“เศรษฐา” สวมบู๊ตลุยน้ำเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัย อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ลั่นยังไว้ใจไม่ได้แม้ฝนหาย เล็งปรับระบบเตือนภัย ป้องกันเหตุซ้ำซาก วอน ประชาชนเชื่อคำประกาศรัฐ บอกไม่อยากมาในช่วงวิกฤต แต่อยากมาดูแลการค้า
เมื่อเวลา 15.40 น. วันที่ 26 ธันวาคม นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เดินทางถึงท่าอากาศยานนราธิวาส โดยมีนายเกรียง กัลป์ตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่าที่ ร.ต.ตระกูล โทธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมหน่วยงานราชการในพื้นที่ ต้อนรับ โดยเมื่อนายกรัฐมนตรีเดินทางถึง ได้ทักทายและถ่ายรูปกับประชาชนที่มารอขึ้นเครื่องภายในสนามบิน
สำหรับภารกิจ จุดแรก นายกรัฐมนตรีเดินทางมายังศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ตั้งอยู่ภายในที่ว่าการอำเภอระแงะ เพื่อเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจผู้ประสบอุทกภัย ซึ่งภายในศูนย์พักพิงแห่งนี้ ทั้งผู้สูงอายุและเด็กเข้าพักพิงกว่า 200 คน
โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์น้ำในพื้นที่เริ่มลดลง ซึ่งวันนี้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย ได้ลงมาดูแล เข้าใจว่าน้ำมาเร็ว มาแรง และมาเยอะกว่าปกติ แต่การระบายก็เป็นไปได้ด้วยดี ขณะที่รัฐบาลเองต้องพยายามทำงานให้ดีขึ้น ในแง่ของการเตือนภัย เนื่องจากปัญหานี้เกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ พร้อมกับกำชับเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องขอให้ดูแลประชาชนที่เดือดร้อนให้ดี
จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้มอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ ก่อนที่จะทักทายให้กำลังใจกับผู้สูงอายุและผู้ประสบภัย พร้อมพูดคุยกับทีมแพทย์ที่มาตั้งหน่วยบริการสาธารณสุข

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังมอบยาอาหารสัตว์พระราชทาน ที่ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แก่ตัวแทนเกษตรกรในพื้นที่ และได้เยี่ยมโรงครัวของกองทัพบกที่มาตั้งรถให้บริการอาหารกับผู้ประสบภัย
จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่ชุมชนเขตเทศบาลตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ซึ่งอยู่ใกล้กับคลองตันหยงมัส และเป็นพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมบ้านเรือนของประชาชน โดยนายกรัฐมนตรีได้สวมรองเท้าบู๊ตเดินลุยน้ำ เพื่อไปพูดคุยกับประชาชนที่ประสบอุทกภัย
นายกรัฐมนตรีเปิดเผยภายหลังการลงพื้นที่ว่า หากย้อนไป 36 ชั่วโมงก่อนหน้านี้สถานการณ์เลวร้ายกว่านี้ ซึ่งบริเวณที่สูงและที่ต่ำมีความแตกต่างกัน การไหลของน้ำลงสู่ทะเลที่รับน้ำเป็นไปด้วยดี และสถานการณ์ขณะนี้คลี่คลาย แต่น้ำมีการสะสมบริเวณปลายน้ำ ซึ่งนายเกรียงจะอยู่ดูแลภาพรวมทั้งหมด เนื่องจากขณะนี้น้ำมาเร็ว ซึ่งตามพยากรณ์อากาศถือว่าโชคดีเนื่องจากจะไม่มีฝนแล้วแต่ก็ไว้ใจไม่ได้ จึงต้องระมัดระวังให้ดี ซึ่งต่อไปจะต้องดูเรื่องระบบเตือนภัยให้ครบวงจร ทำงานเชิงรุกมากขึ้นในการเตือนภัย

