หน้าแรก การเมือง สาทิตย์ เปิดใ...

สาทิตย์ เปิดใจเหตุทิ้งปชป. ไม่ได้หารืออภิสิทธิ์มาก่อน ชี้อุดมการณ์พรรคถูกบดบัง แต่ไม่สบประมาทกก.บห.ชุดใหม่

12.12.23 | 09:23 น.

สาทิตย์ เปิดใจ เหตุทิ้ง ปชป. ลั่น ไม่ได้หารืออภิสิทธิ์มาก่อน รับไม่ได้อุดมการณ์พรรคถูกบดบังด้วยคนเฉพาะกลุ่ม แต่ก็ไม่สบประมาท กก.บห.ชุดใหม่ เพราะโจทย์ยาก เผยคาดจะออกตามมาอีกเยอะ ถอยมารอดูพรรคกลับมาเติบโตใหม่

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และอดีต ส.ส.ตรังหลายสมัย พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว “สาทิตย์ วงศ์หนองเตย” ตัดสินใจลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ โดยระบุข้อความว่า “ตัดสินใจอยู่ 2 วัน แม้ยังยึดมั่นในอุดมการณ์ แต่ในวันที่จิตวิญญาณประชาธิปัตย์มิอาจเปล่งประกาย หลังหารือทีมงานที่สู้ร่วมกันมากว่า 28 ปี จึงตัดสินใจลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์….ด้วยรักและผูกพัน..”

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านพักของนายสาทิตย์ ในพื้นที่ อ.ห้วยยอด จ.ตรัง และได้สัมภาษณ์นายสาทิตย์ โดยเจ้าตัวระบุว่า ตัดสินใจอยู่ 2 วัน ตนอยู่ในวันที่มีการประชุมใหญ่พรรคด้วย ได้ฟังทั้งที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค ทั้งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พูด ก็ได้คิดในหลายเรื่อง เพราะตนอยู่ประชาธิปัตย์มานานตั้งแต่เป็นนักเรียน เป็นยุวประชาธิปัตย์มาโดยตลอด จนมาเป็นกรรมการสาขาพรรคที่ จ.ตรัง ลงสมัครรับเลือกตั้งปี 2538 และไม่เคยย้ายพรรคไปไหนเลย เมื่อพิเคราะห์ดูจากเหตุการณ์ทั้งหมดแล้ว คิดว่าอยู่พรรคนี้เพราะเรารักในอุดมการณ์ และมีจิตวิญญาณของความเป็นประชาธิปัตย์ ซึ่งจะต้องยึดถือในคำพูดที่หลายคนว่าต้องมีวาจาสัตย์ แต่เมื่อมาดูทิศทางแล้วมันไม่ใช่ทาง กรรมการบริหารชุดใหม่เองก็สะท้อนออกมาว่า ไม่ได้สะท้อนตัวแทนของคนทุกคน ทุกกลุ่ม กลายเป็นระบบพรรคพวกไป และตนก็ดูจากครั้งที่แล้วตอนที่มีการเลือกตั้ง ก็มีความไม่เป็นธรรมอยู่หลายเรื่องอยู่แล้ว ยิ่งมีการเปลี่ยนแปลงไปสู่สภาพแบบนี้ด้วย ส่วนตัวคิดว่าอุดมการณ์กับจิตวิญญาณที่มีอยู่ถูกบดบังด้วยกลุ่มคนกลุ่มนี้ จึงตัดสินใจว่าเพื่อให้เป็นการแสดงออกที่ชัดเจน ก็ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ โดยได้ประกาศผ่านทาง Facebook ก็ถือว่ามีผลทันที แต่จะส่งจดหมายตามไปอีกที ซึ่งก็มีทั้งตัวแทนสาขาพรรคในพื้นที่ด้วย ทีมงานที่ทำงานด้วยกันก็จะลาออกตามกันไปด้วยอีกหลายคน

นายสาทิตย์กล่าวอีกว่า กับนายอภิสิทธิ์แม้จะสนิทและเคยช่วยงานกันมาก่อน แต่ก็ไม่เคยได้คุยกันเรื่องนี้ ไม่ได้หารือกันล่วงหน้า หลังจากที่นายอภิสิทธิ์ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคแล้ว ตนก็ได้ส่งไลน์ไปให้กำลังใจกัน แต่ไม่ได้คุยอะไรกัน นายอภิสิทธิ์ได้ประกาศชัดในทิศทางของท่าน ว่าท่านไม่ไปไหน ส่วนตนยังไม่ได้คิดอะไรในตอนนี้ เพียงแค่ลาออกจากสมาชิกพรรคก่อน ก็คิดว่า คิดแค่ว่าลาออกมาดูก่อนถอยตั้งหลักก่อน กับคนอื่นๆก็แทบไม่ได้คุยอะไรกันเลย มีบางคนที่โทรมาถามว่าคิดยังไงตอนนี้ ก็บอกว่ากำลังคิดอยู่ว่าจะทำยังไงดี ทั้งนี้ ตนรอประเมิน รอให้มีการตั้งกรรมการบริหารพรรคเสร็จ แล้วจะรอดูหน้าตาและปฏิกิริยาของคน พรรคไม่ได้เสื่อมโทรมอะไร แต่เป็นเรื่องของบุคคล บังเอิญบุคคลกลุ่มหนึ่งมามีอำนาจในการบริหารพรรค ก็ให้โอกาสเขาได้ทำงานไป ส่วนเราก็ถอยออกมาดูก่อน

