‘กัณวีร์’ ชี้ต้องยกระดับกลไกส่งต่อระดับชาติ (NRM) คัดกรองเหยื่อค้ามนุษย์ ขอบคุณทุกฝ่าย 2 เดือนช่วยคนไทยจากเล้าก์ก่าย 527 คน ระบุต้องทำงานต่อกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติ
วันนี้ 20 ธันวาคม นายกัณวีร์ สืบแสง ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเป็นธรรม เปิดเผยว่า คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน โดยนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ประธานคณะกรรมาธิการฯ ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงกรณีการช่วยเหลือเหยื่อการค้ามนุษย์จากเมืองเล้าก์ก่าย ประเทศเมียนมา ตามที่นายจารุวัฒน์ จิณห์มรรคา รองประธานมูลนิธิอิมมานูเอล ได้ยื่นหนังสือผ่านตนในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการฯ เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2566
ซึ่งมีหน่วยงานทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงแรงงาน มาชี้แจงถึงกระบวนการในการช่วยเหลือคนไทย ที่ขณะนี้ได้กลับมาแล้ว 527 คน รวมถึงการคัดกรองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ตามที่มูลนิธิอิมมานูเอล ร้องเรียนว่า มีผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์บางราย ถูกดำเนินคดีอาญาอย่างไม่เป็นธรรม

“วันนี้ทางกรรมาธิการฯไม่ได้เชิญส่วนราชการมาตำหนิเรื่องการทำงานในกลไกการส่งต่อระดับชาติ หรือ NRM เพราะท่านทำงานอย่างเต็มที่แล้ว โดยเฉพาะการช่วยเหลือคนไทยจากเมืองเล้าก์ก่ายให้ได้กลับมาหลายร้อยคน แต่อาจต้องปรับปรุงการทำงาน ที่ยอมรับว่าในช่วงแรกไม่มีเจ้าภาพที่ชัดเจน จึงต้องทำงานเชิงรุกมากขึ้น”
นายกัณวีร์กล่าวว่า ผ่านมา 2 เดือนที่ตนเองได้หารือต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ขอความช่วยเหลือเหยื่อการค้ามนุษย์จากเมืองเล้าก์ก่าย 116 คน เมื่อวันที่ 19 ต.ค.66 ต้องขอบคุณทุกฝ่ายที่ช่วยคนไทยได้กลับมาแล้ว แต่เชื่อว่ายังเหลืออีกนับพันคนที่อยู่ตามชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งเมียนมา ลาว และกัมพูชา นอกจากการช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์แล้ว รัฐบาลต้องกวาดล้างขบวนการจีนเทา ขบวนการค้ามนุษย์และอาชญากรรมนี้ เพื่อแก้ปัญหาที่รากเหง้า เพราะเป็นจุดเริ่มต้นให้คนไทยถูกหลอกลวงไปทำงานที่ต่างประเทศ ซึ่งผมจะเสนอไปยังรัฐบาลต่อไป
ส่วนกรณีที่มูลนิธิอิมมานูเอล ขอความเป็นธรรมให้คนที่ถูกดำเนินคดีร้ายแรงนั้น นายกัณวีร์ระบุว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็พร้อมให้ความเป็นธรรม และทางคณะกรรมาธิการจะติดตามเพื่อให้เกิดความยุติธรรมกับผู้เสียหายด้วย

“กลไกการส่งต่อระดับชาติ เราไม่ได้เชิญส่วนราชการมาตำหนิ เพราะทำงานอย่างเต็มที่ แต่กลไกนี้เพิ่งจัดตั้งมา 1 ปีกว่า ทำเป็นกลุ่มเล็ก แต่กรณีเล้าก์ก่าย มีหลายร้อยคน จึงต้องมีปัญหาเกิดขึ้นบ้าง หลังพบว่าไม่มีเจ้าภาพหลักในการดูแล NRM จึงมาพูดคุยว่าปัญหาอยู่ตรงไหนในการดูแลเหยื่อ”
นายกัณวีร์ได้ขอบคุณภาคประชาสังคม เหยื่อค้ามนุษย์ นำไปอยู่ในเมืองที่เข้าถึงยาก อย่างเช่นในเล้าก์ก่าย อยู่ในพื้นที่ชาติพันธุ์ มีคนไทยนับพันคนที่อยู่พื้นที่ชายแดนเพื่อนบ้าน ไทย-ลาว-กัมพูชา ต้องเตรียมพร้อม ต้องดูต้นเหตุปัญหาจีนไทย เราต้องทำรากเหง้า พี่น้องประชาชนทำให้กลุ่มคนใช้คนไปทำงานต่างประเทศ
“กลไกช่วยเหลือเหยื่อการค้ามนุษย์ ต้องใช้กระบวนการนำเหยื่อมาไว้เป็นศูนย์กลางในการพิจารณา (victim-centered approach) โดยต้องมองข้ามการมองว่าผู้ที่อาจเป็นเหยื่อก่อนการคัดกรองนั้น อาจเป็นผู้ต้องหาได้ กลไกการคัดกรองและการส่งต่อระดับชาติ (National Referral Mechanism-NRM) ต้องถูกยกระดับและพัฒนามาตรฐานให้เป็นสากล

