ส่องมุมมองนักวิชาการ ‘รื้อ-ร่าง’รธน.เพื่อ ปชช.

11.12.23 | 12:11 น.

หมายเหตุ – สถาบันปรีดี พนมยงค์ และวิทยาลัยนานาชาติ ปรีดีพนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.)  จัดกิจกรรม PRIDI Talks #23 x PBIC : รื้อ ร่าง สร้าง รัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพื่อประชาชน เนื่องในวันรัฐธรรมนูญ มีนักวิชาการ เข้าร่วมเสวนา ที่หอประชุมศรีบูรพา มธ.ท่าพระจันทร์ เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม

รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ
ประธานกรรมการบริหารสถาบันปรีดี พนมยงค์
และกรรมการวิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

รัฐธรรมนูญปี 60 เป็นรัฐธรรมนูญที่การมีส่วนร่วมประชาชนมีอย่างจำกัด ดังนั้น เราต้องสร้าง รัฐธรรมนูญใหม่ โดยประชาชนมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญปี 60 ยังไม่คุ้มครองสิทธิเสรีภาพประชาชน ทั้งยังเพิ่มเงื่อนไขการจำกัดเสรีภาพไว้อีก 2 ข้อ ได้แก่ 1.การกระทบต่อความมั่นคง 2.ความสงบเรียบร้อย 2 ข้อนี้สามารถตีความได้อย่างไร้ขอบเขตเพื่อกดทับสิทธิเสรีภาพของประชาชน

รัฐธรรมนูญปี 60 เกิดจากความคิดไม่เชื่อมั่น ไม่ไว้วางใจประชาชน เราจึงต้องร่วมกันสร้างรัฐธรรมนูญใหม่ของประชาชน เชื่อมั่นในพลังของประชาชน ศรัทธาในความรักชาติรักประชาธิปไตยของชาวบ้าน

Advertisement

อย่างไรก็ตาม การมีรัฐธรรมนูญของประชาชน เป็นเพียงพื้นฐานหลักประกันเบื้องต้นในการทำให้สังคมไทยมีเสถียรภาพ มีความมั่นคง มีความก้าวหน้า มีคุณภาพชีวิตที่ดีแต่ยังต้องมีการผลักดันให้เกิดรัฐธรรมนูญของประชาชนโดยประชาชน เพื่อประชาชนพร้อมกับการล้มล้างผลพวงจากการรัฐประหาร เมื่อ 9 ปีที่แล้ว และการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี พ.ศ.2560 อันเป็นผลผลิตของคณะรัฐประหาร เป็นภารกิจสำคัญของขบวนการประชาธิปไตย และประชาชนผู้รักชาติรักประชาธิปไตย ในระยะ 2-3 ปีข้างหน้า

พรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย และขบวนการประชาธิปไตยต้องมีเอกภาพ รัฐธรรมนูญของประชาชนจึงจะเกิดขึ้นได้ ลำพังเพียงพรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล หรือพรรคพันธมิตรประชาธิปไตยอื่นๆ ย่อมไม่สามารถแก้ไขค่ายกลกับดัก เพื่อเปิดประตูสู่การมีรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนได้ การละวางผลประโยชน์ทางการเมืองเฉพาะหน้าของพรรคการเมือง การละวางการแข่งขันเพื่อแย่งชิงอำนาจไว้ข้างหลัง และมุ่งสู่เบื้องหน้าในการได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน เป็นสิ่งที่ดีสำหรับสังคมโดยรวมและประเทศของเรา

พรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย และขบวนการประชาธิปไตย ต้องมีเอกภาพ รัฐธรรมนูญของประชาชนจึงเกิดขึ้นได้

การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ยากมาก ต้องผ่านประชามติ ในวาระ 1 และวาระ 3 ต้องใช้เสียง ส.ว.อย่างน้อย 84 เสียง หากไม่ผนึกกำลังกัน ไม่มีทางสำเร็จ

