลิมชัย” เหมาะนั่งหัวหน้าพรรค ขณะที่เจ้าตัวลั่นแม้เป็นศพไปแล้ว แต่วิญญาณยังมีคุณค่า ยันพรุ่งนี้รู้คำตอบ ขณะที่ เดชอิศม์ มั่นใจ “เสี่ยต่อ” รับตำแหน่งแน่ และพร้อมนั่งเลขาฯให้ ส่วน “ชัยชนะ” โว 3 พี่น้อง ร่วมฝ่าพายุไม่แยกจากกัน

เมื่อเวลา 12.20 น. วันที่ 8 ธันวาคม ที่ลานพระแม่ธรณีบีบมวยผม พรรคประชาธิปัตย์ มีบรรดาสมาชิกพรรค สาขาพรรค ส.ส.อดีตส.ส.อดีตผู้สมัครส.ส.รวมทั้งนายนราพัฒน์ แก้วทอง รักษาการรองหัวหน้าพรรค ผู้สมัครหัวหน้าพรรคที่ประกาศถอนตัว ร่วมมอบดอกไม้ให้กำลังใจและเรียกร้องให้ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการเลขาธิการพรรค ในฐานะรักษาการหัวหน้าพรรคฯ รับตำแหน่งหัวหน้าพรรคคนที่ 9 โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก และตระโกนดังกระหึ่มให้นายเฉลิมชัย สู้ๆ และรับตำแหน่งหัวหน้าพรรคฯ

ทั้งนี้นายนราพัฒน์ กล่าวว่า การที่ 21 ส.ส.ได้ลงชื่อสนับสนุนให้นายเฉลิมชัย เป็นหัวหน้าพรรค เพื่อนำพาพรรค กลับมาให้เป็นที่ชื่นชมของพี่น้องประชาชน ตรงนี้เป็นจุดสำคัญ ที่ผ่านมาตนตั้งใจจะเข้ามาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อลดความขัดแย้ง โดยใช้เวลา 1 ปีครึ่ง เพื่อทำให้พรรคเรียบร้อย ให้พรรคเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และจะถอยออก แต่วันนี้ได้เห็นพลังของส.ส. 21 คน รวมเป็นหนึ่ง ถือเป็นเจตนารมณ์ที่ตนต้องการ ดังนั้นตนจึงขอเป็นอีกหนึ่งเสียงที่สนับสนุนนายเฉลิมชัย เพื่อให้กลับมาสู่ความเป็นหนึ่งเดียวเสียที จึงอยากให้รับตำแหน่งตรงนี้ เพื่อพวกเราจะได้สบายใจและมีความสุขเสียที ยืนยันว่าเราไม่ได้เสียจุดยืนและไม่ได้เสียภาพลักษณ์ที่ดี เรายังเป็นพรรคการเมืองที่มีอุดมการณ์ เป็นความหวังของพี่น้องประชาชน เพียงแต่ปัญหาภายในบางอย่างทำให้เราไม่มีเอกภาพ วันนี้ประชาธิปัตย์จะได้นับหนึ่งจากการเป็นเอกภาพ

Advertisement

ด้านนายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช และรักษาการรองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์มีหัวหน้าพรรคมาแล้ว 8 คน วันนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ประชาธิปัตย์จะเดินหน้าเข้าสู่ปีที่ 78 อย่างมั่นคงและแข็งแรง เชื่อว่าการตัดสินใจของส.ส.กลุ่ม 21 คน ที่มีความเห็นตรงกันว่านายเฉลิมชัยเป็นบุคคลที่เหมาะสม ซึ่งตลอดระยะเวลาที่นายเฉลิมชัยอยู่พรรคประชาธิปัตย์ได้ทุ่มเททำงานเพื่อพรรค และเป็นรัฐมนตรีที่ไม่มีข้อครหาทุจริตคอร์รัปชั่น การที่เราจะกล่าวหาว่าใครคนใดคนหนึ่ง ถ้าขึ้นมาบริหารพรรคและจะทำอย่างนั้นอย่างนี้ นั่นคือคุณอยู่ในโลกแห่งความฝัน เพราะเขายังไม่ได้บริหารพรรคอย่างเต็มตัว ฉะนั้นต้องแยกแยะให้ออกว่าวันนี้การบริหารพรรคประชาธิปัตย์ที่ทุกคนประกาศว่าเรามีจิตสำนึกที่ดีที่รักพรรคฯมี 2 อย่างคือหวง กับห่วง หวงพรรคกับเป็นห่วงพรรค กับหวงอำนาจมันต่างกัน

