09.00 INDEX อัตราค่าไฟฟ้า อัตราค่าแรง ‘เผือกร้อน’ ในมือรัฐบาล
ในห้วงแห่งการอำลาของปี 2566 กับ การย่างสามขุมเข้ามาของปี 2567 มีกรณีอันจัดอยู่ในบรรทัดฐานแห่ง “อัตรา”ที่จะชี้วัดทิศทางของรัฐบาลได้อย่างแหลม
1 คือ เรื่องของ “อัตราค่าไฟฟ้า” และ 1 คือ เรื่องของ “อัตราค่า แรงขั้นต่ำ”
เรื่องของ “อัตราค่าไฟฟ้า” ถือว่าเป็นผลงานที่สร้างความชื่นชมเป็นอย่างสูงในหมู่ผู้ใช้ไฟฟ้าในเมื่อรัฐบาลปรับลดโดยพลันทันทีที่เข้ามาบริหาร
ถือเป็นส่วนหนึ่งแห่งกระบวนท่าที่เรียกว่า “ควิกวิน”ได้รับเสียงชโยโห่ร้องขานรับอย่างพร้อมเพรียงกัน
เรื่องของ “อัตราค่าแรงขั้นต่ำ”ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งซึ่งเป็นความรู้สึกตกค้างจากบรรยากาศในห้วงแห่งการหาเสียงก่อนการเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤษภาคม
เนื่องจากพรรคการเมืองแทบทุกพรรคประกาศนโยบายหาเสียงผ่านการปรับ “อัตราค่าแรงขั้นต่ำ”โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยระบุว่าอัตราค่าแรงขั้นต่ำจะต้องอยู่ที่ 400 บาทต่อวัน
แต่แล้วเมื่อถึงเวลาก็ยังไม่มีการกำหนด “อัตราค่าแรงขึ้นต่ำ”
ขณะที่ “อัตราค่าไฟฟ้า”ก็ต้องย้อนกลับไปอยู่ในอัตราเดิม
ความแหลมคมของ “อัตราค่าไฟฟ้า” ความแหลมคมของ “อัตราค่าแรงขั้นต่ำ”อยู่ที่เป็นเรื่องที่อยู่ในการควบคุมขององค์กรอิสระที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย
เรื่องของค่าไฟฟ้าอยู่ในการบริหารจัดการของ “คณะกรรมการพลังงานแห่งชาติ”
เรื่องของค่าแรงขั้นต่ำอยู่ที่ “คณะกรรมการค่าจ้าง”
ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลโดยกระทรวงแรงงานหรือกระทรวงพลังงานไม่สามารถเข้าไปบงการให้เป็นไปตามความต้องการ
แม้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานไม่พอใจก็ไม่สามารถแก้ไขหรือบงการ แม้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานไม่พอใจก็ไม่สามารถแก้ไขหรือบงการ
ทำได้อย่างมากเพียงแต่ร้องขอให้มีการทบทวน ลงมติใหม่
สภาพการณ์อันปรากฏในสายตาสังคมในห้วงเดือนธันวาคมเด่นชัดยิ่งว่า กระทรวงพลังงานไม่เห็นด้วยกับมติของคณะกรรมการพลังงาน กระทรวงแรงงานไม่เห็นด้วยกับมติกรรมการค่าจ้าง
ท่าทีก็คือถอนเรื่องจากครม.และขอให้มีการพิจารณาทบทวน
โดยองค์ประกอบแห่ง “คณะกรรมการพลังงานแห่งชาติ” โดยองค์ประกอบแห่ง “คณะกรรมการค่าจ้าง” กระทรวงพลังงาน กระทรวงแรงงานจะสามารถกลับมติและกำหนดอัตราใหม่หรือไม่
นี่ย่อมท้าทายต่อบทบาท “คณะกรรมการพลังงานแห่งชาติ” นี่ย่อมท้าทายต่อบทบาท”คณะกรรมการค่าจ้าง”อย่างยิ่ง