ภารกิจนี้มีความสำคัญมาก รัฐธรรมนูญของประชาชนจะช่วยสถาปนาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขให้เข้มแข็ง ป้องกันการรัฐประหารในอนาคตได้พวกเราเห็นตัวอย่างจากเมียนมาแล้วว่า การล้มรัฐบาลประชาธิปไตย การล้มล้างผลการเลือกตั้ง ด้วยการรัฐประหารของมิน อ่อง ลาย ไม่ได้ทำลายระบอบประชาธิปไตยในเมียนมาเท่านั้น แต่ได้ทำลายชีวิตและโอกาสของคนหลายล้าน รวมทั้งการแตกสลายลงของรัฐชาติออกเป็นเสี่ยง เต็มไปด้วยภาวะไร้เสถียรภาพ ความรุนแรงนองเลือดและสงครามกลางเมือง หากเราไม่ต้องการเดินทางบนเส้นทางอันเลวร้ายต่อประชาชนแบบเมียนมา เราต้องช่วยกันสถาปนาระบอบการปกครองโดยกฎหมาย มีรัฐธรรมนูญของประชาชน

นอกจากนี้ เรายังต้องการประชาชนผู้ตื่นรู้ ผ่านการศึกษาทั้งในระบบและนอกระบบที่สอนให้ตั้งคำถาม คิด วิเคราะห์ ไม่ใช่ระบบการศึกษาแบบอำนาจนิยมที่สอนให้เชื่ออย่างไร้เหตุผล

ความเข้มแข็งของระบอบรัฐธรรมนูญต้องอยู่บนรากฐานของความเป็นสถาบันของระบบยุติธรรมและกระบวนการยุติธรรม ความเป็นสถาบันของรัฐธรรมนูญ สถาบันยุติธรรม มีความสำคัญต่อความมั่นคงแห่งรัฐ และสันติธรรมของสังคม สันติสุขของประชาชน

รัฐธรรมนูญในอุดมคติของผู้ยึดมั่นในหลักการประชาธิปไตยทั้งหลาย รวมทั้งท่านรัฐบุรุษอาวุโสปรีดี พนมยงค์ จะต้องบรรลุคุณค่าสำคัญ 3 ประการ ได้แก่

1.หลักความเสมอภาค รัฐธรรมนูญต้องรับรองสิทธิในความเสมอภาคของบุคคล โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเสมอภาคในการเข้าถึงความยุติธรรม ความคุ้มครองทางกฎหมายอย่างเท่าเทียม เข้าถึงปัจจัยการผลิต โอกาสทางเศรษฐกิจ โอกาสทางการศึกษา และทุกคนต้องมีหน้าที่ต่อรัฐอย่างเสมอภาคกัน

2.หลักสิทธิเสรีภาพ รัฐธรรมนูญต้องประกันและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน โดยการใช้สิทธิเสรีภาพนั้นต้องไม่ละเมิดผู้อื่นและก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อสังคม

3.หลักอำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน องค์กรต่างๆ ที่ใช้อำนาจทางการเมือง อำนาจการบริหาร อำนาจการบัญญัติกฎหมาย อำนาจในการตัดสินคดีและบังคับใช้กฎหมาย ต้องยึดโยงกับประชาชน

การฉีกรัฐธรรมนูญบ่อยครั้ง อาจทำให้เกิดความเข้าใจว่า รัฐธรรมนูญมิใช่กฎหมายสูงสุด และประเทศนี้ไม่ได้ปกครองโดยกฎหมาย แต่กลายเป็นเพียงเครื่องมือของชนชั้นนำในการแย่งชิง สถาปนา และสืบทอดอำนาจของกลุ่มตนโดยปราศจากหลักเกณฑ์พื้นฐานเป็นที่ยอมรับร่วมกัน แม้มีความพยายามในการป้องกันการฉีกรัฐธรรมนูญด้วยการห้ามมิให้มีการนิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำรัฐประหาร แต่ท้ายสุดรัฐธรรมนูญก็ถูกฉีกไปด้วยการรัฐประหารและมีการตรากฎหมายนิรโทษกรรมแก่คณะรัฐประหารอยู่นั่นเอง

