‘วันนอร์’ หวังการแก้ไขรัฐธรรมนูญในอนาคต ช่วยลดความขัดแย้ง สร้างรัฐสภา เป็นสถาบันการเมืองที่มั่นคง
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 10 ธันวาคม ที่ชั้น บี1 อาคารรัฐสภา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร เดินทางมาเป็นประธานเปิดการเสวนาในครั้งนี้ โดยได้กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า วันรัฐธรรมนูญมีจุดประสงค์เพื่อให้คนในชาติระลึกถึงความเป็นเอกราช ภายใต้การปกครองอิสระ ที่มีกฎเกณฑ์ เคารพสิทธิหน้าที่ และมีเสรีภาพ ของบุคคล ความเป็นธรรมของมนุษยชาติ ตลอดจนการดำเนินกิจกรรมต่างๆอย่างสมดุลย์ เห็นเจตนารมย์หลักของรัฐธรรมนูญตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
วันมูหะมัดนอร์ กล่าวอีกว่า ตั้งแต่ปี 2475 จนถึงปัจจุบัน ไม่ได้มีรัฐธรรมนูญเพียงฉบับเดียวเป็นฉบับถาวร แต่มีการยกร่างมาประกาศใช้ไหม่หลายครั้ง มีการฉีกทิ้งจนไม่อยากจะนับครั้ง ปรากฎการณ์สะท้อนถึงการแย่งชิงอำนาจ สลายอำนาจ และสืบทอดอำนาจ การยกเลิกรัฐธรรมนูญ มักเกิดขึ้นจากการปฏิวัติ รัฐประหาร ยึดอำนาจการปกครอง และยกเลิกสภา แล้วจัดการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ ในนามคณะของตน จัดตั้งรัฐบาลและสภาของตน เพื่อดำรงใช้อำนาจบริหารประเทศ ทำให้ศักดิ์ศรีความเชื่อมั้น ความศรัทธา ของรัฐธรรมนูญและระบบรัฐสภา เสื่อมถอยลงอย่างน่าเสียดาย อำนาจของหัวหน้าคณะปฎิวัติ หัวหน้าคณะรัฐประหาร สูงกว่ารัฐธรรมนูญ จึงเห็นว่าวันที่ 10 ธันวาคม นอกจากจะเป็นวันรำลึกถึงรัฐธรรมนูญแล้ว ยังเป็นวันที่ต้องอาลัยในการสูญเสียศักดิ์ศรีของรัฐธรรมนูญ
“กฎหมายที่ผ่านมา มักเป็นการเพิ่มอำนาจเจ้าหน้าที่ของรัฐ มากกว่าพิทักษ์อำนาจของประชาชน เป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ ความยากจน หนี้สิน ปัญหาสังคมและยาเสพติดตามมา รวมทั้งการตีความให้ความเห็นข้อกฎหมาย ที่ต้องใช้กฤษฎีกาหรือศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นองค์กรที่รัฐบาลจัดตั้งขึ้นไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ไม่ใช้องค์กร ของรัฐสภาที่เป็นผู้ผลิตกฎหมายมาใช้” วันมูหะมัดนอร์ กล่าว
ประธานรัฐสภาฯ กล่าวต่อว่า วันนี้เรายังควรรำลึกถึงรัฐสภา สถานการเมืองรัฐสภายังดำรงอยู่ ประหนึ่งว่าเป็นส่วนราชการ มากกว่าของประชาชน ตนจึงเห็นว่าเราน่าจะข่วยกันคิดว่า ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่จะทำให้ รัฐสภาเป็นสถาบันการเมืองของประชาชนอย่างมีศักดิ์ศรี มีภาระกิจสร้างความสมดุลย์ ระหว่างองค์กร อำนาจ พิทักษ์รับรองสิทธิของทุกคน ถึงเวลาที่เราจะต้องแก้ไขปรับปรุงโครงสร้างการบริหารรัฐสภา และแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้คุ้มครองความเสมอภาคแห่งสังคมพหุวัฒนธรรม ไห้มากยิ่งขึ้น โดยปราศจากความขัดแย้งและแตกแยก
ทั้งนี้รัฐธรรมนูญเป็นกฏหมายสูงสุดของประเทศ บทบัญญัติของกฎหมายใด กฎ หรือข้อบังคับ หรือการกระทำใด ที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ บทบัญญัติหรือการกระทำนั้นจะเป็นการใช้บังคับไม่ได้
โดยหลักการแล้วการใช้อำนาจด้วยอาวุธปืน ทำการปฏิวัติ รัฐประหาร กำหนดกฎเกณฑ์บังคับใช้กับประชาชน ใช้อำนาจตัดสินคดีโดยไม่ผ่านกระบวนการยุติธรรมศาล เป็นสิ่งที่ละเมิดวัฒนธรรม จริยธรรม รัฐธรรมนูญ ระบอบประชาธิปไตยทั้งสิ้น แต่การกระทำโดยวิธีการเหล่านี้ ได้เกิดขึ้นบ่อยครั้งจนเคยชิน กลายเป็นวัฒนธรรมการปกครองของไทยโดยไม่มีความผิดใดๆ ข้อกังขาและการกระทำดังกล่าวนี้เป็นเพียงตัวอย่างเท่านั้น ที่ทำให้ รัฐธรรมนูญไร้ศักดิ์ศรี รัฐสภาไร้เกียรติ อำนาจประชาชนทดถอย วัฒนธรรมจริยธรรมแห่งระบบประชาธิปไตยถูกละเลย รัฐธรรมนูญเป็นแค่กระดาษเท่ากับว่าอำนาจประชาธิปไตยของประชาชนไม่ได้มีอยู่จริง
“10 ธ.ค.ปีนี้ ขอให้เป็นรัฐธรรมนูญแห่งความหวังของประชาชน เป็นวันที่จะสถาปนาระบบรัฐสภา ให้เป็นสถาบันการเมืองของประชาชนและระบอบประชาธิปไตยของประเทศ ที่จะต้องพิทักษ์ความเป็นสิทธิมนุษยชน เป็นวันแห่งสันติภาพ อิสรภาพ เสรีภาพ หวังว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญในอนาคตจะช่วยลดบรรยากาศความขัดแย้ง ระหว่างรัฐกับประชาชน และประชาชนกับประชาชน โดยใช้กลไกลระบบรัฐสภา ในการคุ้มครองประชาชนอย่างสมดุลย์เพื่อรักษาอำนาจของประชาชน ไม่ให้ตกอยู่กับคนในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง” วันมูหะมัดนอร์ กล่าว


