หน้าแรก การเมือง เศรษฐา พอใจ 3...

เศรษฐา พอใจ 30 บริษัท ญี่ปุ่นสนลงทุนแลนด์บริดจ์ เปิดแผน 4 เฟส ดีเดย์ปี68

19.12.23 | 06:55 น.

‘เศรษฐา’ พอใจ 30 บริษัท ญี่ปุ่นสนลงทุนแลนด์บริดจ์ เปิดแผน 4 เฟส-ดีเดย์ปี 68

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม ที่ห้องซากุระ โรงแรมอิมพีเรียล โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการเปิดสัมมนางานภาพรวมของโครงการแลนด์บริดจ์ และโอกาสทางธุรกิจ ซึ่งมีบริษัทชั้นนำของญี่ปุ่นเกือบ 30 บริษัทให้ความสนใจร่วมเข้ารับฟัง โดยมี นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมด้วย

นายเศรษฐากล่าวว่า ขอบคุณทุกคนที่เข้าร่วมงาน Thailand Landbridge Roadshow โครงการแลนด์บริดจ์เป็นโครงการที่รัฐบาลไทยได้ริเริ่มขึ้นจากโอกาสและศักยภาพของไทยที่จะเป็นศูนย์กลางการค้าและการขนส่งของภูมิภาค และในอนาคตอาจจะเป็นศูนย์กลางการค้าและการขนส่งอีกแห่งหนึ่งของโลก

นายเศรษฐากล่าวว่า ขณะที่การร่วมงานสัมมนาโครงการแลนด์บริดจ์กับบริษัทชั้นนำของญี่ปุ่นเกือบ 30 แห่งนั้น ตนและนายสุริยะ ได้นำเสนอแก่นักลงทุนรายใหญ่ไป บรรยากาศได้รับการตอบรับอย่างดี มีตัวเลขออกมาชัดเจน แต่อย่างไรก็มีการบ้านที่ต้องทำอยู่เยอะตามที่พรรคการเมืองฝ่ายค้านแนะนำมา รัฐบาลอาจต้องพูดคุยกับประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากคนในพื้นที่มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

ยืนยันว่าทุกส่วนในประเทศต้องมีส่วนร่วมในการทำเมกะโปรเจ็กต์ เพราะถ้าไม่ทำจะไม่สามารถยกระดับอุตสาหกรรมที่เป็นอุตสาหกรรมไฮเทคได้และอาชีพต่างๆ จะไม่สามารถยกระดับจีดีพีประเทศได้ เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญ ดีใจที่นักลงทุนญี่ปุ่นเบอร์ใหญ่ๆ มากันเยอะ จึงคิดว่ามีความสนใจมากในเรื่องนี้ รัฐบาลยืนยันว่าหากมาร่วมลงทุนแล้วจะได้รับการอำนวยความสะดวก

Advertisement

ขณะที่ นายสุริยะกล่าวถึง 2 เหตุผลสำคัญ 1.ข้อได้เปรียบของที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของแลนด์บริดจ์ ประเทศไทยตั้งอยู่ใจกลางภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และโครงข่ายคมนาคมในไทยได้รับการพัฒนาเชื่อมโยงกับเครือข่ายการขนส่งของประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค ทำให้ประเทศไทยเป็นประตูสำหรับการนำเข้าและส่งออกของประเทศต่างๆ ในภูมิภาค 2.โครงการแลนด์บริดจ์เป็นการแก้ปัญหาความแออัดในช่องแคบมะละกา

ส่วนแผนการดำเนินโครงการแบ่งเป็น 4 ระยะ เริ่มตั้งแต่ปี ค.ศ.2025 ถึง ค.ศ.2040 รูปแบบการหาผู้มาลงทุนและดำเนินการจะเป็นการประมูลแบบนานาชาติ (International Biding) มีระยะเวลาสัมปทาน 50 ปี เป็นสัญญาเดียว ส่วนกลุ่มนักลงทุนที่มาดำเนินการโครงการต้องเป็นกลุ่มนักลงทุนที่มีศักยภาพ ประกอบด้วย สายการเดินเรือ ผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ ผู้ประกอบการและบริหารท่าเรือ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และนักลงทุนภาคอุตสาหกรรม

โดยไทยจะออกกฎหมายใหม่ เพื่อพัฒนาโครงการและพื้นที่โดยรอบโดยเฉพาะ การอำนวยความสะดวกการจูงใจให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนและจากการศึกษาความคุ้มค่าการลงทุนโครงการดังกล่าวผู้ลงทุนจะคืนทุนใน 24 ปี โดยคิดจากรายได้ของการขนส่งสินค้าผ่านท่าเรือเท่านั้น ยังไม่รวมผลตอบแทนที่จะมาจากด้านอื่นๆ