การสถาปนารัฐธรรมนูญของประชาชนผ่าน ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้ง จะเป็นปัจจัยพื้นฐานจำเป็นและสำคัญต่อการป้องกันไม่ให้เกิดวิกฤตการณ์การเมืองในอนาคตได้ ป้องกันไม่ให้เกิดความขัดแย้งรุนแรงอันนำมาสู่การสูญเสียโอกาสของประเทศ และส่งผลเดือดร้อนต่อประชาชนในวงกว้าง พึงตระหนักว่า การมีรัฐธรรมนูญกับระบอบรัฐธรรมนูญมิใช่เป็นสิ่งเดียวกันในสังคมการเมืองไทยโดยเฉพาะในยุคเผด็จการอำนาจนิยม กล่าวคือ รัฐธรรมนูญอาจถูกเขียนให้มีเนื้อหาเผด็จการได้ เช่น มาตรา 17 สมัยเผด็จการสฤษดิ์ และมาตรา 44 สมัยคณะรัฐประหาร คสช.

พรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย และขบวนการประชาธิปไตย ต้องมีเอกภาพ รัฐธรรมนูญของประชาชนจึงเกิดขึ้นได้ บทบัญญัติบางมาตราในรัฐธรรมนูญใหม่จะมีผลในทางปฏิบัติก็ต่อเมื่อมีระบบ กลไก และการดำเนินการให้เกิดการคุ้มครองอย่างเป็นรูปธรรม ทำให้องค์กรภาคประชาชนมีความเข้มแข็ง ประชาชนเป็นพลเมืองผู้ตื่นรู้และมีความกระตือรือร้นทางการเมือง

เช่น สิทธิในการพิทักษ์รัฐธรรมนูญโดยสันติ และต่อต้านการรัฐประหาร สิทธิเสรีภาพตามธรรมชาติของมนุษย์นั้นต้องถูกจำกัดโดยกฎหมายเพื่อความสงบและมั่นคงในชีวิตของทุกคนเท่านั้น ถ้าไม่มีการทำสัญญาประชาคมกันแล้วมนุษย์ก็จะใช้สิทธิเสรีภาพอย่างไม่มีขอบเขตจนอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งขึ้นในประชาคมนั้นได้ ตามหลักการประชาธิปไตย อำนาจที่มาจากประชาชน เป็นอำนาจที่เหนืออำนาจอื่นใดทั้งหมด (Supreme Power) และเป็นสิ่งที่ละเมิดไม่ได้เปลี่ยนแปลงไม่ได้ถ้าประชาชนไม่ยินยอม องค์กรบริหาร (The Executive) หรือรัฐบาล อยู่ในฐานะเป็นองค์กรที่นำเอาเจตจำนงของประชาชนผ่านรัฐสภามาปฏิบัติ โดยทั่วไปฝ่ายบริหารต้องบริหารประเทศให้เป็นไปตามกฎหมายที่ฝ่ายนิติบัญญัติบัญญัติ

รัฐบาลเกิดขึ้นจากความเห็นชอบและการจัดตั้งของประชาชน รัฐบาลมิใช่คู่สัญญาของประชาชนในการจัดตั้งสังคมการเมือง รัฐบาลเป็นเพียงผู้แทน ที่ประชาชนมอบหมายให้ทำหน้าที่ในการปกครอง รัฐบาลจึงมีเพียงหน้าที่ต้องกระทำเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนและรัฐบาลไม่มีสิทธิที่จะละเมิดความต้องการหรือผลประโยชน์ของประชาชน ดังนั้น ถ้าปรากฏว่าเมื่อใดก็ตามที่รัฐบาลละเมิดหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายเพื่อประโยชน์ส่วนตน ประชาชนย่อมมีสิทธิในการถอดถอนรัฐบาล รัฐบาลกับประชาคมทางการเมืองเป็นคนละส่วนกัน รัฐบาลอาจถูกถอดถอนหรือล้มล้างได้โดยที่ประชาคมทางการเมืองมิได้สิ้นสุดไปด้วย เพราะประชาคมทางการเมืองเกิดขึ้นจากการกระทำสัญญาร่วมกันของประชาชน แต่รัฐบาลเป็นแต่เพียงผู้แทนที่ประชาชนมอบอำนาจให้ทำหน้าที่ในการบริหารเท่านั้น

