เป๋า ยิ่งชีพ รับ กังวลคำถามทำประชามติ ไม่เชื่อถือพรรคร่วมรบ.ที่ได้ประโยชน์จากรธน.60 ลั่น หากคิดว่าทำประชามติ 3 ครั้งเยอะก็ไม่ต้องทำ เสนอเข้าสภาฯ ได้เลย ปชช.ร่วมด้วย
เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 10 ธันวาคม ที่รัฐสภา มีการจัดงานวันฉลองรัฐธรรมนูญประจำปี 2566 ”ร่วมก้าวย่างบนประชาธิปไตย สู่เส้นชัยรัฐธรรมนูญ“ ช่วงหนึ่งมีการจัดกิจกรรมเสวนาในหัวข้อ “รัฐธรรมนูญฉบับใหม่หน้าตาเป็นอย่างไร“ มีผู้เข้าร่วมการเสวนา ได้แก่ นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.), นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.), นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.), นายนิกร จำนง โฆษกคณะกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางทำประชามติเพื่อแก้ไขปัญหาความเห็นที่แตกต่างในเรื่องรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560, นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรค ก.ก., นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้แทนกลุ่มไอลอว์ โดยมีนายเกรียงไกร หอมจันทร์เทศ เป็นผู้ดำเนินรายการ
นายยิ่งชีพ กล่าวว่า เมื่อ 3 ปีที่แล้วคือวันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 มีคำถามว่ารัฐธรรมนูญต้องการอะไร เรามีความฝันง่ายๆ คือใครได้เสียงข้างมาก คนนั้นต้องเป็นรัฐบาล ไม่มีอำนาจอื่นมาแทรกแซง เราอยากอยู่ในประเทศที่มีระบบตรวจสอบอำนาจรัฐที่มีที่มาอิสระ ไม่ใช่ถูกเลือกมาจากรัฐ ตอนนี้มีคำถามว่าจะเขียนรัฐธรรมนูญใหม่หรือไม่ ตนถือว่าหยาบคาย เพราะเราต้องการรัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งจากผลการเลือกตั้ง ทั้งนี้ กระบวนจัดทำกฎหมายสามารถเริ่มได้เลย โดยการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเข้าสู่สภาฯ แต่ก็มีความกังวลว่าจะผ่าน สว. หรือไม่ที่ต้องทำประชามติก่อน ดังนั้น จึงต้องทำประชามติครั้งแรกก่อน ทั้งนี้ เชื่อว่าในกฎหมายไม่ได้ระบุว่าให้ทำประชามติครั้งที่ 1 ก่อน เราจะไม่ทำก็ได้ และศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่ได้สั่งรวมถึงไม่มีอำนาจมาสั่ง แต่จะทำก็ได้ เพราะยิ่งทำจะยิ่งทำให้ประชาชนมีการตัดสินใจที่ดี แต่เราก็มีความกังวลว่าคำถามในการทำประชามติจะยิ่งทำให้มีเงื่อนไข ซึ่งตนไม่ได้ไม่เชื่อถือพรรค พท. แต่ไม่เชื่อถือพรรคร่วมรัฐบาลที่ได้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญ 2560
นายยิ่งชีพ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ โอกาสแรกหากจะจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เราต้องล็อกการตั้งคำถามว่าประชาชนจะเห็นชอบหรือไม่ หากเขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่มาจากการแต่งตั้ง หากทุกคนโหวตไม่เอาก็แปลว่าไม่เอาการเขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วย หรือเห็นชอบหรือไม่กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยไม่แก้หมวด 1 หมวด 2 ถ้าโหวตไม่เอาคือเห็นด้วยกับการแก้ แต่ไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไข ดังนั้น จึงขอให้มีการเสนอคำถามในการทำประชามติ และ ส.ส.ร.ต้องมาจากการเลือกตั้ง 100% ไม่ใช่มาจากการแต่งตั้ง หรือมาจากไหนก็ไม่ทราบ ซึ่งเป็นจุดที่ประกาศชัดแล้วว่าประชาชนต้องการการเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ เลือกตั้งทั้งฉบับใหม่ 100%
“รัฐบาลกลัวว่าถ้าคนไม่ถึงก็จะขายหน้า แต่ประชาชนตื่นตัวเรื่องนี้กันมากแล้ว ถ้าทำด้วยการเปิดกว้าง เราก็จะรณรงค์ได้อย่างเต็มที่ และจะช่วยกันจนสุดความสามารถ แต่หากผลออกว่าไม่ทำประชามติ เราไม่ต้องถาม อย่างไรก็ตาม ผมไม่ติดใจ ซึ่งถ้าคิดว่าทำประชามติ 3 ครั้งมันเยอะ ไม่ต้องทำครั้งที่ 1 ให้เสนอร่างเข้าสู่สภาฯ เลย มั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยก็จะเสนอ และพรรคก้าวไกลก็จะเสนอ รวมถึงประชาชนจะเสนอเข้ามาด้วย” นายยิ่งชีพ กล่าว