“ในฐานะที่ผมเป็นน้องเล็กสุด นายเฉลิมชัย เป็นพี่ชายคนโต มีนายเดชอิศม์ เป็นพี่ชายคนที่สอง เรา 3 คนพี่น้องรักกัน ไม่ว่าพายุหรืออุทกภัยแปรปรวนจะเข้ามาถึงอย่างไร แต่ไม่สามารถทำให้จิตใจ หัวใจเราทั้ง 3 คนที่มีความเป็นลูกผู้ชายแตกแยกออกจากกันได้ สายสมแห่งการพัดผ่านนั่นคือสายลมแห่งการเปลี่ยนแปลง ถึงเวลานี้แล้วมวลมิตรทั้งหลายของพรรคประชาธิปัตย์เราจะขอมาเชิญชวนให้นายเฉลิมชัย รับตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนที่ 9 ด้วยความรักและจิตศรัทธาและจะนำพาพรรคกลับมายิ่งใหญ่ในอนาคตอีกครั้ง” นายชัยชนะ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังนายชัยชนะ กล่าวเทียบเชิญให้นายเฉลิมชัย ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคจบ นายชัยชนะได้สวมกอดนายเฉลิมชัย อย่างแนบแน่น

ขณะที่นายเดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา และรักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พวกทราบดีว่าตำบลกระสุนตกคือนายเฉลิมชัย เพราะนายเฉลิมชัยเคยลั่นวาจาว่าจะเลิกเล่นการเมือง การตัดสินใจของนายเฉลิมชัยในวันนั้น เป็นการตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยว เด็ดขาดของความเป็นผู้นำ และถ้านายเฉลิมชัยไม่พูดอย่างนั้น วันนี้พรรคฯคงได้ส.ส.ไม่ถึง 25 คน หลังจากวันนั้นจนถึงวันเลือกตั้ง ได้ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหลมาตลอด นายเฉลิมชัยทำหน้าที่เป็นแม่ทัพได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง มั่นใจว่านายเฉลิมชัยชนะใจผู้สมัครส.ส.เขตทุกคน ดังนั้นวันนี้จึงคิดว่านายเฉลิมชัยเป็นคนที่เสียสละมากที่สุด เสียสละมาทั้งชีวิต จึงขอร้องให้นายเฉลิมชัยเสียสละอีกครั้ง

“บางคนที่ไม่เข้าใจ อาจไม่เคยได้รับ จึงมาโจมตีนายเฉลิมชัย ผมอยากบอกว่าความรัก ความศรัทธา และความเชื่อมั่น มันซื้อกันไม่ได้ มันออกมาจากใจแล้วเปล่งออกมาเป็นคำพูด ผมขอฝากไปถึงคนที่ยังไม่เข้าใจและโจมตีท่าน เพราะถือว่าท่านเป็นผู้เสียสละที่สุด มั่นใจความคิดความอ่านของนายเฉลิมชัย” นายเดชอิศม์ กล่าว

ส่วนนายนริศ ขำนุรักษ์ อดีตรมช.มหาดไทย และอดีตส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตอนนี้พรรคประชาธิปัตย์ทรุดโทรมและตกต่ำ และคาดการณ์ว่าจะตกต่ำไปมากกว่านี้ ดังนั้น นายเฉลิมชัยจึงเป็นบุคคลที่เหมาะสมที่สุดในการฟื้นฟูพรรค ขอให้นายเฉลิมชัยรับตำแหน่ง แล้วให้ทุกคนรอดูผลงานว่าจะเกิดอะไรขึ้น ซึ่งเชื่อว่าพรรคจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีอย่างแน่นอน

ด้านนายเฉลิมชัยกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ตัดสินใจว่าจะรับตำแหน่งหัวหน้าพรรคหรือไม่ ขอคุยกับส.ส.ของพรรคก่อนว่าเป็นมาอย่างไรถึงมาลงที่ตน แต่ก็เข้าใจความรู้สึกของสมาชิกพรรคทุกคน โดยตนต้องตัดสินใจอยู่แล้วไม่ว่าอย่างใดอย่างหนึ่ง และในวันที่ 9 ธันวาคม จะต้องชัดเจนว่าตนจะเดินหน้าต่อหรือไม่ และก็ต้องรู้ข้อเท็จจริงที่เป็นความรู้สึกของส.ส.ในพรรคทุกคนให้หมดก่อนว่ามีเหตุผลอะไร

