ส่อง ร่างพ.ร.บ.ฝุ่นพิษฯ ฉบับ ก้าวไกล สู้พีเอ็ม2.5

ส่อง ร่างพ.ร.บ.ฝุ่นพิษฯ ฉบับ ก้าวไกล สู้พีเอ็ม2.5

ปัญหามลพิษและพีเอ็ม2.5 หรือฝุ่นละอองขนาดจิ๋วที่มีขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน กลับมาสร้างปัญหาส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนหากได้รับอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นปัญหาประจำช่วงฤดูหนาวต่อเนื่องไปจนถึงฤดูร้อนของประเทศไทย ที่ยังไม่มีมาตรการแก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืน นอกจากมาตรการการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งการออกคำสั่ง
ห้ามเผาพืชผลการเกษตรในพื้นที่ต้นตอการเกิดมลพิษ การจับปรับรถยนต์ที่เป็นต้นเหตุการก่อควันดำ รวมทั้งมาตรการเวิร์กฟรอมโฮม ของหน่วยงานรัฐและเอกชนเพื่อลดการเดินทางและการก่อมลพิษทางอากาศ

ที่ผ่านมารัฐบาลที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติหลักการร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. … เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายนที่ผ่านมา มีสาระสำคัญในการกำหนดมาตรการทางกฎหมายเพื่อมาแก้ปัญหามลพิษและพีเอ็ม2.5 อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีบทลงโทษทั้งทางแพ่งและอาญามาบังคับใช้อย่างจริงจัง

ขณะนี้รอเพียงขั้นตอนการเสนอร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาดฯ เข้าสู่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ตามขั้นตอนการออกกฎหมาย

Advertisement

ส่วนล่าสุดกลุ่ม ส.ส.พื้นที่ภาคเหนือ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) นำโดย ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรค ก.ก. ยื่นร่าง พ.ร.บ.ฝุ่นพิษและการก่อมลพิษข้ามพรมแดน พ.ศ. … ให้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา

“ส.ส.ภัทรพงษ์” ให้เหตุผลของการเสนอร่าง พ.ร.บ.ฝุ่นพิษและการก่อมลพิษข้ามแดนฯ ว่า สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือพีเอ็ม2.5 ในประเทศไทยได้ส่งผลกระทบมานานกว่า 10 ปี
โดยที่ผ่านมายังไม่ได้มีการแก้ไขปัญหาในเชิงกฎหมายที่ชัดเจนและครอบคลุม ทำให้การแก้ไขปัญหาโดยใช้หลักทางกฎหมายไม่สามารถทำได้

สาเหตุของการเกิดฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน มีแหล่งกำเนิดจากการเผาในที่โล่งแจ้ง การทำเกษตรกรรมโดยใช้ไฟ การเกิดไฟป่าที่ไม่ได้รับการควบคุม การใช้พลังงานจากถ่านหิน ระบบขนส่งที่ใช้พลังงานจากน้ำมัน การประกอบอุตสาหกรรม รวมถึงการก่อมลภาวะข้ามพรมแดน

จากหลักฐานภาพถ่ายทางดาวเทียมแสดงให้เห็นร่องรอยการเผาไหม้จากประเทศเพื่อนบ้าน ประกอบกับข้อมูลทิศทางลม สภาพภูมิอากาศ ก็ส่งผลให้เป็นสาเหตุในการเกิดฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอนในประเทศไทยเช่นเดียวกัน

ปัญหาของการเกิดฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต ประชาชนจากการไม่ได้รับอากาศบริสุทธิ์ ส่งผลให้เกิดโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจ โรคทางผิวหนัง นอกจากนั้นยังส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ รายได้จากการท่องเที่ยวที่ลดลงเนื่องจากปัญหาของฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน

ดังนั้นผลกระทบของการเกิดฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน ส่งผลกระทบที่รุนแรงในสังคม และก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงอากาศบริสุทธิ์ ซึ่งควรจะเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ประชาชนทุกคนควรได้รับอย่างเท่าเทียมกัน

ส.ส.ภัทรพงษ์อธิบายเพิ่มเติมว่า การแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน เป็นวาระสำคัญที่จำเป็นจะต้องมีกฎหมายที่ชัดเจน มีมาตรการเฉพาะเจาะจง มีการวางแผนในการแก้ไขปัญหาทั้งในระดับยุทธศาสตร์ และระดับปฏิบัติการ ทั้งการออกมาตรการในการแก้ไขปัญหาจากการก่อมลภาวะข้ามพรมแดน การออกแบบระบบพยากรณ์และการแจ้งเตือน พร้อมแผนรับมือในสภาวะฉุกเฉิน รวมถึงบทกำหนดโทษของผู้ที่ก่อให้เกิดปัญหา ทั้งที่เกิดขึ้นในราชอาณาจักร หรือนอกราชอาณาจักร