เมื่อรัฐบาลไม่เหมาะสมถูกล้มล้างไปด้วยวิถีทางแห่งกฎหมาย ประชาชนก็สามารถจัดตั้งรัฐบาลขึ้นใหม่ได้ เพราะอำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน และสิ่งนี้ รัฐธรรมนูญใหม่ต้องให้ความคุ้มครองประชาชนที่ต้องการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล การเปลี่ยนผ่านอำนาจอย่างสันติ (Peaceful Transition)จึงเกิดขึ้นได้ และรัฐบาลโกงกิน หรือไร้ความสามารถ ก็จะออกจากอำนาจไปด้วยกระบวนการประชาธิปไตย โดยไม่ต้องใช้การรัฐประหาร การรัฐประหารที่ทำให้บ้านเมืองถอยหลังและสร้างความเสียหายเหมือนที่ผ่านมา

ขอฝากให้ผู้คนในสังคมโดยเฉพาะผู้มีอำนาจว่า ถึงเวลาแล้วหรือยัง เราจะเดินหน้าอย่างจริงจัง และจริงใจในการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ด้วยการนิรโทษกรรมต่อนักโทษทางความคิด และนักโทษทางการเมือง โดยเฉพาะผู้ถูกลงโทษจำคุกอย่างไม่เป็นธรรมและไม่ได้มีความผิดใดๆ เพียงแต่เขาเห็นต่างจากผู้มีอำนาจ และกระบวนการยุติธรรมที่ลงโทษเพื่อนร่วมชาติก็ไม่ได้มีมาตรฐานอย่างเช่นอารยประเทศ

รศ.ดร.มุนินทร์ พงศาปาน
อาจารย์คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์

การจัดทำรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาเป็นผลผลิตของการศึกษารัฐธรรมนูญเปรียบเทียบจากหลายประเทศ เราน่าจะเป็นประเทศที่ศึกษารัฐธรรมนูญบ่อยที่สุด จนกระทั่งมีเรื่องแปลก 2 เรื่อง ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 กล่าวคือ

เรื่องที่ 1 เราใช้กฎหมายเปรียบเทียบ ในทางรัฐธรรมนูญ เราไปดูกฎหมายรัฐธรรมนูญในต่างประเทศที่หลากหลายมาก ไม่ว่าจะเป็นรัฐธรรมนูญยุโรป อังกฤษ ฝรั่งเศส ลองผิดลองถูกหลายครั้ง ในการจัดทำรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 สามารถสร้างนวัตกรรมใหม่ในทางรัฐธรรมนูญ ถือว่าเป็นเรื่องแปลกใหม่มาก เป็นนวัตกรรมเกิดจากการศึกษารัฐธรรมนูญของหลายประเทศเป็นอย่างดีศึกษาการผิดพลาดต่างๆ จนสามารถดีไซน์ระบบเพื่อบรรลุเป้าหมายอย่างที่ต้องการได้

รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ยกตัวอย่าง การให้ ส.ว.มีอำนาจให้เลือกนายกรัฐมนตรีได้ หรือการทำให้องค์กรอิสระมีอำนาจมากมหาศาล สามารถวินิจฉัยทุกสรรพสิ่ง ทุกการกระทำในทางกฎหมายเพื่อขัดรัฐธรรมนูญได้

ถามว่าความเป็นจริงเป็นสิ่งใหม่หรือไม่ในการวินิจฉัยการกระทำเชิงกฎหมายว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ ก็ไม่ได้ใหม่มากนัก ในเยอรมนีก็มีหลักการคล้ายกันแบบนี้ ถูกนำมาใช้ในสภาพของสังคมเรา ในขณะที่หลักการคล้ายกันๆ แต่มีฟังก์ชั่นอีกแบบหนึ่ง