นายสาทิตย์กล่าวว่า ส่วนอนาคตพรรคประชาธิปัตย์ภายใต้การนำของผู้บริหารชุดใหม่ ก็ไม่ได้สบประมาทอะไรเขา แต่มองว่าโจทย์มันยากยากมาก แค่ฝ่าเรื่องของคำประกาศที่เคยประกาศเอาไว้แล้วก็ถือว่ายากแล้ว นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงตัวกรรมการบริหารพรรคทุกครั้งทั้งตัวหัวหน้า ตัวเลขาฯ และอื่นๆ มักจะได้รับการขานรับจากสังคมว่าจะรอดูหรือถือเป็นทิศทางใหม่ แต่เที่ยวนี้กระแสตอบรับเรียกได้ว่าไม่ได้ดีอย่างที่หลายคนคิด จึงมองว่าโจทย์มันยากมาก แต่เขาก็มีสิทธิ์ที่จะดำเนินไป ก็ขึ้นอยู่กับว่าเขาจะยอมรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมากน้อยแค่ไหน ว่าทันทีที่เลือกกรรมการบริหารเสร็จ คนลาออกไปเยอะ และเท่าที่ดูในกลุ่มต่างๆตอนนี้ก็มีคนอื่นๆออกจากกลุ่มไปหลายคน เพราะปกติเมื่อเรามีการลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค ก็จะมีการลาออกจากกลุ่มต่างๆ ด้วย ตนก็อยู่หลายกลุ่ม ทั้งกลุ่มอดีต ส.ส. กลุ่มประชาธิปัตย์เดินหน้า ก็ลาออกทุกกลุ่ม ก่อนหน้านี้ก็เห็นคนออกจากกลุ่มไปหลายคน อย่างที่จ.ตรังตอนนี้ตัวแทนสาขาพรรคกับสมาชิกพรรคหลายคนก็คิดตรงกัน ส่วนกับนายชวนก็ยังไม่มีโอกาสได้คุยกับท่านเลย ตั้งแต่วันที่มีประชุม เพราะท่านยุ่งแล้วก็ไม่ได้หาหรือไม่ได้คุยอะไรกัน

Advertisement

“ผมว่าคนที่รักประชาธิปัตย์ไม่ได้ยึดติดที่ตัวบุคคล แต่เป็นเรื่องของทิศทางอุดมการณ์ แนวทางของพรรคซึ่งแตกต่างจากพรรคการเมืองอื่นอย่างชัดเจน ทั้งในแง่ของการยึดถือสัจจะวาจาในทางการเมืองก็ดี การยึดถือความซื่อสัตย์สุจริต เป็นพรรคที่ไม่มีเจ้านาย เป็นพรรคที่ไม่มีเจ้าของ เป็นพรรคของประชาชนอย่างแท้จริง แต่พอวันหนึ่งมันเปลี่ยนไป ผมก็คิดว่าคนที่เป็นสมาชิกพรรคก็เกิดความรู้สึก ที่เหมือนกับสูญเสียสิ่งที่เป็น สิ่งที่เรายึดมั่นเป็นทิศทางเดียวกันไป เราต้องยอมรับว่าเหตุการณ์มันเกิดขึ้นแล้ว ก็ขึ้นอยู่กับว่าในวันข้างหน้าซึ่งเราไม่รู้ว่ายาวนานขนาดไหน มันจะมีโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงไปสู่ทิศทางที่เราเคยยึดมั่นไว้หรือไม่ แต่ผมคิดว่าการลาออกของคุณอภิสิทธิ์ได้ประกาศไว้อย่างชัดเจนว่า ท่านจะไม่ไปไหน ไม่ไปที่อื่น ยังคงอยู่ มันก็เป็นทางถอยหนึ่งให้กับพรรค ในอนาคตผมก็จะรอดู ผมก็อยากให้สมาชิกทั้งหลายได้รอดู อย่าถึงกับโกรธพรรค พรรคไม่ได้ผิด ส่วนตัวหลังจากก็ยังจะทำงานในพื้นที่กันต่อไป โดยไม่สังกัดพรรคอะไรก่อน ผมงงมาก หลายๆ คนที่เป็นเพื่อนฝูงทุกคนก็คุยกันว่าเรามาถึงจุดนี้กันได้ยังไง พรรคซึ่งตั้งมา 70 กว่าปี มีความเป็นสถาบัน เรามาถึงจุดหนึ่งมันผิดพลาดแล้วก็หักมุมมาก กลายมาเป็นถึงจุดของคนซึ่งไม่ได้มีความเข้มข้นในแนวทางพรรคมาตั้งแต่ต้น มีโอกาสที่จะทำงาน และสุดท้ายเค้ายึดพรรคได้สำเร็จ ผมว่ามันช็อกความรู้สึกของสมาชิกพรรค ซึ่งรักกับอุดมการณ์พรรค ทำให้หลายคนรับไม่ได้ และคนที่ออกไปก่อนหน้านี้ก็ไม่มีใครทาบทามพูดถึงอะไร เพราะหลังโพสต์ประกาศลาออก ก็มีแต่ผู้สื่อข่าวกับคนให้กำลังใจโทรมาเท่านั้น” นายสาทิตย์ระบุ