หน้าแรก การเมือง เฉลิมชัย ลั่น...

เฉลิมชัย ลั่นพร้อมสร้างเอกภาพ รับจะไปคุยผู้อาวุโส โยนถามส.ส.เอง ขึ้นหน.กลับกลอกหรือไม่

9.12.23 | 17:12 น.

‘เฉลิมชัย’จ่องานแรกสร้างเอกภาพในพรรคกับทุกรุ่น พร้อมประเมินผลงานทุก 3 เดือน ยันกับ’มาร์ค’ยังเหมือนเดิมมองตาก็รู้ใจ เชื่อลาออกจากพรรค ตัดสินใจมาแล้ว กั๊กร่วม รบ.ในอนาคต แต่ตอนนี้ขอเป็นฝ่ายค้านเต็มที่ ส่วนกลับกลอกไม่เล่นการเมือง โยนถามสมาชิกเองคิดอย่างไร

เมื่อเวลา 15.20 น. วันที่ 9 ธันวาคม 2566 ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ คอนเวนชั่น หลักสี่ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังรับตำแหน่งหัวหน้าพรรคว่า แนวทางในการฟื้นฟูพรรคอันดับแรกต้องสร้างความเป็นเอกภาพภายในพรรค โดยขอให้ทุกคน ทุกรุ่นมาช่วยกัน เพราะประชาธิปัตย์มีผู้สนับสนุนทุกรุ่น ฉะนั้น ทุกกลุุ่มวันนี้หากเรามาร่วมมือกันทำก็สามารถเริ่มต้นได้และคณะทำงานต่างๆ ของคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ต้องพร้อมทำงานทันที และต้องนี้การประเมินผลทุกๆ 3 เดือน ซึ่งเป็นสิ่งที่มีการพูดคุยกันเมื่อคืนวันที่ 8 ธันวาคมนี้ และตนเพิ่งตัดสินใจรับที่จะเป็นหัวหน้าพรรค ตอนเวลา 22.00 น. ในคืนดังกล่าว โดยการประเมินผล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเงื่อนไขข้อบังคับพรรค คุณสมบัติการเปิดกว้าง ยุทธศาสตร์ พรรค นโยบายพรรค รวมทั้งการสื่อสารกับมวลชนตามโซเชียลต่างๆ

“ฉะนั้น 3 เดือนแรกผมได้บอกแล้วว่า ต้องมีอะไรที่เป็นรูปธรรมให้เห็นว่า ประชาธิปัตย์มีการเปลี่ยนแปลงจริง ผมคิดว่าวันนี้คนประชาธิปัตย์ยังรักพรรค ผมหวังอย่างยิ่งว่าเราจมาช่วยกันสร้างพรรค” นายเฉลิมชัยกล่าว

นายเฉลิมชัยยังกล่าวถึงการพูดคุยกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคว่า ตนได้เรียนกับนายอภิสิทธิ์ว่าไม่ออกได้หรือไม่ แต่ท่านบอกว่าเพื่อให้ท่านสบายใจ และไม่ถูกวิจารณ์ว่าเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการทำงานของคณะกรรมการบริหารพรรค ซึ่งตนก็ต้องเคารพการตัดสินใจของท่าน แต่ท่านก็ยังบอกว่า ท่านพร้อมจะกลับมา ซึ่งตนก็พร้อมและยินดีอยากให้ท่านกลับมา

“ผมกับท่านอภิสิทธิ์ไม่มีปัญหาขัดแย้งอะไรกันสักนิดเดียว ผมยังพูดเหมือนเดิมว่ามองตาก็รู้ใจ ผมทำงานกับท่านมานานจนกระทั่งเรารู้ใจซึ่งกันและกัน เพียงแต่ว่าการพูดกันในวันนี้เป็นการพูดเปิดในสิ่งที่ผมเจออะไร แล้วท่านคิดอะไร ก็มาแลกเปลี่ยนกันตรงนี้ ซึ่งการตัดสินใจลาออกจากพรรค ผมคิดว่า ท่านตัดสินใจมาแล้ว เพียงแต่เราได้มีการพูดคุยกัน ซึ่งท่านก็เข้าใจ ผมก็เข้าใจ และเชื่อว่า ทั้งท่านและผมกรีดเลือดออกมาเป็นสีฟ้า ผมรักพรรค ท่านรักพรรค” นายเฉลิมชัยกล่าว

Advertisement

นายเฉลิมชัยกล่าวว่า ตนมาวันนี้มาแค่เพื่อแก้วิกฤตของพรรค ให้พรรคเดินไปได้ และเป็นการประกาศชัดเจนว่าประชาธิปัตย์จะมีการปรับเปลี่ยน เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ และคนนอกเข้ามาพรรคมากขึ้น นี่คือสิ่งที่เป็นความตั้งใจของตน