ในสภาพแวดล้อมแบบประเทศเยอรมนี การนำหลักการของต่างประเทศมาใช้ มีการหยิบยกหลักการน่าจะนำมาใช้แล้วเกิดผลอย่างต้องการต่อระบบบ้านเรามีการดัดแปลงจนเกิดนวัตกรรมใหม่ เพราะฉะนั้นเราจะเห็นนวัตกรรมใหม่ภายใต้รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 เราอยู่ในจุดเป็นตัวอย่าง เป็นแรงบันดาลใจให้กับประเทศเพื่อนบ้านได้ เรามี ส.ว.เลือกนายกรัฐมนตรีได้ เรามีศาลรัฐธรรมนูญสามารถวินิจฉัยคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด หรือทุกการกระทำขององค์กรรัฐ ถูกอยู่ในข่ายวินิจฉัยขัดต่อรัฐธรรมนูญได้ เราเจอนวัตกรรมมากมายภายใต้รัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องพิสดารมาก

เรื่องที่ 2 เรามีกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการร่างรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องพิสดาร จะมีกี่ประเทศมีกลุ่มเชี่ยวชาญการร่างรัฐธรรมนูญ หมายความว่าต้องร่างบ่อยมาก จนเชี่ยวชาญในการร่างรัฐธรรมนูญให้กับประเทศ ไม่ปรากฏที่ประเทศไหน แต่ปรากฏกับประเทศเราเรามีกลุ่มคนกำหนดกฎกติกาของประเทศ มีคนสร้างมาตรฐานในการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ

2 เรื่องนี้ คือ สิ่งที่แปลกประหลาดมากที่เกิดขึ้นภายใต้รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 เมื่อพูดภาพรวมรัฐธรรมนูญจากทั่วโลก มีอยู่ 2 รูปแบบด้วยกัน คือ 1.รัฐธรรมนูญถูกใช้เป็นเครื่องมือในการส่งเสริมการปกป้องประชาชนที่เป็นอำนาจอธิปไตยอย่างแท้จริง รัฐธรรมนูญฉบับนั้นช่วยให้ประชาชนมีสิทธิและเสรีภาพที่พึงมี ภายใต้หลักการสากล

2.รัฐธรรมนูญถูกออกแบบมาเป็นเครื่องมือ ในการจำกัดบทบาทของประชาชนในการเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย สร้างกลไกไว้มากมาย เพื่อไม่ให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิและเสรีภาพได้อย่างแท้จริง

ถ้าย้อนกลับมามองประเทศไทย นั่นก็คือแบบที่ 2 เรามีรัฐธรรมนูญเยอะแยะมากมายในส่วนต้นที่เขียนไว้รับรองสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน โดยเฉพาะมาตรา 3 ยืนยันหนักแน่นว่าประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย

ทุกท่านทราบว่า เรามีการเลือกตั้ง แต่อำนาจอธิปไตยของประชาชนชาวไทย เราไม่สามารถใช้ได้อย่างสมบูรณ์ คนส่วนใหญ่พูดว่าอำนาจอธิปไตย คือ การไปออกเสียงเลือกตั้ง นั่นคือวันเดียวที่เราเป็นเจ้าของ หลังการเลือกตั้งอำนาจอธิปไตยของเราก็หายไป เป็นเรื่องน่าเศร้าเกิดขึ้นในบ้านเรา

ทุกครั้งที่มีการรัฐประหาร รัฐธรรมนูญที่ตามมา คือ ถูกออกแบบมาเป็นเครื่องมือ รวมถึงรัฐธรรมนูญถูกออกแบบเป็นเครื่องมือฉบับปัจจุบัน

