Easy e-Receipt ดีเดย์ 1ม.ค.67 จุลพันธ์ คาดดันจีดีพี 0.18% กระตุ้นศก.ได้ 7 หมื่นล้านบาท

20.12.23 | 18:46 น.

จุลพันธ์ คาด อีซี่ อี-รีซีท กระตุ้น ศก.ได้ 7 หมื่นล้านบาท ดันจีดีพีโต 0.18% แถมไม่จำกัดสิทธิรับเงินดิจิทัล 10,000 บาท

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สำหรับมาตรการลดหย่อนภาษี อีซี่ อี-รีซีท (Easy E-Receipt) ที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-15 กุมภาพันธ์ 2567 ซึ่งลดหย่อนภาษีผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากการซื้อสินค้าและบริการตามการใช้จ่ายจริงสูงสุด 50,000 บาทต่อคน จากผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มนั้น เพื่อกระตุ้นการบริโภคในช่วงต้นปี 2567 ที่ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณประจำปี 2567 ล่าช้า คาดว่าจะเริ่มเบิกจ่ายได้เดือนพฤษภาคม รัฐบาลจึงต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านมาตรการกระตุ้นการบริโภคให้มากที่สุด

“ช่วงต้อนปี 2567 ก็เป็นช่วงที่สำคัญ หากไม่มีมาตรการกระตุ้นก็จะเป็นจุดโหว่ได้ แม้ว่าจะยังเป็นช่วงไฮซีซั่นการท่องเที่ยวก็ตาม แต่ในช่วงสิ้นไตรมาสที่ 1 เชื่อมไปสู่ไตรมาสที่ 2 ของปี 2567 อาจจะมีปัญหาได้ เพราะเป็นช่วงที่พ้นไฮซีซั่นไปแล้ว ก็ต้องรองบประมาณแผ่นดิน การลงทุนและการใช้จ่ายของภาครัฐ ที่กว่าจะเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ก็อย่างที่ทราบกันว่า ประมาณเดือนพฤษภาคม 2567 เพราะฉะนั้นการที่ออกมาตรการกระตุ้นในช่วงต้นปี 2567 ก็เป็นสำคัญ รัฐบาลจึงออกโครงการ อีซี่ อี-รีซีท” นายจุลพันธ์กล่าว

นายจุลพันธ์กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม คาดว่าโครงการนี้จะทำให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจประมาณ 7 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะช่วยดันผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศหรือจีดีพี ให้เติบโตไม่ต่ำกว่า 0.18% เมื่อเทียบกับกรณีไม่มีมาตรการ และยังเป็นแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบฐานภาษีให้เข้ามาสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้นด้วย ซึ่งส่งผลดีต่อการจัดเก็บภาษีของรัฐในระยะยาว

Advertisement

นายจุลพันธ์กล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการแล้ว 4,000 ราย มีช่องทางซื้อสินค้า 116,000 จุดทั่วประเทศ ทางกรมสรรพากรกำลังประสานผู้ประกอบการให้เข้าร่วมโครงการมากขึ้น คาดว่าจะเกิน 1 หมื่นคนแน่นอน ซึ่งจะช่วยเพิ่มช่องทางในการซื้อสินค้าและบริการได้ครอบคลุมทุกลักษณะธุรกิจ

นายจุลพันธ์กล่าวว่า ส่วนสินค้าและบริการไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษี 6 ประเภท ได้แก่ 1.ค่าซื้อสุรา เบียร์ และไวน์ 2.ค่าซื้อยาสูบ 3.ค่าซื้อรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และเรือ 4.ค่าน้ำมันและก๊าซสำหรับเติมยานพาหนะ 5.ค่าสาธารณูปโภค ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า ค่าบริการสัญญาณโทรศัพท์ ค่าบริการสัญญาณอินเตอร์เน็ต และ 6.ค่าเบี้ยประกันวินาศภัย และ 7.ค่าบริการสำหรับบริการที่มีข้อตกลงการให้บริการระยะยาวซึ่งเริ่มต้นก่อนวันที่ 1 มกราคม 2567 หรือสิ้นสุดหลังจาก วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567

“อย่างไรก็ตาม ประชาชนที่จะเข้าร่วมโครงการนี้ ยังสามารถเข้าร่วมโครงการแจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาทของรัฐบาลได้ด้วยถ้าเข้าเงื่อนไขของการแจกเงินดิจิทัล” นายจุลพันธ์กล่าว