ปิยบุตร ชี้สมรสเท่าเทียม คือตัวอย่าง 2 ขั้วใหญ่ พท.-ก้าวไกล ผนึกกำลัง ทำประชาชนชนะ
เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2566 นายปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการคณะก้าวหน้า ได็เผยแพร่ข้อเขียน เรื่อง [จุดเริ่มต้นของการร่วมมือกันของพรรคการเมืองในการตรากฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน] โดยมีเนื้อหาดังนี้
สภาผู้แทนราษฎรลงมติให้ความเห็นชอบรับหลักการในวาระที่หนึ่ง ของร่างพระราชบัญญัติแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ในส่วนที่เกี่ยวกับการสมรส หรือที่รู้จักกันในชื่อ “สมรสเท่าเทียม”
มติในชั้นนี้ ได้คะแนนถล่มทลาย เกือบทุกพรรคการเมืองเห็นชอบกันถ้วนทั่ว
นี่คือกรณีตัวอย่าง
นี่คือจุดเริ่มต้น
นี่คือสัญญาณ สัญลักษณ์
ของการแสวงหาฉันทามติและสร้างแนวร่วมในการเมืองในระบบรัฐสภา โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของประโยชน์ประชาชนสูงสุด
ผมเฝ้าสังเกตการแสดงความเห็นของผู้สนับสนุนพรรคต่างๆ ในโลกออนไลน์
พบว่า ผู้สนับสนุนของบางพรรค บางคนบางฝ่าย ต่างโต้เถียงกันไปมาว่า นี่คือผลงานของพรรคตน
หากกล่าวให้จำเพาะเจาะจงชัดเจนลงไป ก็คือ ผู้สนับสนุนบางคนของพรรคก้าวไกล และผู้สนับสนุนบางคนของพรรคเพื่อไทย
แน่นอน เราเข้าใจได้ว่า การแข่งขันทางการเมือง ก็ต้องมีการแสวงหาผลงานเพื่อนำไปรณรงค์กับประชาชน
แต่การแข่งขันเช่นว่านี้ ต้องไม่นำพาไปสู่สถานการณ์ที่ในอนาคตจะไม่สามารถแสวงหาความร่วมมือกันของสองพรรคนี้ในการตรากฎหมายได้เลย
เอาตัวอย่างรูปธรรม
อีกไม่กี่เดือน ร่าง พรบ นี้ ก็คงผ่านวาระสามในชั้นสภาผู้แทนราษฎร และไปสู่วุฒิสภา
เราคาดเดาไม่ออกเลยว่า ในชั้นวุฒิสภา จะมีมติอย่างไร เพราะ มีสมาชิกที่หัวเก่าจำนวนมาก
ดังนั้น ในชั้นสภาผู้แทนราษฏรต้องตรึงกำลังให้แน่น หากพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทยจับมือกันแน่นในการตรากฎหมายฉบับนี้ ก็ไม่มีทางที่กฎหมายฉบับนี้จะไม่ผ่าน ใครก็ขวางไม่ได้แน่นอน
ในอนาคต ก็อาจมีกฎหมายฉบับอื่นๆที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชนอีก ซึ่งต้องอาศัยแรงของทั้งสองพรรค
หรือตัวอย่างจากสภาสมัยที่แล้ว เพื่อนสมาชิกก็เคยช่วยกันแสวงหาความร่วมมือจนสำเร็จมาแล้ว
สมัยเมื่อผมยังเป็นผู้แทนราษฎร วันสุดท้ายของการเป็นประธาน กมธ กฎหมายฯ ผมเร่งเอาวาระเรื่องร่างกฎหมายต่อต้านการซ้อมทรมานและอุ้มหาย โดยขอให้ ส.ส.ทุกพรรคช่วยกันผลักดัน แล้ววันรุ่งขึ้น ผมก็พ้นจากตำแหน่งและถูกแบน 10 ปี
เพื่อน ส.ส.ข