ดังนั้น เพื่อการแก้ไขปัญหาที่ชัดเจนและครอบคลุมทั้งในการวางแผน การบริหารจัดการ โครงสร้างการดำเนินการ และการให้อำนาจในการบริหารสถานการณ์ สมควรอย่างยิ่งที่จะมีการออกกฎหมายคุ้มครองในสิทธิคนไทยให้ได้รับอากาศที่บริสุทธิ์ อากาศที่จะไม่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตทั้งร่างกายและจิตใจด้วยความเท่าเทียมกัน

สำหรับสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.ฝุ่นพิษและการก่อมลพิษข้ามแดนฯ ส.ส.ภัทรพงษ์ระบุว่า ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว มีทั้งสิ้น 71 มาตรา เนื้อหาของกฎหมายมุ่งเน้นการแก้ปัญหาทั้งโครงสร้าง ซึ่งร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวมีความแตกต่างชัดเจน คือ ผู้ประกอบการต้องจัดทำรายงานที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมทั้งระบบ ยกตัวอย่าง หากผมเป็นเจ้าของกิจการโรงงานผลิตอาหารสัตว์ ต้องรายงานตั้งแต่ฟาร์มที่ไปซื้อข้าวโพด และทางฟาร์มมีการจัดการเศษวัสดุทางการเกษตรอย่างไร การขนส่งเป็นอย่างไร ภายหลังผลิตสินค้าเสร็จมีการปล่อยมลพิษอย่างไรบ้าง

แต่เราจะทราบได้อย่างไรว่าข้อมูลเหล่านั้นเป็นข้อมูลเท็จหรือไม่ จึงต้องจัดทำระบบตรวจสอบย้อนกลับในรายงานจะมีการระบุชัดเจน ว่าพิกัดในการผลิตสินค้า ทำอาหารสัตว์อยู่ตรงไหน โดยจะใช้เทคโนโลยีตรวจสอบได้ และจะมีผลบังคับใช้ทั้งทางแพ่งและอาญากับผู้ที่ทำรายงานเท็จ หรือผู้ที่ก่อให้เกิดฝุ่นพิษทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ขณะเดียวกันร่าง พ.ร.บ.ฝุ่นพิษและการก่อมลพิษข้ามแดนฯ จะใช้กฎหมายอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ต้องมีโทษทางสังคมด้วย โดยจะมีการประกาศรายชื่อผู้ประกอบการ หรือโรงงานที่ก่อฝุ่นพิษทั้งในและนอกประเทศให้ประชาชนรับทราบ ในทุกปีจะมีคณะกรรมการศึกษาผลการดำเนินงาน โดยจะมีการทำรายงานส่งไปยังสภาผู้แทนราษฎร รวมทั้งจะมีการทำระบบแจ้งเตือนค่าฝุ่นพิษ หากมีค่าพิษสูงเกิน 24 ชั่วโมง จะมีการแจ้งเตือนเฉพาะพื้นที่ด้วย

ส่วนการผลักดันร่าง พ.ร.บ.ฝุ่นพิษและการก่อมลพิษข้ามแดนฯ ส.ส.ภัทรพงษ์แจ้งถึงความคืบหน้าว่า จะเร่งประสานไปยังคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) เพื่อรอบรรจุเข้าระเบียบวาระการพิจารณาของที่ประชุมสภาต่อไป ส่วนร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาดฯ ของ ครม. และร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดเพื่อสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน พ.ศ. … ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) เคยเสนอต่อสภาไปแล้ว ที่ประชุมสภาอาจให้นำมาพิจารณาเป็นคราวเดียวกัน เนื่องจากมีเนื้อหาสาระคล้ายกัน สามารถทำได้ จึงอยากให้สภาให้ความเห็นชอบในชั้นรับหลักการ

“ส่วนรายละเอียดสามารถเสนอแนะเพิ่มเติมเพื่อปรับแก้ไขเนื้อหาของร่าง พ.ร.บ.ในการพิจารณาชั้นการตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญฯร่วมกันได้ เพื่อให้มีความสมบูรณ์ที่สุด ก่อนจะบังคับใช้เป็นกฎหมายต่อไป” ส.ส.ภัทรพงษ์สรุป

เป็นอีกความพยายามในการออกกฎหมายเพื่อเป็นเครื่องมือในการจัดการกับฝุ่นพิษ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญในแต่ละปีและก่อให้เกิดผลเสียหลายด้านของประเทศ

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image