โฆษกปชป. ยกเสียงค้าน 71% ร่างก้าวไกล จี้สภารับฟัง นิรโทษฯต้องไม่รวม คดี112-ทุจริต

“ราเมศ” ยัน ปชป. ยึดหลักการเดิม นิรโทษกรรม ต้องไม่กระทบคดี 112-คดีทุจริต ชี้ต้องพิจารณาให้รอบคอบเพราะเป็นจุดเริ่มต้นความขัดแย้ง

เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2566 นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงร่างกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับพรรคก้าวไกลว่า หลักการของพรรคประชาธิปัตย์ เคยย้ำจุดยืนหลายครั้งแล้วว่า หากเจตนารมณ์ของร่างกฎหมายมีผลกระทบต่อคดีความผิดมาตรา 112 พรรคไม่เห็นด้วย รวมถึงคดีทุจริต ที่คดีเหล่านี้หากมีการนิรโทษกรรมย่อมมีผลกระทบต่อความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย เพราะต้นเหตุที่แท้จริงเกิดขึ้นจากพฤติกรรมของคน ไม่ใช่เป็นคดีทางการเมืองที่เกิดจากการชุมนุม และข้อเท็จจริงที่ชัดเจน

ซึ่งเป็นเจตนารมณ์ชัดของร่างกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับดังกล่าว โดย นายชัยธวัช ตุลาธน ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ผู้เป็นเจ้าของร่างก็ยืนยันแล้วว่า การนิรโทษกรรมครั้งนี้ จะครอบคลุมถึงผู้ที่กระทำความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ด้วย

“ดังนั้น หากร่างกฎหมายดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา จุดยืนของพรรคก็ไม่เห็นด้วย และชัดเจนว่ากระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ก็มีประชาชนที่ไม่เห็นด้วยถึง 71% ดังนั้น เสียงสะท้อนจากประชาชนเหล่านี้ ผู้แทนปวงชนชาวไทยที่ทำหน้าที่ในสภาก็มีความจำเป็น ต้องนำมาประกอบในการพิจารณา” นายราเมศกล่าว

Advertisement

โฆษก ปชป.กล่าวต่อว่า การนิรโทษกรรมต้องพิจารณาด้วยความรอบคอบ เพราะจะเป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้ง และเมื่อผู้ที่ยกร่างกฎหมายนิรโทษกรรมยอมรับว่า ให้รวมถึงผู้ที่มีคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ด้วย ก็ชัดเจนว่าเขาเห็นถึงประโยชน์ที่พรรคและพวกของเขาจะได้รับอยู่แล้ว สุดท้ายประเด็นเหล่านี้ก็จะกลายเป็นประเด็นความขัดแย้งอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image