แรงงานเพื่อสังคม อาสา ‘ทวงเงินนายจ้าง’ เปลี่ยนกฎว่างงาน หยุดวงจรกลั่นแกล้ง ลั่น ต้องมีสิทธิเลือก

12.12.23 | 15:01 น.

แรงงานเพื่อสังคม อาสา ‘ทวงเงินจากนายจ้าง’ คืนผู้ประกันตน – เปลี่ยนระบบ แก้กฎว่างงาน ลั่น ต้องมีสิทธิเลือก ได้เท่าเทียมกัน

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม ที่ห้องประชุมประภาศน์ อวยชัย อาคารเอนกประสงค์ 1 ชั้น 4 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับ มูลนิธิพิพิธภัณฑ์แรงงานไทย สถาบันปรีดี พนมยงค์ สำนักเครือข่ายสื่อสาธารณะ ไทยพีบีเอส สำนักข่าวชายขอบ สำนักข่าว The Reporters และ The Isaan Record จัดเวทีเสวนา“เลือกตั้งคณะกรรมการ ประกันสังคม ปฏิรูปอะไร? อย่างไร?”

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ เวลา 11.00 น. ผู้สมัครรับเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมทั้ง 10 คน เริ่มแสดงวิสัยทัศน์ของทีมทีละราย ท่ามกลางผู้ร่วมงานคับคั่งร่วมฟังล้นห้องประชุม

ในตอนหนึ่ง นายกฤษฎา ด้วงหิรัญ ผู้สมัครหมายเลข 103 จากทีมแรงงานเพื่อสังคม กล่าวว่า เรามีทีมงานอีก 6 คน หมายเลข 90 100 101 102 103 104 และ 109 วันนี้มีความยินดีมาก ปกติไม่ค่อยได้พูดอะไรทางการมากนัก จากพี่ฟังพี่ๆ ผู้สมัคร มีนโยบายที่ดีมากๆ ต้องชื่นชม

ตนมานำเสนอนโยบายเพียงไม่กี่ข้อจากทั้งหมด นโยบายหลักของ ‘ทีมแรงงานเพื่อสังคม ‘ถ้าใครติดตามกลุ่มแรงงานเพื่อสังคม จะรู้ว่าเราช่วยเหลือแรงงาน ผู้ประกันตนมาไม่ถ้วนแล้ว ‘นโยบาย 3 ข.’ คือ ขอคืน ขอกู้ ขอเลือก นำเงินของผู้ประกันตนมาคืนผู้ประกันตน ซึ่ง 3 ข.เกิดขึ้นในช่วงโควิด เราคุยกัน นำเสนอ ยื่นหนังสือต่อ คือ หม่อมราชวงศ์จัตุมงคล โสณกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในขณะนั้น วันที่ 20 ก.ค.2563 แล้วผลักดันเรื่อยมา ร่วมกับทีมงาน ‘3 ข. ต้องไปต่อ’ ด้วย

Advertisement

1.‘ขอคืน’ เงินชราภาพบางส่วน หรือทั้งหมด ไม่ต้องห่วงว่าอายุ 55 ปีจะอยู่ถึงหรือไม่

“สมัยนี้ดอกร้อยละ 20 30 กู้ 300,000 ส่ง 1.9 ล้าน ต้นยังไม่หายเลย จะมีช่องทางไหนช่วยได้ตอนนี้ รอ 55 ตายก่อนพอดี เอามาคืนก่อน แล้วแต่สิทธิใครจะใช้ก็เปิดโอกาสให้”

ผู้ประกันตนที่ไม่ได้มีสวนเกี่ยวข้องแล้ว คุณเก็บเงินเขาไปทำไม เลือกตั้งก็ไม่ให้เขามีสิทธิเลือก แล้วยังจะเอาเงินเขาไปใช้อีก มันควรจะคืนเขามา ถ้าไม่ใช้ก็คงอยู่ ใครมีความจำเป็นก็เอาไปใช้ แล้วอย่าเพิ่งไปปรามาสว่าเอาไปใช้ผิประโยชน์ ควรให้เกียรติความคิดของผู้อื่น เขาอาจจะเอาไปลงทุนต่อยอด เปิดร้านขายของชำเล็กๆ ตามชนบท มีเงินทุกเดือน บางทีอาจจะรายได้มากกว่าเงินชราภาพที่เขาจะได้ในอนาคตด้วย” นายกฤษฎาชี้

2. ‘ขอกู้’ สำหรับคนที่ทำงานอยู่ ยังไม่มีสิทธิขอคืนได้ ก็ให้เอาไปเป็นตัวค้ำประกันได้หรือไม่ เพื่อกู้เงินจากสถาบันการเงิน ซึ่งคนติดเครดิตบูโรเยอะมาก ขอไปค้ำประกันแล้วไปกู้เอาเงินออกมา สัดส่วนเท่าไหร่ก็ได้ เพื่อต่อยอดได้ ดอก 0, 1 เปอร์เซ็นต์ หรือต่ำกว่าปกติ เพื่อให้เขาต่อยอดได้