ดังนั้น ถ้าเราดูหลักคิดของการร่างรัฐธรรมนูญ ของผู้เชี่ยวชาญการร่างรัฐธรรมนูญในบ้านเรา รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน รัฐธรรมนูญรับรองความเป็นเจ้าของอำนาจสูงสุดของประชาชน ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจประชาธิปไตย แต่ว่ารัฐธรรมนูญได้สร้างกลไกขึ้นมาบนสิ่งที่บอกว่าคุ้มครองประชาชน แต่มองว่าประชาชนเป็นเพียงผู้เยาว์ มีความสามารถใช้อำนาจอธิปไตยได้จำกัด ฉะนั้นผู้เยาว์ก็ต้องมีผู้แทนโดยชอบธรรม คอยชี้เรื่องนั้นเรื่องนี้ คอยมายกเลิกการตัดสินใจของประชาชน มีกลไกหรือองค์กรทำหน้าที่เป็นผู้แทนโดยชอบธรรม คอยมายกเลิก เพิกถอนการแสดงเจตนาของประชาชน มองประชาชนเป็นผู้ไร้ความสามารถ มองว่ากลไกต่างๆ เป็นเหมือนกลไกการคุ้มครองประชาชน ไม่ใช่ประชาชนถูกหลอกโดยนักการเมือง หรือการแสดงเจตนาที่มีผลกระทบต่อความสงบสุข หรือความมั่นคงต่อส่วนรวมหลักการคิดแบบนี้ ถูกต้องและสอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตยหรือไม่

หลักกฎหมายผู้เยาว์นั้น ใช้ได้ในกฎหมายเอกชน กฎหมายแพ่ง กฎหมายพาณิชย์เท่านั้น ที่เราคุ้มครองเป็นบุคคลๆ ไป แต่ในระบบกฎหมายรัฐธรรมนูญในทางมหาชน ทุกคนมีสิทธิและเสรีภาพ มีความเสมอภาค เราทุกคนเป็นเจ้าของอำนาจความเป็นอธิปไตยเสมอกันเราทุกคนมีสิทธิเลือกผู้แทนอำนาจของตัวเราทุกคน เราไม่ควรมีใครมาชี้ว่า การแสดงเจตนาของเรามีวุฒิภาวะหรือไม่ เป็นมาตรฐานความถูกต้องของศีลธรรม ความสงบเรียบร้อยหรือเปล่า เป็นปัญหาของรัฐธรรมนูญปี พ.ศ.2560 เป็นชุดความคิดครอบงำ หรืออยู่เบื้องหลังของรัฐธรรมนูญทั้งหมด คนพยายามจะสร้างระบบนี้ขึ้นมา ดูเหมือนว่าไม่เชื่อว่าประชาชนมีวุฒิภาวะมากพอจะใช้อำนาจอธิปไตยซึ่งเป็นของประชาชน

ส่วนปัญหาของหลักการไม่เป็นประชาธิปไตย เพียงพอทำให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นรัฐธรรมนูญไม่ชอบธรรม รัฐธรรมนูญตกเป็นโมฆะในเชิงหลักการในความเห็นส่วนตัวของผม มีปัญหาร้ายแรงมาก ไม่ใช่เฉพาะหลักการไม่สอดคล้องกับประชาธิปไตย แต่ปัญหาของการได้มารัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็เต็มไปด้วยปัญหาขาดความชอบธรรม ฝ่ายสนับสนุนบอกว่ารัฐธรรมนูญนี้ผ่านการทำประชามติ เขาบอกว่าประชาชนให้ความเห็นชอบไปแล้ว นักกฎหมายทุกคนทราบดีว่า การแสดงเจตนาของคนต้องตั้งอยู่ในฐานของความเป็นอิสระของการแสดงเจตนา นั่นคือเราต้องทราบข้อมูลของฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย และเห็นด้วย และมีสิทธิตัดสินใจ โดยได้รับข้อมูลอย่างครบถ้วน

เราทราบกันดีว่าใครขัดต่อรัฐธรรมนูญก็จะถูกจับกุมดำเนินคดี เราอยู่ภายใต้สภาวะอ้างความสงบเรียบร้อย จึงไม่มีการถกเถียง พูดคุยกัน ทำให้ประชาชนได้รับข้อมูลฝ่ายเดียว เข้าถึงข้อมูลอีกฝั่งจำกัดมาก นี่คือปัญหารัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่มีความบกพร่อง