‘สุรชัย’แนะ นักการเมืองลดทิฐิตัวเอง ละทิ้งจุดยืนตัวเอง ให้ประเทศเดินหน้า

19.01.17 | 13:01 น.

“สุรชัย” แนะ นักการเมือง-กลุ่มการเมือง ลดทิฐิตัวเองเดินหน้าสร้างความปรองดอง หนุนเซ็นเอ็มโอยูสร้างความมั่นใจ เชื่อ “บิ๊กป้อม” มีหลักการในใจแล้ว


เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 19 มกราคม ที่รัฐสภา นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้สัมภาษณ์ว่า ในวันที่ 20 มกราคม นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีประจำประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) จะเดินทางมาพบกับนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. และรองประธาน สนช. ตลอดจนประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และรองประธาน สปท. เพื่อหารือเบื้องต้นถึงการวางกรอบสร้างความปรองดอง ซึ่งในส่วน สนช.พร้อมผลักดันกระบวนการสร้างความปรองดอง ขณะนี้กรรมาธิการการเมือง สนช. กำลังพิจารณาร่างพ.ร.บ.อำนวยความยุติธรรมทางอาญาที่เกี่ยวเนื่องกับมูลเหตุจูงใจทางการเมือง เป็นแนวทางหนึ่งที่จะช่วยสร้างความปรองดอง

“เรื่องการสร้างความปรองดองเชื่อว่าทุกฝ่ายตั้งความหวังให้ประสบความสำเร็จ มิเช่นนั้น ป.ย.ป.คงไม่ทำ รัฐบาลโดยเฉพาะ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะนำผลการศึกษาของคณะกรรมการหลายชุดที่เคยศึกษาเรื่องการปรองดองมาเป็นตัวช่วยสำคัญ โดยเฉพาะการพิจารณาว่าสาเหตุที่ทำให้การสร้างความปรองดองในอดีตตามที่คณะกรรมการแต่ละชุดศึกษามาไม่ประสบความสำเร็จมีจุดติดขัดเรื่องใด นอกจากนี้ อยากให้ทุกฝ่ายละจากจุดยืนเดิม มายืนบนจุดร่วมประเทศชาติ ลดทิฐิของตัวเอง เพื่อให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อได้” นายสุรชัยกล่าว

นายสุรชัยยังกล่าวถึงข้อเสนอเรื่องการลงนามเอ็มโอยูเพื่อให้เกิดความมั่นใจในการสร้างความปรองดองว่า เรื่องนี้ต้องถาม พล.อ.ประวิตรที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ส่วนตัวเห็นว่าเป็นเรื่องที่สังคมอยากได้ความแน่นอนว่า หลังจากผ่านขั้นตอนต่างๆ แล้ว ทุกฝ่ายจะไม่เปลี่ยนแปลงจากที่เคยพูด เพราะต้องปฏิบัติตามสัจจะสัญญาเพื่อเป็นแนวทาง แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับความจริงใจของทุกฝ่าย ถ้าละทิ้งจุดยืนตัวเองได้ ก็เดินหน้าได้ ส่วนเรื่องการนิรโทษกรรม อภัยโทษ เป็นแค่วิธีการ ขอให้เอาหลักการก่อน เชื่อว่า พล.อ.ประวิตรมีวิธีการอยู่ในใจแล้ว ส่วนที่กลุ่มการเมืองปฏิเสธการลงนามเอ็มโอยูนั้น มองว่าถ้าเปิดโอกาสให้คณะกรรมการปรองดองของรัฐบาลทำงานจริงจัง ทุกอย่างอาจเปลี่ยนแปลงได้จากการเจรจาทำความเข้าใจ เพราะหากไม่เปลี่ยนแปลงอะไรทุกอย่างก็เหมือนเดิม สำหรับข้อห่วงใยเรื่องการนำทหารมาร่วมเป็นกรรมการปรองดองมากเกินไปนั้น เป็นความเห็นที่สะท้อนมา เชื่อว่าผู้เกี่ยวข้องรับฟังอยู่

Advertisement