หน้าแรก การเมือง มติเอกฉันท์ ร...

มติเอกฉันท์ รบ.-ฝ่ายค้าน พร้อมใจโหวตรับหลักการ ร่าง กม.ป.ป.ท. ยกระดับสอบทุจริตในภาครัฐ

20.12.23 | 17:13 น.

เอกฉันท์ สภารับหลักการร่าง กม.ติดดาบ ป.ป.ท. ปราบทุจริต ‘สมศักดิ์’ แจงต้องปรับแก้ให้สอดคล้อง รธน. พร้อมยกระดับการตรวจสอบทุจริต

เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 เป็นประธานการประชุม มีการ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) มาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่. …) พ.ศ. … ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เสนอ และฉบับที่ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) เสนอ

โดย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงรายละเอียดว่า ร่างกฎหมายดังกล่าว ผ่านการแก้ไข 3 ครั้ง เพื่อได้ปรับปรุงกระบวนการไต่สวนข้อเท็จจริงการทำงานที่ล่าช้า และมีปัญหาในทางปฏิบัติในรูปแบบทุจริตที่ซับซ้อน รวมถึงให้กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) มีอำนาจรองรับภารกิจของรัฐ ส่งเสริมสนับสนุนและให้ความรู้กับประชาชนอันตรายในการทุจริตในภาครัฐและเอกชน เพื่อให้ประชาชนรวมตัวรณรงค์ ต่อต้าน ชี้เบาะแสโดยได้รับความคุ้มครองจากรัฐ

นายสมศักดิ์กล่าวต่อว่า ส่วนการแก้ไขล่าสุดเป็นครั้งที่ 4 เพื่อให้ปรับปรุงหน้าที่อำนาจของ ป.ป.ท. ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ รวมถึง พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 ส่วนที่เกี่ยวกับการประพฤติมิชอบให้ครอบคลุมการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่รัฐทุกมิติ ของ ป.ป.ท. รวมถึงสร้างความน่าเชื่อถือของการทำงานในองค์กร เพราะมีหน่วยงานภาครัฐเข้าไปกำกับ โดยแก้ไขเพิ่มเติมประเด็นสำคัญ อาทิ นิยาม ประพฤติมิชอบ ให้ ป.ป.ท. มีอำนาจ รับเรื่อง ไต่สวน ชี้มูลความผิด และให้ครอบคลุมความผิดวินัยเจ้าหน้าที่รัฐทุกเรื่อง ไม่เฉพาะเรื่องประพฤติมิชอบเท่านั้น

นายสมศักดิ์กล่าวด้วยว่า เพิ่มอำนาจขอศาลออกหมายจับผู้ถูกกล่าวหาหลังจาก ป.ป.ท.ชี้มูลความผิด, เพิ่มสิทธิชี้แจงข้อกล่าวหาจนกว่ามีมติชี้มูลความผิด, ให้สิทธิทบทวนมติชี้มูลความผิดของ ป.ป.ท. กรณีมีพยานหลักฐานใหม่ที่เป็นสาระสำคัญ, เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เพื่อสกัดปัญหาการทุจริต ประพฤมิชอบ และตรวจสอบการทุจริตได้ทันสถานการณ์ ที่สอดคล้องกับการประเมินการจัดอันดับของไทย

Advertisement

“ป.ป.ท.ตรวจสอบได้ โดยไม่ต้องรอ ป.ป.ช.มอบหมาย และเริ่มไต่สวนได้ตามกฎหมาย ไม่ต้องตั้งอนุกรรมการไต่สวน สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ ที่ให้ลดมีกรรมการ โดยทำให้เสร็จ 2 ปี ขยายไม่เกิน 3 ปี เพื่อให้การทำงานสำเร็จเร็วในกรอบเวลาและนำมาซึ่งการลงโทษผู้กระทำผิดรวดเร็ว รวมถึงเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนเข้าถึงได้” นายสมศักดิ์กล่าว

ขณะที่ นายวิโรจน์ นำเสนอรายละเอียดว่า ต้องการปรับปรุงเพื่อให้การตรวจสอบการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะประเด็นปัญหาส่วยที่เกิดขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการอภิปรายของสภา พบว่าไม่มี ส.ส.คนใดคัดค้านรายละเอียด ก่อนจะลงมติรับหลักการด้วยเสียงเอกฉันท์ 414:0 เสียงจากนั้นได้ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) จำนวน 25 คน เพื่อพิจารณา