09.00 INDEX บทบาทกรรมาธิการ ตำรวจ บทบาท ‘ประชาธิปัตย์’ ต่อรอง
สัญญาณทางการเมืองจากพรรคประชาธิปัตย์มีความชัดเจนเป็นลำดับ ไม่ว่าจะเมื่อเดือนสิงหาคม ไม่ว่าจะในเดือนธันวาคมว่าทิศทางของพรรคประชาธิปัตย์จะเป็นอย่างไร
ชัดเจนว่า 1 ส.ส.จำนวน 21 คนคือผู้กุมอำนาจ อำนาจของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน นายเดชอิศม์ ขาวทอง คือรูปธรรม “อำนาจ”
ขณะเดียวกัน 1 ซึ่งชัดเจนยิ่งกว่านั้นก็คือ จำนวน 21 คนมีจำนวนหนึ่งได้ร่วมในการขานชื่อ นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม
คงจำกันได้ว่าเหตุการณ์เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ไม่ว่าที่ปรากฏ ณ ท่าากาศยาน “ดอนเมือง” ไม่ว่าที่ปรากฏ ณ การประชุมรัฐสภา เกียกกาย ดำเนินไปอย่างไร
อาจมีคำถามว่าบนพื้นฐานทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์เช่นนี้สังคมจะทำความเข้าใจต่อบทบาทของกรรมาธิการตำรวจที่จะบุกขึ้นชั้น 14 ของโรงพยาบาลตำรวจอย่างไร
เนื่องจากประธานคณะกรรมาธิการตำรวจเป็นคนของพรรคประชาธิปัตย์ และร่วมส่วนอยู่ในจำนวน 21 สส.ที่กุมอำนาจภายใต้การนำของ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน นายเดชอิศม์ ขาวทอง
เรื่องนี้ นายชวน หลีกภัย สามารถตอบได้หากปรารถนาจะตอบ
บทบาทของคณะกรรมาธิการตำรวจอันมีส.ส.พรรคประชาธิปัตย์เป็นประธาน ดำเนินไปในกลยุทธ์เดียวกันกับบทบาทของพรรคประชาธิปัตย์ภายหลังการเลือกตั้งเดือนมีนาคม 2562
นั่นก็คือ การต่อรอง นั่นก็คือการใช้ตำแหน่งประธานสภาผู้ แทนราษฎรมาเป็นเครื่องต่อรอง
เมื่อได้ตำแหน่ง “ประธานสภาผู้แทนราษฎร” ย่อมหมายถึงหนทางสะดวกในการเข้าไปยึดกุมตำแหน่งในแต่ละกระทรวง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
นี่เป็นเรื่องที่ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค อ่านทะลุ นี่เป็นเรื่องที่ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค สะสมมาตั้งแต่ยุค นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แล้ว
จึงเด่นชัดว่า พรรคประชาธิปัตย์ในยุค นายจุรินทร์ ลักษณศิษฏ์ หรือในยุค นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ไม่แตกต่างกัน
แม้ว่า นายชวน หลีกภัย จะเป็น “ผู้นำจิตวิญญาณ”หรือไม่
ไม่ว่าจะมองจากด้านของพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะมองจากด้านของพรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าจะมองจากด้านของพรรครวมไทยสร้างชาติ
ไม่ว่าจะมองจากด้านของพรรคพลังประชารัฐ เป็นที่กระจ่าง
ที่เรียกพรรคประชาธิปัตย์เป็น “พรรคอะไหล่” ใกล้เคียง
ยิ่งเป็นพรรคประชาธิปัตย์ในยุคหลังการเลือกตั้งเดือนพฤษภาคม 2566 ยิ่งถูกต้อง บทสรุปจากพรรคเพื่อไทยกับบทสรุปจากพรรคภูมิใจไทยจึงแทบไม่แตกต่างกัน
เนื่องจากสถานะ “พรรคอะไหล่” คือพรรคที่ “รอร่วมรัฐบาล”

