
⦁…วงการศึกษา พ่อแม่ผู้ปกครองมึน แต่ไม่แปลกใจนัก กับข่าว “ผลประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล หรือ PISA ของนักเรียนไทย” คะแนนออกมาค่อนข้างบ๊วย ทำเอา “นายกฯเศรษฐาทวีสิน” ต้องถามด่วนไปยัง “ครูอุ้ม พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ” เจ้ากระทรวงศึกษาฯ เบื้องต้นน่าจะเป็นผลจาก “โควิด” ทำให้การเรียนการสอนต้องชะงักไป เรียนออนไลน์ก็ขาดๆ เกินๆ เครื่องมือไม่ครบ ส่วนจะมีปัจจัยอื่นใดหรือไม่ ก็ต้องหา “คำตอบ” กันต่อไป เรียกว่าเป็นอีกเรื่องตกค้างจากรัฐบาลเก่า ที่รัฐบาลนี้ต้องมารับแก้ไข
⦁…ชาร์ตสมรรถนะนักเรียนทั่วโลกรอบนี้ สำรวจจากนักเรียนอายุไม่เกิน 15 ปี ใน 81 ประเทศ ตั้งแต่ปีที่แล้ว คือ 2022 วัดผล 3 ด้าน ได้แก่ การอ่าน คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ นักเรียนเอเชียยึดท็อปไฟว์ของโลก ที่ 1 สิงคโปร์ 560 คะแนน, ที่ 2 มาเก๊า 535 คะแนน, ที่ 3 ไต้หวัน 533, ที่ 4 ญี่ปุ่น 533, ที่ 5 เกาหลีใต้ 523 ที่่น่าสนใจ นักเรียนเวียดนาม มีอันดับเหนือประเทศร่ำรวย อย่าง สหรัฐอเมริกา ชี้ถึงการลงทุนทางการศึกษา และปัจจัยของเศรษฐกิจสังคม สำหรับ “ไทย” ได้คะแนนวิทยาศาสตร์เกิน 400 ส่วน “การอ่าน” และ “คณิตศาสตร์” ต่ำกว่า 400 ถ้าคิดเฉพาะอาเซียน ไทยอยู่อันดับ 5 ตามหลัง สิงคโปร์, เวียดนาม, บรูไน, มาเลเซีย
⦁…และโดยทันที “ครูอุ้ม พล.ต.อ.เพิ่มพูน” เรียกผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าพบเพื่อหารือ ตั้งคณะทำงานมาแก้ปัญหา พร้อมทั้งกำชับว่า การวัดผลครั้งต่อไป ในปี 2025 ต้องอยู่ในลำดับที่ดีขึ้น ไม่น้อยกว่าที่ 59 ที่ไทยเคยได้เมื่อ 2018 หรือ 2561 แต่ “การทำงาน” เพื่อแก้ปัญหานี้ น่าจะต้องเริ่มต้นโดยทันทีไม่ต้องรออะไรกันอีก ที่น่าคิดก็คือ “นักเรียนไทย” ถูกกำหนดให้เรียนหนักมาก ระบบโรงเรียนก็เข้มงวดสุดๆ โดยเฉพาะ “เครื่องแบบ–ทรงผม” ถ้ามีวัดผลตรงนี้ สงสัยจะ “ลอยลำ” แต่พอมาถึงเรื่อง “วิชาการ” ที่เป็นเรื่องสากล กลับเป็นอีกเรื่อง
⦁…ในฐานะที่ “เครือมติชน” เป็นหนึ่งใน “องค์กรสื่อ” ทำหนังสือพิมพ์ พิมพ์หนังสือเล่ม ทำเว็บไซต์ข่าว มีแพลตฟอร์มเสนอข่าวสารความรู้ จัดกิจกรรมหนังสือ มีบทบาท “ส่งเสริมการอ่าน” มาโดยตลอด ย้อนกลับไปมอง 8 ปี รัฐประหารภายใต้รัฐบาล คสช. “สินค้าทางปัญญา” อย่างสื่อและหนังสือ ต้องชนกำแพงมาตลอด โดยเฉพาะ “อุตสาหกรรมหนังสือ–หนังสือพิมพ์” เพราะรัฐบาลทหาร มี “ท่าทีและนโยบายที่แตกต่าง” สั่งไปสั่งมา สื่อกระดาษจากทุกค่ายที่โดน “ดิสรัปต์” จากออนไลน์–ไฮเทค อยู่แล้ว ก็เลยโดน “ดิสรัปต์” จาก “วิธีคิด–คำสั่งการ” ของผู้มีอำนาจไปด้วยอย่าง “เนียนๆ”
⦁…“เปลี่ยนรัฐบาล” มาเป็น “นายกฯเศรษฐา” ที่มาตามวิถีทางประชาธิปไตยรอบนี้ รัฐบาล “เศรษฐา” กำหนดให้มี “นโยบายส่งเสริมการอ่าน” ใน “นโยบายของรัฐบาล” ที่แถลงต่อรัฐสภาไปเมื่อ 11 ก.ย.2566 หาก “กระทรวง” ที่เกี่ยวข้องและมีบทบาทเป็น “เจ้าภาพ” ดูแลภูมิปัญญาของประชาชน จะผนึกกันเดินตามแนวทาง–แนวนโยบาย ของ “รัฐบาล” เร่งระดมส่งเสริมการอ่านหนังสือทุกประเภท ทั้งหนังสือพิมพ์ หนังสือเล่ม หนังสืออ่านประกอบการเรียน จาก “ทุกช่องทาง” ไม่ว่าจะเป็นแบบอนาล็อกหรือดิจิทัล ก็น่าจะช่วยติดอาวุธเพิ่มสมรรถนะทางปัญญา เพิ่ม “ศักยภาพ” ให้ “เยาวชนไทย–คนไทย” ได้เป็นอย่างมาก
กาแฟป่า







