หน้าแรก การเมือง เศรษฐา-2 รมช....

เศรษฐา-2 รมช.คลัง นำแถลงแก้หนี้ทั้งระบบวันนี้ เอสเอ็มอี หนุนอุ้มทุกกลุ่ม ชูรื้อเกณฑ์แบล็กลิสต์บูโร

12.12.23 | 06:30 น.
แฟ้มภาพ

เศรษฐา-2 รมช.คลัง นำแถลงแก้หนี้ทั้งระบบวันนี้ เอสเอ็มอี หนุนอุ้มทุกกลุ่ม ชูรื้อเกณฑ์แบล็กลิสต์บูโร ยายแฉจ่ายดบ.วันละ 3 พัน

เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประกาศให้การแก้ปัญหาหนี้สินเป็นวาระแห่งชาติ โดยวันที่ 12 ธันวาคม เวลา 14.00 น. นายกฯพร้อมด้วย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ฯลฯ แถลงข่าวการจัดการหนี้ทั้งระบบ เป็นไปตามที่นายกรัฐมนตรีเคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่าจะแก้ปัญหาหนี้สินของประชาชนรายย่อย ทั้งหนี้ กยศ. หนี้ครู หนี้นอกระบบ หนี้เกษตรกร และหนี้สิน ของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เป็นต้น

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังเตรียมเสนอมาตรการพักหนี้กลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) รหัส 21 ของ ธปท. ดำเนินการผ่านธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส. ที่เป็นหนี้เสีย (เอ็นพีแอล) จะให้พักชำระหนี้เฉพาะเงินต้น วงเงินไม่เกิน 10 ล้านบาทต่อราย เป็นเวลา 1 ปี และลดอัตราดอกเบี้ยให้เป็นกรณีพิเศษ ขณะที่ลูกหนี้เอสเอ็มอี รหัส 21

ขณะที่ นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาหนี้กลุ่มเอสเอ็มอีรหัส 21 ที่เป็นหนี้เสียจากวิกฤตโควิด ซึ่งรัฐมีเงื่อนไขการแก้หนี้กลุ่มลูกหนี้ในสถาบันการเงินรัฐ มองว่าก็เป็นเรื่องดี แต่มาตรการนี้ช่วยเหลือลูกหนี้แค่บางส่วนเท่านั้น เพราะกลุ่มเอสเอ็มอีที่มีปัญหาจากรหัส 21 เป็นหนี้ธนาคารพาณิชย์ และผู้ให้บริการที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (นอนแบงก์)พิโกไฟแนนซ์ รวมถึงหนี้นอกระบบ ล้วนแต่เป็นกลุ่มที่มีปัญหาเช่นกัน จึงอยากให้รัฐบาลช่วงเหลือบรรเบาความเดือดร้อนให้ครอบคลุมทุกภาคส่วนด้วย นอกจากนี้ อยากให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาหลังจากที่ลูกหนี้สามารถปลดหนี้แล้ว อยากให้ประวัติถูกหนี้ถูกแก้ไขโดยเร็วและไม่ต้องติดแบล๊กลิสต์ของบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB) หรือเครดิตบูโร

ที่ศูนย์ประสานงานเพจสายไหมต้องรอด เขตสายไหม ยายไหม อายุ 63 ปี ผู้เสียหาย เดินทางจาก จ.อุตรดิตถ์ เพื่อร้องต่อนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย(มท.) หลังจากสามีตัดสินใจผูกคอเสียชีวิต เพื่อนำเงินฌาปนกิจมาใช้หนี้เงินกู้นอกระบบ เนื่องจากไม่มีเงินจ่ายดอกลอยวันละ 3,000 บาท

Advertisement

ยายไหมกล่าวว่า เจอวิกฤตโควิด-19 ทำให้การค้าขายไม่ดี จึงต้องกู้เงินมาใช้จ่ายลงทุนแต่ขายไม่ดีทำให้ต้องกู้เพิ่มจนกลายเป็นงูกินหาง จึงทำให้หาเงินมาจากดอกเจ้าหนี้ประมาณ 7 เจ้าไม่ทันแต่ละวันต้องจ่ายดอกประมาณ 3,000 บาท จนเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายนที่ผ่านมาหนึ่งในเจ้าหนี้ชื่อนายสุดหล่อ ที่ชอบโทรมาทวงเงินและมักจะด่าทอตากลับมาจึงปรึกษายายทั้งตัวมีเงิน 3 บาท และวันพรุ่งนี้เจ้าหนี้ร้องมาทวงเงินอีก พร้อมบอกว่าหากหาเงินไม่ได้ต้องมีใครสักคนตาย

งแต่สุดท้ายก็ไม่คิดเลยว่าตาจะตัดสินใจทำแบบนั้น หลังตาเสียชีวิตได้เงินฌาปนกิจมาประมาณ 160,000 บาท ธ.ก.ส.หักไป 100,000 บาท เหลือ 60,000 บาท เอาไปจัดงานศพยอด 80,000 บาท แต่เงินไม่พอชาวบ้านจึงช่วยกันทำบุญได้ประมาณ 40,000 บาท โดยแบ่งไปจ่ายเจ้าหนี้ที่ทวงในงานศพตา 20,000 บาท ทำให้ยายไม่เหลือเงินแล้วสักบาท’ ยายกล่าว

ด้าน นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ทางจังหวัดและอำเภอได้พบตัวเจ้าหนี้แล้ว 1 ราย และคนทวงหนี้ 1 ราย ซึ่งได้สอบสวนแล้ว โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังกะพี้ จะได้ขยายผลติดตามเจ้าหนี้และคนทวงหนี้รายที่เหลือมาสอบสวนต่อไป