“ผมอยู่ในพรรคประชาธิปัตย์มา 4 ปี กับทุกคน ผมไม่เคยใช้อำนาจ หากใครคิดว่าผมเป็นคนที่ใช้อำนาจสั่งได้นั้น ไม่ใช่ ผมเป็นคนที่ยึดหลักการและประชาธิปไตยในประชาธิปัตย์มากที่สุดคนหนึ่ง ทุกครั้งผมจะถามส.ส.และทุกคนว่าเรื่องนี้มีความเห็นอย่างไร ไม่เคยบอกว่าต้องเอาอย่างนี้ หรือสั่งให้ไปทำอย่างนี้ ไม่ใช่ผม ผมก็ยังเป็นผม ดังนั้นจึงต้องมีเหตุผลเพียงพอในการที่จะดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง ที่สำคัญสุดต้องมีคำตอบให้กับตัวเองได้ ท่านไม่ต้องห่วงผมพูดอะไรไป ผมรู้ตัว แต่อีกมุมหนึ่งทุกคนต้องรู้ว่าเพราะอะไรถึงออกมาพูด” นายเฉลิมชัยกล่าว

นายเฉลิมชัยกล่าวว่า ยืนยันอีกครั้งว่าจะไปพูดคุยกับส.ส.ว่าอึดอัด หรือติดขัดอะไรตรงไหน อะไรมันจะเกิดขึ้นสำหรับพรรคประชาธิปัตย์ตนเข้าใจและขอบคุณมากเพราะรู้ดีว่าตนรักพรรค เพราะพรรคคือส่วนหนึ่งของตัวตนและสายเลือดตน ทุกคนถึงได้มีความรู้สึกว่าตนควรจะกลับเข้ามา แต่ขอเรียนทุกท่านว่าตนก็เป็นคน การตัดสินใจของตนไม่ว่าเรื่องใดเรื่องหนึ่ง มีแต่ขาดทุนกับเสมอตัว แต่ตนมีสำนึก

“ขอเรียนทุกท่านว่าสิ่งที่ผมเรียกหาจากพรรคประชาธิปัตย์ที่ผ่านมาก็คือสำนึก วันนี้สิ่งที่ผมพูดไป ผมมันเป็นศพไปแล้ว เหลือแต่วิญญาณ แต่วิญญาณผมก็ยังมีคุณค่า ถึงผมจะมีวิญญาณแต่ก็มีสำนึก ผมจะไปคุยเหตุคุยผลบวกลบคูณหาร หากจะทำให้ประชาธิปัตย์เดินได้ ผมก็จะพิจารณา แต่ถ้ามีเหตุการณ์ใดที่พรรคจะต้องแตก เลือดจะต้องไหลไม่หยุดอีก ผมก็จะต้องพิจารณา ฉะนั้นพรุ่งนี้มีคำตอบแน่นอน” นายเฉลิมชัยกล่าว

ทั้งนี้นายเดชอิศม์ ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมด้วยว่า ขณะนี้เชื่อมั่นว่านายเฉลิมชัยจะรับเป็นหัวหน้าพรรค 50:50 เพราะนายเฉลิมชัยยังต้องวิเคราะห์และทำอย่างไรให้ตัวเองบาดเจ็บน้อยที่สุด แต่ส่วนตัวมั่นใจว่าสุดท้ายแล้วนายเฉลิมชัยจะรับตำแหน่งหัวหน้าพรรค ส่วนตำแหน่งเลขาธิการพรรคนั้น หากนายเฉลิมชัยรับตำแหน่งหัวหน้าพรรค ตนพร้อมจะเป็นเลขาธิการพรรคให้ เพราะถือว่าลงตัวที่สุดและสามารถทำงานกับนายเฉลิมชัยได้ แต่ตนจะไม่รับเป็นเลขาธิการพรรคให้กับคนอื่นแน่นอน

นายเดชอิศม์ กล่าวอีกว่า คนที่จะเป็นเลขาฯพรรคต้องมีคอนเนคชั่นจำนวนมาก ที่สำคัญต้องพัฒนาสาขาพรรคแต่ละจังหวัดให้มีความสำคัญกว่านี้มาก โดยต้องยกระดับให้มีแม่ทัพไปอยู่แนวหน้าของแต่ละจังหวัด ซึ่งวันนี้เราละเลยมากไป และเห็นว่ามีหลายเรื่องต้องปรับปรุงแบบ 360 องศา รวมทั้งมีเอกภาพเพราะถือเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด และผนึกกำลังกันโดยไม่เอาตัวเองเป็นที่ตั้ง แต่เอาพรรคเป็นที่ตั้งแล้วจับมือกันเดินไปข้างหน้า ซึ่งภาคอื่นไม่รู้ แต่ภาคใต้ฟื้นได้สบายๆ

ย้อนอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image