หน้าแรก การเมือง เศรษฐาเผย รมว...

เศรษฐาเผย รมว.แรงงานถอนขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำพ้นครม. ปรับสูตรใหม่ ชงอีกที 25ธ.ค.

13.12.23 | 06:10 น.

เศรษฐาเผย รมว.แรงงานถอนขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำพ้น ครม. ปรับสูตรใหม่ ชงอีกที 25 ธ.ค.

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม กรณีคณะกรรมการค่าจ้าง หรือไตรภาคี มติปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำระดับ 2-16 บาท ว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้นำเสนอเรื่องดังกล่าวต่อที่ประชุม ครม.เพื่อพิจารณา ซึ่งได้แจ้งไปว่าจะต้องนำกลับไปตั้งข้อสังเกตและพิจารณาสูตรการคิดค่าแรงใหม่ นายพิพัฒน์จึงนำเรื่องถอนกลับไป เพื่อนำเสนอกลับมายังที่ประชุม ครม.อีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ นายกฯกล่าวว่า เป็นการตั้งข้อสังเกตไปแล้ว ซึ่งก็ต้องแล้วแต่และต้องให้เกียรติคณะกรรมการไตรภาคี พูดได้แค่นี้

เมื่อถามว่า จะทันช่วงปีใหม่หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า คิดว่าอาทิตย์หน้าอาจจะนำเข้าที่ประชุม ครม.หรือไม่เกิน 2 อาทิตย์ อาจจะเป็นวันที่ 25 ธันวาคม น่าจะเอาเข้ามาทันได้

เมื่อถามว่า ตัวเลขที่นายกฯตั้งใจไว้อยู่ที่เท่าไร นายเศรษฐากล่าวว่า ก็ไม่ใช่ตัวเลขปัจจุบัน แต่ก็ต้องฟังก่อน มีข้อกฎหมายอะไรหลายๆ อย่างที่ทักท้วงเข้ามา แต่สิ่งที่ต้องการไม่ใช่ตัวเลขจำนวนนี้

Advertisement

นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) ค่าจ้าง เปิดเผยว่า นายพิพัฒน์ได้นำมติคณะกรรมการไตรภาคี หรือบอร์ดค่าจ้าง แจ้งต่อที่ประชุม ครม.และให้นำกลับมาพิจารณาใหม่ โดยจะปรับสูตรการคำนวณอัตราค่าจ้างใหม่ เนื่องจากในปี 2563-2564 ซึ่งถูกนำมาคำนวณการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในรอบ 5 ปี เป็นช่วงโควิดระบาด เศรษฐกิจโตน้อย กลายเป็นตัวถ่วงการพิจารณาตามสูตรค่าจ้างจึงต้องปรับสูตรใหม่ แต่ไม่ต้องกลับไปพิจารณาเป็นรายจังหวัดเหมือนเดิม ไม่ต้องนับหนึ่งใหม่ บอร์ดค่าจ้างชุดใหญ่พิจารณาได้เลย จึงไม่ช้าและนำเข้า ครม.ในเดือนนี้ จะเรียกประชุมบอร์ดค่าจ้างพิจารณาสัปดาห์หน้า

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า เรื่องค่าแรงขั้นต่ำ ส.อ.ท.และคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ต้องการให้พิจารณาผ่านกลไกบอร์ดค่าจ้างที่สอดรับกับกฎหมาย มีหลักเกณฑ์การพิจารณาที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ เมื่อ ครม.จะให้ทบทวนคงจะต้องมาดูรายละเอียด และต้องหารือกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง การที่บอร์ดค่าจ้างมีมติเห็นชอบปรับขึ้น 2-16 บาทต่อวัน ในภาพรวมก็ถือว่าทำให้ต้นทุนสูงขึ้น โดยทั้ง 46 กลุ่มอุตสาหกรรมของ ส.อ.ท.มีประมาณ 23 กลุ่ม ที่ใช้แรงงานเข้มข้นถึง 50% อาทิ อุตสาหกรรมอาหารทะเลแปรรูป สิ่งทอ หากมีการทบทวนไปถึง 400 บาทต่อวัน จะยิ่งกดดันผู้ประกอบการให้อยู่ลำบาก ขีดความสามารถการแข่งขันของไทยจะลดลง หากกดดันหนักขึ้นที่สุดอาจต้องปิดกิจการ

การปรับขึ้นค่าแรงจะส่งผลให้การจ้างงานลดลง เนื่องจากผู้ประกอบการจะลดต้นทุนเพื่อลดภาระ อีกส่วนจะหันไปใช้หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติแทน ไม่ส่งผลดีต่อแรงงานในระยะยาว เพราะจะตกงานเพิ่ม ขณะเดียวกันการที่ไทยมีต้นทุนต่างๆ ที่เพิ่มทั้งค่าไฟสูงกว่าเพื่อนบ้าน ค่าแรง และความเสียเปรียบที่ทำข้อตกลงเขตการค้าเสรี หรือเอฟทีเอ น้อยกว่าเพื่อนบ้าน จะทำให้การลงทุนหันไปลงทุนยังประเทศเพื่อนบ้านแทน ประเด็นเหล่านี้จะต้องติดตามใกล้ชิด