นิกร ให้คำมั่นจะทำรธน.ฉบับใหม่ให้สำเร็จ บอก ต้องอ่อนตัว-แก้ง่าย ให้ปชช.มีส่วนร่วม เผย 18-20 ธ.ค. สมาชิกรัฐสภาทำแบบสอบถามประชามติ ชงเข้า กก.ชุดใหญ่ ก่อนหาข้อสรุป 25 ธ.ค. แย้ม อาจเริ่มทำประชามติครั้งแรกเม.ย.ปีหน้า
เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 10 ธันวาคม ที่รัฐสภา มีการจัดงานวันฉลองรัฐธรรมนูญประจำปี 2566 ”ร่วมก้าวย่างบนประชาธิปไตย สู่เส้นชัยรัฐธรรมนูญ“ ช่วงหนึ่งมีการจัดกิจกรรมเสวนาในหัวข้อ “รัฐธรรมนูญฉบับใหม่หน้าตาเป็นอย่างไร“ มีผู้เข้าร่วมการเสวนา ได้แก่ นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.), นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.), นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.), นายนิกร จำนง โฆษกคณะกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางทำประชามติเพื่อแก้ไขปัญหาความเห็นที่แตกต่างในเรื่องรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560, นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรค ก.ก., นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้แทนกลุ่มไอลอว์ โดยมีนายเกรียงไกร หอมจันทร์เทศ เป็นผู้ดำเนินรายการ
นายนิกร กล่าวว่า ตนมีประสบการณ์การมีส่วนร่วมในการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับ 2540 ซึ่งถือว่าน่ายินดี เพราะมีส่วนร่วมจากประชาชนค่อนข้างมาก แต่ก็ประสบปัญหาที่รัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวไม่ได้มีการแก้ไข อีกทั้งยังแก้ยาก ส่งผลให้ฝ่ายการเมืองมีอำนาจมากเกินไป ดังนั้น จึงเห็นว่าวันนี้ควรมีรัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชน ทั้งนี้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ต้องมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.)
นายนิกร กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม สัดส่วนของ สว.ที่มีสิทธิออกเสียงนั้นจะทำให้แก้ยากอีก จึงขอเสนอว่าในครั้งนี้ควรใช้เสียงเพียง 2 ใน 3 เพื่อให้มีเพียงสภาผู้แทนราษฎรจับมือกันแล้วสามารถแก้รัฐธรรมนูญได้ เนื่องจากทุกวันนี้โลกหมุนเร็ว และปัญหาของปี 2540 อาจไม่ใช่ปัญหาของวันนี้ และปัญหาของวันนี้ก็คงไม่ใช่ปัญหาของ 10 ปีข้างหน้า อย่างไรก็ตาม ถ้าเราเขียนรัฐธรรมนูญไว้ให้มันอ่อนตัว แก้ไขได้ ประชาชนสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ในอนาคต เราก็จะไม่มีรัฐธรรมนูญที่ถูกฉีก เพราะเหตุที่รัฐธรรมนูญถูกฉีกก็เพราะแก้ไขยาก
นายนิกร กล่าวด้วยว่า ในการจัดทำรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2540 นั้น รัฐบาลต้องมีสัญญากับประชาชนก่อน ซึ่งรัฐบาลปัจจุบันนี้มีแล้วอยู่ในคำแถลงนโยบายคือ รัฐบาลจะแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและแตกแยกในเรื่องรัฐธรรมนูญปี 2560 เพื่อให้รัฐธรรมนูญมีความประชาธิปไตยมากขึ้น ตีความได้ว่าเพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชน อย่างไรก็ตาม แม้รัฐบาลจะตั้งคณะทำงานเรื่องนี้ที่มี นายภูมิธรรม เวชชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการศึกษาแนวทางการทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญ แต่ก็ยังต้องเผชิญกับปัญหาที่ซับซ้อน ซึ่งในขณะนี้ได้รับฟังความเห็นจากประชาชนทุกกลุ่มและทุกภูมิภาคแล้ว เหลือเพียงแต่สมาชิกรัฐสภา ซึ่งในวันที่ 13 ธันวาคมนี้ สมาชิกรัฐสภาจะทำแบบสอบถามความเห็นต่อประชามติ และในวันที่ 18-20 ธันวาคม จะรับฟังคำตอบ เพื่อสรุปความเห็นในวันที่ 22 ธันวาคม และวันที่ 25 ธันวาคมนายภูมิธรรม จะนัดประชุมคณะกรรมการฯ ชุดใหญ่ เพื่อหาข้อสรุป
นายนิกร กล่าวอีกว่า หลังจากนั้น ช่วงเดือนเมษายน 2567 จะเริ่มทำประชามติครั้งแรก หรือหากมีพรรคการเมืองเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความก่อน และวินิจฉัยว่าไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ก็อาจจะเริ่มทำประชามติเร็วกว่านั้นได้ แต่ที่เป็นห่วงคือ ประชาชนจะออกมาใช้สิทธิถึง 26 ล้านคนหรือไม่ และมีผู้เห็นชอบรัฐธรรมนูญไม่น้อยกว่า 13.5 ล้านคนหรือไม่ ตามระบบเสียงข้างมาก 2 ชั้น ซึ่งวันพรุ่งนี้ (11 ธันวาคม) ตนจะเดินทางไปสอบถามแนวทางกับสถานทูตสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นประเทศที่มีการทำประชามติบ่อยครั้งมาก
“ทั้งหมดนี้ ผมพูดในนามผู้ปฏิบัติหน้าที่ว่าเราจะทำให้จนได้ ด้วยความตั้งใจ จริงใจเต็มที่ เพื่อให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และเป็นรูปธรรม” นายนิกร กล่าว

