นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า จากข้อเสนอของนายกษิต ภิรมย์ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่เสนอให้มีการทำเอ็มโอยู เพื่อไม่ให้ทหารเข้ามาปฏิวัตินั้น ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการเตรียมการสร้างความสามัคคีปรองดอง ระบุทหารไม่ใช่คู่ขัดแย้ง และไม่ได้ต้องการออกมาปฏิวัติ แต่ที่ออกมาเพราะประชาชนเห็นชอบ ดังนั้น จึงไม่จำเป็นต้องเซ็นเอ็มโอยู
“ผมมองว่า แนวทางสร้างความปรองดองให้กับประเทศด้วยวิธีลงเอ็มโอยูมันไม่มีผลหรอก ถ้าจะให้ทหารมาลงนามเอ็มโอยูในลักษณะเช่นนั้นจริงๆ ก็จะทำให้ทหารกลายเป็นคู่ขัดแย้งอีก ทั้งยังคิดว่าทหารไม่ใช่คู่ขัดแย้งในสังคมไทย ซึ่งเอาเข้าจริงๆ ทหารเป็นผู้เข้ามาแก้ไขปัญหาให้กับประเทศ เพราะฉะนั้น ถ้าฝ่ายการเมืองคิดว่าจะสร้างความปรองดองได้ด้วยการทำเอ็มโอยูได้จริงๆ ถ้าคิดว่าทำได้ ทำแล้วสบายใจก็ว่ากันไปเลย แต่ในมุมมอง ผมคิดว่าการทำเอ็มโอยูเป็นเพียงสัญญาสุภาพบุรุษเท่านั้น ซึ่งไม่มีผลในทางปฏิบัติเลย และก็ไม่มีผลในทางกฎหมายด้วย ถ้าหากผู้คนในสังคมยังคงละเมิดกฎหมายอยู่ ดังนั้น ถ้าจะให้ได้ผลจริงๆ ก็ต้องควรหากติกาการอยู่ในสังคมร่วมกันได้อย่างไร โดยที่เคารพกฎหมายและกติกาที่วางไว้ นี่ต่างหากถึงจะสร้างความปรองดองได้ผล ทว่าในสังคมไทย ต่อให้มีกฎหมาย หรือกติกาอย่างไรก็ละเมิดได้อยู่ดี” นายนิพิฏฐ์ระบุ
และว่า “ในทำนองเดียวกัน การสร้างความปรองดองในสังคมไทย นอกจากการทำความเข้าใจร่วมกันถึงกฎกติกาแล้ว ยังมีอีก 2 ประการที่นักการเมืองและประชาชนจำต้องเข้าใจเหมือนๆ กัน นั่นคือ 1.จะต้องทำความเข้าใจให้ตรงกันว่าประชาธิปไตยคืออะไร และ 2.ความยุติธรรมในระบอบประชาธิปไตยนั้นเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้น ถ้าไม่ทำความเข้าใจร่วมกันของคนในสังคมถึง 2 ประเด็นข้างต้น คิดว่าต่อให้จะสร้างความปรองดองด้วยวิธีใดก็ตาม สังคมก็ยังมีปัญหาอยู่ดี”

