หน้าแรก การเมือง ยกฟ้อง &#8216...

ยกฟ้อง ‘ยิ่งลักษณ์’ อดีตนายกฯย้าย‘ถวิล เปลี่ยนศรี’มิชอบ ชี้ไร้เจตนาพิเศษเอื้อประโยชน์เครือญาติ

27.12.23 | 05:50 น.

ยกฟ้อง’ยิ่งลักษณ์’อดีตนายกฯย้าย‘ถวิล เปลี่ยนศรี’มิชอบ ชี้ไร้เจตนาพิเศษเอื้อประโยชน์เครือญาติ

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สนามหลวง พิพากษายกฟ้องน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีอัยการสูงสุด เป็น โจทก์ ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ กรณีโอนย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และเพิกถอนหมายจับน.ส.ยิ่งลักษณ์ เหตุจำเลยไม่มีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม

โดยศาลฯ วินิจฉัยว่ายังไม่อาจฟังได้ว่าจำเลยมีเจตนาพิเศษและรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยโอนย้ายนายถวิลเพื่อให้ตำแหน่งผบ.ตร.ว่างลง

ภายหลังการอ่านคำพิพากษา นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กล่าวว่า ผลของคำพิพากษาวันนี้ คือ ยกฟ้องอดีตนายกยิ่งลักษณ์ สาระสำคัญ คือ ความเป็นนายกรัฐมนตรีเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของข้าราชการทั้งหมด การโยกย้ายก็เป็นไปตามกฎหมายข้าราชการพลเรือน มาตรา 57 สามารถกระทำได้ ประเด็นที่สองเรื่องการกระทำความผิดทางอาญา ต้องอาศัยเจตนาเป็นสำคัญ ตามมาตรา 59 ในทางไต่สวนไม่ปรากฏว่าไม่มีพยานหลักฐานใด ๆ ที่บ่งชี้ว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ไปกลั่นแกล้งนายถวิล ประเด็นที่สามในเรื่องของคำพิพากษาศาลปกครองและศาลรัฐธรรมนูญ ในส่วนของศาลปกครองเป็นการพิจารณาถึงการโอนย้ายชอบหรือไม่ชอบ ส่วนศาลรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องการพ้นการปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น ไม่มีเรื่องการกระทำผิดทางอาญาจึงไม่อาจนำคำพิพากษาทั้งสองศาลมาฟังว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์กระทำผิดทางอาญา

นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความอีกคน กล่าวว่า กรณีทั้ง 2 ศาลถือว่าเป็นคนละประเด็นที่จะนำมารับฟังให้เป็นที่ยุติว่าการกระทำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นการกระทำผิดทางอาญาหรือไม่ เพราะศาลต้องรับฟังพยานหลักฐานให้แน่ชัดเสียก่อนโดยเฉพาะ 3 ประเด็นใหญ่ๆ ว่าการกระทำที่ผิดทางอาญา ซึ่งทั้ง 2 ศาลยังไม่ได้วินิจฉัย ซึ่งพยานบุคคลฝ่ายโจทก์ของ ป.ป.ช.ที่เป็นข้าราชการประจำอย่างน้อย 2 ปาก ให้การว่าการโอนย้ายนายถวิลเป็นการกระทำที่เป็นปกติ แม้จะมีเวลา 4 วัน แต่ก็ไม่ได้มีพิรุธที่จะไปเร่งด่วน หรือรีบเร่งอะไร

Advertisement

นายวิญญัติกล่าวว่า ประการต่อมา ประเด็นที่ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์มีส่วนในการแทรกแซง สั่งการ ก็ไม่มีพยานใดยืนยันด้วยความชัดเจนว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ไปแทรกแซง สอดรับกับพยานฝ่ายบุคคลที่นำไปไต่สวนต่อศาลก็คือ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ อดีตรองนายกฯ และ น.ส.กฤษณา สีหลักษณ์ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ทั้ง 2 ปากก็ยืนยันว่าอดีตนายกฯไม่มีการสั่งการ และการดำเนินการโยกย้ายนายถวิลเกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนที่จะมีการสมัครใจ หรือโอนย้าย พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี อดีต ผบ.ตร. ไปเป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) 22 วันแล้ว พูดง่ายๆ คือว่าไม่มีความเชื่อมโยงกัน มันห่างกันและสิ้นสุดไปเป็นแต่ละคนไป

นายวิญญัติกล่าวว่า ประเด็นต่อมาที่นำไปสู่การฟ้องคดีนี้คือ ไปเอื้อประโยชน์ให้เครือญาติได้เป็น ผบ.ตร.คือ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ นั้น ศาลก็ฟังว่าไม่มีหลักฐานใดยืนยันว่ามีการเชื่อมโยงอย่างชัดเจน เนื่องจากการโอนย้ายนายถวิลก็ไม่เกี่ยวข้องและไม่เกี่ยวข้องกับการที่คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) มีมติในที่ประชุมแต่งตั้ง พล.ต.อ.เพรียวพันธ์แต่อย่างใด ทั้งหมดจึงเป็นเรื่องที่ศาลมองว่าไม่มีการกระทำแล้วยังไม่มีเจตนาพิเศษด้วย