3. ‘ขอเลือก’ ควรมีสิทธิเลือกว่า จะรับบำเน็จ หรือบำนาญอย่างไร

“คำว่าหลัก ‘เฉลี่ยทุกข์ เฉลี่ยสุข’ ประกันสังคมเป็นอย่างนั้นจริงหรือเปล่า หรือยึดผลกำไร ทุกคนบอกต้องเท่าเทียม ทำไมเงินชราภาพจึงจ่ายไม่เท่ากัน ต้องมีเงื่อนไข ซึ่งมันควรจะเลือกได้ ทุกคนควรมีสิทธิเลือกว่าจะรับแบบไหน อย่างไร วันนี้ทีมแรงงานเพื่อสังคม ชูนโยบายเรื่อง ‘เอาเงินของผู้ประกันตนมาคืน’ ขอคืน ขอกู้ ขอเลือก ทุกคนมีความคิดอย่าตีกรอบ พ.ร.บ.ต่างๆ มาครอบงำให้คนขาดสิทธิเสรีภาพในการดูแลตัวเองจากเงินที่ตัวเองต้องส่ง เราจะผลักดันให้ทุกคนได้รับอย่างเท่าเทียมกัน มันต้องเท่ากันได้” นายกฤษฎาเผย

นายกฤษฎากล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องอื่นๆ สอดคล้องกับงบประมาณ คือการแก้ไขระเบียบ เพื่อ 1.ให้สิทธิเพิ่มขึ้น 2.ขึ้นตอนรวดเร็วขึ้น สิทธิประกันสังคมกำหนดไว้ที่ 30 วัน 45 วันบ้าง ซึ่งไม่ทันต่อความเดือดร้อน เพราะบางกรณี ชราภาพ อายุ 61 ปี ยังไม่อนุมัติ ต้องแก้ระเบียบให้รวดเร็วขึ้น ทำไมต้องจ่ายเงินไปก่อน แม้ไม่ใช่เหตุฉุกเฉินก็ต้องสามารถใช้สิทธิได้ เพราะเราจ่ายเงินนำส่งทุกเดือน

“กลุ่มแรงงานเพื่อสังคม ก็ทำมาหลายอย่าง เราไปเสนอ เมื่อว่างงานต้องได้สิทธิทันทีไม่ต้องรอให้คดีสิ้นสุด เพราะบางคดีต้องสู้ 2-3 ปี ว่างงานตายก่อนพอดี เราขอให้แก้ไขและสำเร็จแล้ว เรื่องการออกกฎคนว่างงาน ผมถามจริงๆ เงินเราหักไปอยู่ในกองทุนว่างงานแล้ว เมื่อเราตกงานจะมีความผิด เราผิดต่อใคร ? เราผิดต่อนายจ้างไม่เกี่ยวกับประกันสังคม เมื่อว่างงาน ก็ควรได้สิทธิคนว่างงานเหมือนกัน เพราะเกิดการกลั่นแกล้งกันเยอะมาก ลาออก ปลดออก ไล่ออก ไม่พอใจก็กลั่นแกล้งบ้าง เราจะแก้ให้ต่อไปยกเลิก ไม่มี R5 แจ้งออก ปลดออก ต้องได้เงินว่างงาน รวมถึงปรับปรุงเจ้าหน้าที่ประกันสังคมให้เร่งรัด

รวมถึงเราจะติดตามทวงเงิน ไม่ใช่จากรัฐบาล แต่จะตามจากนายจ้าง ปัจจุบันนายจ้าง 3-4 เดือน ผ่านโปรค่อยหักเงินนำส่ง ส่งจนฟันหลอ ก็ขาดทุนแล้ว กิจการประเภทมีโครงการลาออกโดยสมัครใจ ประกันสังคมจะเสียหายไปเท่าไหร่ พวกนี้เราจะไปบังคับให้เขาใช้อย่างถูกต้อง” นายกฤษฎากล่าว

นายกฤษฎากล่าวต่อว่า นโยบายหลักๆ คือ การแก้ไขระเบียบเพื่อให้ผู้ประกันตน ได้มีสิทธิเสรีภาพ รวมถึงเรื่องการอบรม ที่ใช้งบฯ รัฐ พบว่ามีหลายสหภาพแรงงาน ลงชื่อเข้าประชุมพร้อมบัตรประชาชน เชิญเจ้าหน้าที่ประกันสังคมมาพูด 15 นาที แล้วเซ็นชื่อพร้อมบัตรประชาชน จะไปตรวจสอบดู เพราะเป็นงบฯ ที่ใช้แล้วล้มเหลว กลุ่มเราก็จะผลักดันเรื่องนี้ด้วย