อนุทิน สั่งลุยไกล่เกลี่ย เข้ม 3 ด้านเคพีไอแก้หนี้ ต้องเคลียร์ให้จบเกิน 50% ดอกโหดเจอ อาญา-ภาษี

‘อนุทิน’ สั่งลุยไกล่เกลี่ย เข้ม 3 ด้านเคพีไอแก้หนี้ ต้องเคลียร์ให้จบเกิน 50% ดอกโหดเจอ ‘อาญา-ภาษี’ ก.คลังเร่งชงช่วยทั้งระบบ

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกำกับการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ครั้งที่ 1/2566 โดยมี นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พล.ต.ท.อัครเดช พิมลศรี ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

นายอนุทินกล่าวว่า เป็นการประชุมนัดแรกหลัง นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แต่งตั้งคณะกรรมการต่อไปนี้จะต้องร่วมกันศึกษา วิเคราะห์ และจัดทำข้อเสนอแนะการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบเพื่อนำไปสู่การบรรเทาผลกระทบให้ลูกหนี้ต้องแบกรับภาระ โดยจะเป็นการบูรณาการการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน 3 ขั้น ประกอบด้วย ขั้นตอนแรกการลงทะเบียน ดำเนินการระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 2566-29 กุมภาพันธ์ 2567 มีกระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลัก และมีหน่วยงานอื่นเสริมคือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งหมดเชื่อมโยงข้อมูลกัน ประชาชนได้รับหมายเลขอ้างอิง (Reference Number) เพื่อใช้ติดตามความคืบหน้าทางเว็บไซต์ภาครัฐได้ตลอด ขั้นตอนที่ 2 ดำเนินการไกล่เกลี่ยและติดตามผล และขั้นตอนที่ 3 การกำหนดระยะเวลาดำเนินการ เป้าหมาย และตัวชี้วัดต้องชัดเจน

นายอนุทินกล่าวว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบตัวชี้วัดการดำเนินการทั้ง 3 ด้าน ประกอบด้วย ตัวชี้วัดการไกล่เกลี่ยของกรมการปกครอง กำหนดการเจรจาไกล่เกลี่ยได้อย่างน้อยร้อยละ 80 ของลูกหนี้ในระบบและเจ้าหนี้ตามฐานข้อมูล โดยสามารถตกลงกันได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ด้านการบังคับใช้กฎหมาย โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินคดีได้ทั้งหมดร้อยละ 70 ของเรื่องรับดำเนินการ ระยะเวลาดำเนินการ หากเป็นสำนวนไม่ยุ่งยากดำเนินการเสร็จใน 3 เดือน กรณีมีความซับซ้อนไม่เกิน 3 เดือน

Advertisement

ส่วนการให้ความช่วยเหลือทางการเงิน สศค.จะต้องได้รับการให้สินเชื่อโดยธนาคารออมสินและ ธ.ก.ส. มีเป้าหมายผู้ได้รับความช่วยเหลือร้อยละ 70 ของผู้ลงทะเบียนการปล่อยวงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำธนาคารรัฐมีเงื่อนไขน้อย กำหนดให้รายละไม่เกิน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ยน้อยกว่าลูกหนี้เคยเสีย ร้อยละ 2 บาทต่อวัน หรือร้อยละ 10 ต่อเดือน หรือร้อยละ 20 ต่อเดือนก็มี หากไกล่เกลี่ยลงตัวแล้ว เจ้าหนี้จะได้เงินคืนแน่นอน อัตราดอกเบี้ยจะอยู่ที่ร้อยละ 0.75-1.5 ต่อเดือน ขึ้นอยู่แต่ละเงื่อนไข

‘เรื่องของดอกเบี้ยก็ต้องพูดคุยกันว่าลูกหนี้จ่ายไปกี่รอบแล้ว ส่วนนี้ลูกหนี้ต้องบอก ถ้าหลายรอบยังไม่ยอมปลดหนี้กัน ทบไปเป็นสิบๆ รอบแล้ว ก็ต้องจบ ถ้าไม่จบ ดอกเบี้ยคิดเกิน ภาษีไม่ได้จ่าย ก็จะโดนเบี้ยปรับเพิ่มมากกว่าเงินต้นหลายเท่า และมีความผิดทางอาญาด้วย’ นายอนุทินกล่าว

ขณะที่ นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลังในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลังจะเข้ามามีบทบาทในการช่วยเหลือดูแลลูกหนี้นอกระบบ โดยดึงเข้ามาเป็นลูกหนี้ในระบบเพื่อให้หลุดพ้นจากวงจรการเป็นหนี้สินล้นพ้นตัวนั้น กระทรวงการคลังจะดำเนินการดังนี้ 1.การส่งเสริมให้ลูกหนี้สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบ 2.การป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นหนี้นอกระบบซ้ำอีก และ 3.การพัฒนาศักยภาพด้านอาชีพและการหารายได้ของลูกหนี้ ธนาคารออมสินและ ธ.ก.ส.มีโครงการฝึกอบรมและพัฒนาอาชีพ

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image