‘ธรรมนัส’ จี้กรมข้าวเร่งออกพันธุ์ใหม่สู้ตลาดโลก 8 สายพันธุ์ เล็งแจกชาวนา เมษายนปีหน้า
เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม ที่อาคารสารนิเทศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังได้รับมอบหมายจาก นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานพิธีเปิดการประชุมเวทีข้าวไทย ประจำปี 2566 ภายใต้แนวคิด “อนาคตข้าวไทย : โอกาสและความท้าทาย” ว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับข้าวซึ่งเป็นสินค้าเกษตรหลักของไทย โดยมุ่งเน้นการพัฒนาความสามารถด้านการผลิตและการตลาดตลอดโซ่อุปทาน โดยมีแนวทาง ดังนี้ 1.ส่งเสริม สนับสนุนการวิจัยและพัฒนา เพื่อให้ได้สายพันธุ์ข้าวที่หลากหลายตรงความต้องการของตลาด มีความต้านทานโรค ให้ผลผลิตสูง มีรายได้เพิ่มขึ้น 2.นำเครื่องจักรกล เทคโนโลยี และนวัตกรรมสมัยใหม่มาใช้ในการผลิต เพื่อลดต้นทุนด้านการเกษตร
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวอีกว่า 3.ส่งเสริมการทำนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รองรับการเปลี่ยนแปลงต่อสภาพภูมิอากาศ ลดการเผาตอซังในไร่นา ส่งเสริมให้เกษตรกรนำเศษวัสดุเหลือใช้ในไร่นามาใช้ประโชน์ สร้างมูลค่าเพิ่ม อาทิ การผลิตปุ๋ย การนำไปเป็นอาหารสัตว์ และการนำไปใช้ในโรงไฟฟ้าชีวมวล ช่วยลดมลพิษทางอากาศ PM 2.5 4.สร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรเพื่อให้เกษตรกรมีอำนาจในการต่อรองในการเข้าถึงปัจจัยการผลิตและการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ข้าว สามารถพึ่งพาตนเองได้ 5.ส่งเสริมการผลิตข้าวที่ได้มาตรฐานรองรับตรงตามความต้องการของตลาด 6.ส่งเสริมการแปรรูปสินค้าข้าวให้เป็นผลิตภัณฑ์อื่น เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิต และ 7.เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการโลจิสต์เพื่อการส่งออกข้าวไทย การส่งเสริมหาตลาดใหม่ที่มีกำลังซื้อ การเจาะกลุ่มตลาดข้าวเฉพาะ สร้างตราสินค้าให้เป็นที่รู้จัก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในคุณค่าและคุณภาพมาตรฐานความปลอดภัยของสินค้าข้าวไทย

“ส่วนในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีกระแสวิพากษ์วิจารการประกวดข้าวโลก ที่ข้าวไทยไม่ติดอันดับ 1 ใน 3 ของโลก ในการประกวดข้าวที่ดีที่สุดในโลก The World’s Best Rice 2023 กระทรวงพาณิชย์ และเอกชนผู้ส่งออกข้าว ไม่ได้ส่งข้าวไทยเข้าไปกวด เหตุเพราะกฎกติกาไม่เอื้อ เนื่องจากหนึ่งในการตัดสินวัดจากปริมาณ แต่ลักษณะพันธุ์ข้าวไทยเน้นคุณภาพ แต่ปริมาณไม่มากเท่าพันธุ์ต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้ กรมการข้าวอยู่ระหว่างพัฒนาพันธุ์ข้าวเพิ่มเติมอีก 8 สายพันธุ์ ที่มีภูมิต้านทานสูง และเมล็ดพันธุ์สวย จากเติมที่มีอยู่แล้วประมาณ 200 สายพันธุ์ โดยคาดว่าจะนำออกมาแจกจ่ายให้เกษตรกรภายในเดือนเมษายน 2567 ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญจะทำอย่างไรให้เมล็ดพันธุ์ข้าวมีคุณภาพดี ผลผลิตต่ำ กรมการข้าวจึงต้องตระหนักและมุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ข้าวที่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมในปัจจุบัน ทนทานต่อโรค และตรงความต้องการของตลาดโลกเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้วย” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ทั้งนี้ ประเทศไทยมีเกษตรกรผู้ปลูกข้าว 4.68 ล้านครัวเรือน หรือประมาณ 17 ล้านคน เนื้อที่เพาะปลูกข้าวนาปีและนาปรัง เฉลี่ยปีละ 70-71 ล้านไร่ หรือคิดเป็น 47% ของเนื้อที่ทำการเกษตรทั้งประเทศ ที่มีเนื้อที่อยู่ประมาณ 149 ล้านไร่ มีผลผลิตข้าวประมาณ 31-32 ล้านตันข้าวเปลือกต่อปี หรือประมาณ 20 ล้านตันข้าวสาร โดยในปี 2565 ไทยส่งออกข้าวได้ 7.71 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่า 138,698 ล้านบาท และปี 2566 (มกราคม-กันยายน) ส่งออกได้แล้ว 6.08 ล้านตัน มูลค่า 117,590 ล้านบาท
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า สำหรับการประชุมเวทีข้าวไทย ประจำปี 2566 จัดโดย มูลนิธิข้าวไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับภาคีองค์กรพันธมิตร ได้แก่ กรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นถึงโอกาส ปัญหาและความท้าทายของเศรษฐกิจข้าวไทย นำไปสู่ความมั่นคงและยั่งยืน เพื่อแสวงหาความร่วมมือในการกำหนดทิศทางและสร้างยุทธศาสตร์ข้าว นำไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมข้าวและชาวนาไทยให้ปรับตัวก้าวทันกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ต่อไป