เมื่อถามว่า น้ำท่วมครั้งนี้ถือเป็นน้ำท่วมครั้งประวัติศาสตร์หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ถือว่าเยอะที่สุด ซึ่งหากจะโยงการบริหารจัดการในพื้นที่ 3 จังหวัด ในเรื่องของความสงบดีขึ้นแล้ว การค้าขายชายแดนระหว่างเรากับมาเลเซียก็ดีขึ้นแล้ว ซึ่งเหตุการณ์นี้ก็เป็นเหตุการณ์ที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น ซึ่งทุกหน่วยงานพร้อมจัดการ แต่กระทรวงมหาดไทยและสาธารณสุขจะต้องระวังเรื่องโรคระบาดทั้งหลาย
ถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีโครงการแก้ไขปัญหาในระยะยาว เนื่องจากในพื้นที่เกิดอุทกภัยอย่างต่อเนื่อง นายกฯกล่าวว่า จะต้องดูองค์รวมทั้งหมดว่าสามารถแก้ไขได้แค่ไหน และมีโครงการขนาดใหญ่หรือไม่ แน่นอนว่าเรายังไม่อยากให้เกิดปัญหาซ้ำอีกซ้ำแล้วซ้ำซาก และเกิดการสูญเสียชีวิตเกิดขึ้น จึงต้องฝากพี่น้องประชาชน หากมีการเตือนภัยขอให้เชื่อกันหน่อย
“ต้องระวังต่อไป เพราะตอนนี้ยังไม่ใช่ช่วงเวลาที่ปลอดภัยนัก ขอให้ระมัดระวังให้ดี ฟังการเตือนภัยให้ดี ระหว่างนี้กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงสาธารณสุขจะพยายามช่วยดูแลและเยียวยา ขอขอบคุณหน่วยงานรัฐทุกหน่วยงาน ที่ช่วยสละเวลามา และกองทัพเองก็มาทำครัวเคลื่อนที่ ช่วยบรรเทาไปได้มาก” นายกฯกล่าว
นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวกับผู้ว่าฯนราธิวาส ว่า ก็ไม่อยากที่จะมาในเหตุการณ์แบบนี้ อยากจะมาดูแลด้านการค้า เพราะสิ่งต่างๆ กำลังเป็นไปได้ด้วยดีทั้งเรื่องความสงบก็ดีขึ้น ด้านความมั่นคงก็มีการเจรจากับมาเลเซียได้ดีขึ้น พอเราเปิดการค้าชายแดนดีขึ้น ตนก็อยากมาทำกิจกรรมและจัดเทศกาลในพื้นที่ให้มากขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเดินทางลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาส นายกรัฐมนตรีได้นั่งรถ โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ หมายเลขทะเบียน กจ 4544 นราธิวาส
วันเดียวกันนี้ (26 ธันวาคม) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์ข้อความภายหลังลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เพื่อเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจผู้ประสบอุทกภัยว่า มีประชาชนได้รับผลกระทบ 19,624 ครัวเรือน จากสถานการณ์น้ำท่วม 5 จังหวัดภาคใต้ สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส โดย จ.นราธิวาสได้รับผลกระทบมากที่สุด ภาคใต้ตอนล่างปกติมีฝนตกตลอดทั้งปี ซึ่งจะหนักหากมีมรสุมและแรงกดอากาศต่ำเข้ามาพร้อมกันเหมือนขณะนี้ แต่หน่วยงานแจ้งว่าอุทกภัยจะไม่กินเวลานาน เพราะมีการระบายออกทะเลได้ ดังนั้น การระบายน้ำออกจึงเป็นเรื่องสำคัญในตอนนี้ ผมขอให้ทุกภาคส่วนช่วยกันดูแลพี่น้องประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถ ทั้งบรรเทาภัย การให้ความช่วยเหลือ และการแจ้งเตือนประชาชน
“ผมขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกคน โดยท่านเกรียง (กัลป์ตินันท์) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยซึ่งดูกรม ปภ. จะอยู่ในพื้นที่ต่อจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายด้วย” นายกฯกล่าว