เมื่อถามว่า การพูดกับนายอภิสิทธิ์เกี่ยวกับการเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ จนทำให้นายอภิสิทธิ์ต้องลาออก นายเฉลิมชัยกล่าวว่า ตนไม่ได้คุยรายละเอียดตรงนั้น แต่ตนได้บอกกับที่ประชุมว่า ขอให้เชื่อมั่นว่า ตนอยู่พรรคมา 22 ปี หลักการและอุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยเปลี่ยน และตนเป็นคนที่เคร่งครัด รักษาหลักการ และอุดมการณ์ของพรรคมาตลอด นี่คือสิ่งที่ตนยืนยันได้ว่า หากใครบอกว่า ประชาธิปัตย์ไม่มีจิตวิญญาณแล้ว ตนขอให้มองประชาธิปัตย์ด้วยใจที่เป็นธรรม วันนี้ตนตอบคำถามตรงนี้ได้ แต่วันหน้าตนไม่สามารถเดาได้ ส่วนใหญ่เวลาตอบคำถามอนาคตจะเดากันถูกก็ถือว่าเก่ง แต่ถ้าไม่ถูกก็เฉยๆ ขอยืนยันว่าวันนี้ประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้านและวันที่ 12 ธันวาคม มีการเปิดสมัยประชุมสภา เราจะทำหน้าที่ฝ่ายค้านที่สมบูรณ์และเข้มแข็งที่สุด

เมื่อถามย้ำว่าแสดงว่าประชาธิปัตย์จะไม่ไปร่วมรัฐบาลใช่หรือไม่ นายเฉลิมชัยกล่าวว่าตอนนี้เราเป็นฝ่ายค้านต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

เมื่อถามอีกว่าแสดงว่าในอนาคตหากมีการทาบทามหรือเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองพรรคก็พร้อมจะไปร่วมใช่หรือไม่ นายเฉลิมชัยกล่าวว่า เราต้องนึกถึงประโยชน์ของประเทศชาติและพรรค ไม่ใช่ตัวบุคคล ตนเรียนเลยว่าไม่มีการตัดสินใจง่ายๆ เด็ดขาด และสิ่งที่ตนจะบอกทุกท่านคือตนมาทำภารกิจให้พรรคเพื่อให้พรรคเดินไปข้างหน้าได้ ฉะนั้นตนพูดไว้ตรงนี้ได้เลยว่าพรรคจะต้องเดินไปข้างหน้าก่อน ส่วนในอนาคตจะเป็นอย่างไรไม่มีใครเดาได้ แต่หลักการและอุดมการณ์ของพรรคต้องอยู่

เมื่อถามว่าในวันประชุมใหญ่ก็มีการลาออกถึง 2 คน ทั้งนายอภิสิทธิ์ และนายสาธิต ปิตุเตชะ และอีก 4 เสียงไม่ได้มีมติให้เป็นหัวหน้าพรรคจะมีแนวทางสร้างเอกภาพอย่างไร นายเฉลิมชัยกล่าวว่า ตนจะพยายามให้เต็มที่ ตนจะคุยกับทุกฝ่ายว่าวันนี้จะขอให้ทุกท่านมาช่วยกัน ส่วนผู้อาวุโสในพรรคทั้งนายชวน หลีกภัย และนายบัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าพรรค ก็ต้องไปพูดคุย เพราะท่านเป็นปูชนียบุคคล เราต้องไปปรึกษาท่านอยู่แล้ว และตนเชื่อว่าไม่มีใครรักพรรคน้อยกว่าใคร

เมื่อถามว่ากลัวหรือไม่ว่าพรรคจะยิ่งแตกและสมาชิกจะยิ่งไหลออก นายเฉลิมชัยกล่าวว่า เมื่อตนตัดสินใจมาอยู่ตรงนี้ก็ไม่กลัว เพราะเชื่อว่าทุกคนต้องมีเหตุผลและอยู่ที่ว่าเรารักพรรคจริงหรือไม่

เมื่อถามว่า ที่ผ่านมานายเฉลิมชัยเคยบอกว่าจะเลิกเล่นการเมืองแล้วการกลับมาครั้งนี้เหมือนเป็นการกลับกลอกหรือไม่ นายเฉลิมชัยกล่าวว่า ปัญหานี้ตนให้สัมภาษณ์ไปแล้ว 2 ครั้ง แต่ถ้าท่านต้องคำตอบต้องถาม ส.ส.และกรรมการบริหารพรรค เชื่อว่าทุกคนพร้อมตอบเพราะมันคือข้อเท็จจริง และใครจะคิดอย่างไรตนไม่รู้ แต่สำหรับตนคิดว่าได้ตอบชัดเจนแล้ว และสิ่งที่เกิดขึ้นไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ แต่ตนก็ไม่ได้ปัดเรื่องนี้