หน้าแรก การเมือง อดีตส.ส.ก้าวไ...

อดีตส.ส.ก้าวไกล จี้ หมออ๋อง เลิกเลื่อนพบตร. สู้คดีหมิ่นประมาท

13.12.23 | 11:09 น.

‘อดีต ส.ส.งูเห่าก้าวไกล’ ร้อง ‘ปดิพัทธ์’ พฤติกรรมส่อเลี่ยงเข้าพบ พนง.สอบสวน ปมคดีหมิ่นประมาท อ้างติดภารกิจสภา ท้าแสดงสปิริต ‘คนเท่ากัน’ เว้นเอกสิทธิ์คุ้มครอง

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 13 ธันวาคม ที่รัฐสภา นายเกษมสันต์ มีทิพย์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ยื่นหนังสือต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อร้องเรียนพฤติกรรมประวิงเวลาเพื่อหลบเลี่ยงการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมของ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาคนที่ 1 จากกรณีที่นายเกษมสันต์ได้แจ้งความดำเนินคดีนายปดิพัทธ์ ตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม 2565

นายเกษมสันต์กล่าวว่า นายปดิพัทธ์ มารับทราบข้อกล่าวหาหลังจากเสร็จสิ้นการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2566 พนักงานสอบสวนลงความเห็นสั่งฟ้อง ได้ติดต่อนัดให้นายปดิพัทธ์ทางวาจาโดยการโทรศัพท์ ให้มาพบพนักงานสอบสวนเพื่อนำตัวส่งอัยการพร้อมสำนวนการสอบสวน ทั้งนี้ ได้รับคำตอบจาก นายปดิพัทธ์ ว่าจะมาพบปลายเดือนพฤศจิกายน 2566 โดยให้เหตุผลว่าติดภารกิจ

นายเกษมสันต์กล่าวว่า พนักงานสอบสวนประเมินว่าอาจทำให้ไม่สามารถนำตัวในปดิพัทธ์เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้ทัน จึงทำหนังสือเชิญให้นายปดิพัทธ์ มาพบพนักงานสอบสวนภายในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2566 แต่นายปดิพัทธ์ ก็ไม่ได้มาพบและไม่ได้ติดต่อมายังพนักงานสอบสวน พนักงานสอบสวนทำหนังสือเชิญให้นายปดิพัทธ์ มาพบเป็นครั้งที่ 2 ภายในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2566 แต่นายปดิพัทธ์ก็ไม่ได้มาพบ และได้ทำหนังสือขอเลื่อนไม่มีกำหนด อย่างไรก็ตาม นายปดิพัทธ์กลับให้ข่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ไม่ได้รับการติดต่อ และไม่ได้รับหนังสือเชิญจากพนักงานสอบสวน ซึ่งขัดแย้งกับเอกสารที่นายปดิพัทธ์ได้ทำขึ้นและส่งไปยังสถานีตำรวจเพื่อขอเลื่อนการเข้าพบพนักงานสอบสวน จากไทม์ไลน์ในเฟซบุ๊กแฟนเพจ นายปดิพัทธ์ยังคงใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ ภารกิจที่สามารถลดเวลาการปฏิบัติภารกิจได้และนายปดิพัทธ์มิได้ติดภารกิจเป็นตัวแทนของรัฐสภาในทุกวันแต่อย่างใด ชี้ให้เห็นถึงพฤติกรรมประวิงเวลาเพื่อหลบเลี่ยงการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

Advertisement

นายเกษมสันต์กล่าวว่า ช่วงเวลาที่จะสามารถดำเนินคดีนายปดิพัทธ์ได้ตามขั้นตอนกระบวนการทางกฎหมายก่อนที่นายปดิพัทธ์จะได้เอกสิทธิ์คุ้มครองในฐานะสมาชิกรัฐสภา ได้หมดลงในวันที่ 12 ธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา หลังจากนี้นายปดิพัทธ์จะได้เอกสิทธิ์ในฐานะสมาชิกรัฐสภาคุ้มครองไปอีก 90 วัน จนกว่าจะมีการปิดประชุมสภาสมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 2

“กระผมในฐานะผู้เสียหายได้อดทนรอกระบวนการทางกฎหมายเพื่อให้ความยุติธรรม มาเป็นเวลาปีกว่า คาดหวังว่านายปดิพัทธ์ซึ่งมีตำแหน่งเป็นถึงรองประธานสภาผู้แทนราษฎรจะรับผิดชอบต่อหน้าที่เหล่านี้ในฐานะที่ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน นายปดิพัทธ์ก็ยังไม่แสดงความรับผิดชอบต่อหน้าที่นี้ จึงขออนุญาตทำหนังสือร้องเรียนกราบเรียนมายังประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้เห็นถึงพฤติกรรมประวิงเวลาเพื่อหลบเลี่ยงการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมของนายปดิพัทธ์ เพื่อที่จะได้ตักเตือนและให้นายปดิพัทธ์รับผิดชอบต่อหน้าที่ของตนเอง” นายเกษมสันต์กล่าว

นอกจากนี้ นายเกษมสันต์ได้เปิดหลักฐานคลิปเสียงของนายปดิพัทธ์บนเวทีหาเสียง ที่ยืนยันว่า นายปดิพัทธ์เป็นผู้เสนอให้ขับนายเกษมสันต์ออกจากพรรค แต่ก็เปลี่ยนให้เป็นดองไว้ในพรรคก่อน พร้อมกล่าวว่า คดีความที่ตนแจ้งนายปดิพัทธ์ ไว้เมื่อปี 2565 นั้น ไม่ใช่เรื่องที่เรียกตนเองว่า ‘งูเห่า’ ตามที่นายปดิพัทธ์เข้าใจ แต่เป็นความผิดฐานกล่าวหาใส่ร้ายโดยไม่มีมูลความจริง ซึ่งก็อาจตีความได้ว่ามีจุดประสงค์ทางการเมือง แต่ผู้ที่กระทำจะรู้ดีที่สุด

ทั้งนี้ ต้องการให้นายปดิพัทธ์แสดงสปิริตของ ‘คนเท่ากัน’ และความโปร่งใส คือนายปดิพัทธ์ ควรยกเว้นเอกสิทธิ์คุ้มครองของตนเอง แล้วเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเหมือนพลเมืองทั่วไป เพราะคดีของตนค้างอยู่ในขั้นตอนมานานแล้ว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง