09.00 INDEX เมื่อ ‘เพื่อไทย’ จับมือ’ก้าวไกล’ ผลักดัน นิรโทษกรรม รุดหน้า
การเสนอร่าง พ.ร.บ.“นิรโทษกรรม” ไม่ว่าจะมีรากฐานจากพรรคก้าวไกล ไม่ว่าจะมีรากฐานและความต้องการในการเสนอประกบจาก พรรคเพื่อไทย
ล้วนมี “คุณูปการ” ล้วนส่งแรง “สะเทือน” อย่างลึกซึ้งกว้างไกล ในทางความคิด และในทางการเมือง
เหมือนกับเป็น “ปรอท” สะท้อน “ปัญหา”ที่ดำรงอยู่ในสังคม
ยิ่งหากถือว่าสถานการณ์ก่อนรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 เป็นจุดเริ่มต้น เมื่อประสานกับสถานการณ์หลังรัฐประหาร เมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 ยิ่งเท่ากับสร้างความกระจ่าง
แท้จริงแล้ว ปัญหาและความขัดแย้งมิได้เห็นได้เพียงจากการ แสดงออกของ “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” หรือการแสดงออกของคนเสื้อแดงที่เรียกตนเองว่า หากแต่ยังมีมวลมหาประชาชน “กปปส.” ที่ก่อปรากฏการณ์ในการชัตดาวน์กรุงเทพมหานคร รวมถึงการออกมาสำแดงตนของเยาวเรศรุ่นเจริญศรีในนาม “คณะราษฎร 2563”
นี่มิได้เป็นเรื่องที่พรรคเพื่อไทยเกี่ยวข้อง มิได้เป็นเรื่องที่พรรค ก้าวไกลรู้สึกเจ็บร้อนแทน
ตรงกันข้าม เป็นความรับผิดชอบของทุกกลุ่ม ทุกพรรค
ข้อดีแห่งการเกิดขึ้นของ “รัฐบาลพิเศษ” นับจากปรากฏการณ์เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2566 ไม่ว่าจะเป็นที่ท่าเรือบินดอนเมือง ไม่ว่าจะเป็นที่ห้องประชุมอันทรงศักดิ์แห่งเกียกกาย
นั่นย่อมเป็นรูปธรรมแห่งการก้าวข้ามความขัดแย้งระหว่าง
พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคพลังประชารัฐ กับพรรคเพื่อไทย
โดยมีพรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา ร่วมด้วยช่วยกัน
ผลอาจโยงให้เห็นความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา กับ พรรคเพื่อไทย
คำถามก็คือการปรองดองสมานฉันท์อันมีจุดเริ่มจากปรากฏ การณ์เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2566 ยังไม่น่าจะเพียงพอเพราะนักโทษในทางความคิด อันต่อเนื่องจากความขัดแย้งยังมีอยู่
นี่ย่อมเป็นคุณูปการอันมาจากพรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล
การนำเอาทุกปัญหานับแต่สถานการณ์ก่อนรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 เข้าไปหารือและหาหนทางออกร่วมกันในที่ประชุม รัฐสภาถือว่าเป็นวิถีอันชอบและถูกต้อง
นี่ย่อมเป็นการแปร “ศัสตรา” ให้กลายเป็น “แพรพรรณ”
นี่ย่อมเป็นรูปธรรมแห่งการก้าวข้ามความขัดแย้ง
วางปัญหาที่แต่ละฝ่ายมีส่วนร่วมในการกระทำและขยายให้เป็นเรื่องวิกฤตเข้าสู่การปรองดองสมานฉันท์
การขับเคลื่อนโดยพรรคก้าวไกลจึงเป็นคุณ
การขานรับและหาทางออกร่วมกันโดยพรรคเพื่อไทยจึงสร้างสรรค์

