‘เศรษฐา’ ชู 3.48ล้านล. ลุยฟื้นศก.ชู 6 ยุทธศาสตร์ ขณะที่ก.ก.-ปชป.รุมยำงบ’67

‘เศรษฐา’ ชู 3.48ล้านล. ลุยฟื้นศก.ชู 6 ยุทธศาสตร์ ขณะที่ก.ก.-ปชป.รุมยำงบ’67 ‘ ชัยธวัช’ ซัดจัดไม่ตรงแก้วิกฤต ‘จุรินทร์’ชี้แผนใช้เงินเป็ดง่อย

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 3 มกราคม ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่เป็นประธานที่ประชุม วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 วงเงิน 3.48 ล้านล้านบาท ระหว่างวันที่ 3-5 มกราคม โดยนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวชี้แจงหลักการและเหตุผลของร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2567 ว่า รัฐบาลมีความจำเป็นต้องดำเนินนโยบายงบประมาณขาดดุล เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจให้มีความต่อเนื่อง ประมาณการจัดเก็บรายได้จากภาษีอากร การขายสิ่งของและบริการรัฐพาณิชย์ และรายได้อื่น รวมสุทธิจำนวน 2,912,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.4 จากปีก่อน และหักการจัดสรรภาษีมูลค่าเพิ่มให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตาม พ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนการ กระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม 125,800 ล้านบาท คงเหลือเป็นรายได้สุทธิที่สามารถนำมาจัดสรรเป็นรายจ่ายของรัฐบาล 2,787,000 ล้านบาท และเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ 693,000 ล้านบาท รวมเป็นรายรับ 3,480,000 ล้านบาท เท่ากับวงเงินงบประมาณรายจ่าย จากการเพิ่มขึ้นของประมาณการรายได้ในปีงบประมาณ 2567 จะทำให้รัฐมีรายได้ 2,787,000 ล้านบาท หรือเพิ่มกว่าร้อยละ 11.9 ทำให้รัฐบาลมีการกู้ชดเชยการขาดดุลงบประมาณลดลงจากปีงบประมาณที่ผ่านมา และสามารถตั้งงบประมาณชำระคืนต้นเงินกู้ การชดใช้เงินคงคลัง และการตั้งงบประมาณรายจ่ายลงทุนที่เพิ่มขึ้นได้

นายกฯกล่าวว่า งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 จำแนกตามยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณไว้ 6 ยุทธศาสตร์ 1. ด้านความมั่นคง 390,149.3 ล้านบาทเพื่อให้ประเทศมีความมั่นคง สามารถรับมือกับภัยคุกคามและภัยพิบัติได้ทุกรูปแบบ 2. ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน 393,517.9 ล้านบาท เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในทุกด้าน 3. ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ 561,954.2 ล้านบาท เพื่อให้ประชาชนทุกช่วงวัย มีคุณภาพชีวิตที่ดี 4. การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม 834,240 ล้านบาท เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทุกมิติ 5. ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 131,292.3 ล้านบาท เพื่ออนุรักษ์ ฟื้นฟู และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล และ 6. ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ 604,804.5 ล้านบาท เพื่อให้ระบบการบริหารราชการมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

จากนั้นเวลา 11.30 น. นายชัยธวัช ตุลาธน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร อภิปรายภาพรวมของงบประมาณว่า ฟังนายเศรษฐา

Advertisement

ทวีสิน นายกฯ อ่านคำแถลงประกอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ทำให้นึกถึงบรรยากาศวันที่นายกฯแถลงนโยบายต่อรัฐสภา เพราะเต็มไปด้วยข้อความสวยหรูทุกด้าน เอาภารกิจของทุกหน่วยงานมาเรียบเรียงแล้วบอกว่ารัฐบาลจะทำอย่างไร แล้วผลเป็นอย่างไร เพิ่มเติมคือมีตัวเลขรวมมาให้ในแต่ละยุทธศาสตร์ แต่หากไปดูเนื้อในแล้วกลับเลื่อนลอย จับต้องไม่ได้ สะเปะสะปะ ไม่มียุทธศาสตร์ ไม่มีลำดับความสำคัญ ในวันนั้นนายกฯแถลงนโยบายต่อรัฐสภาและระบุว่าประเทศไทยเผชิญกับวิกฤต 3 ด้าน คือ เศรษฐกิจ, รัฐธรรมนูญ และความขัดแย้งในสังคม แต่เมื่อไปดูแผนรายกระทรวงพบว่ามีปัญหาคือ ไม่มีตัวชี้วัดชัดเจน ไม่สามารถวัดความสำเร็จของนโยบายได้จริง มาดูไส้ในของแผนงานเหล่านั้นพบว่าส่วนใหญ่เป็นโครงการเดิมๆ ที่กระทรวงทำอยู่แล้วทุกปี เป็นเหล้าเก่าในขวดใหม่ บ้างก็ยัดโครงการประจำของกระทรวงเข้ามา ถ้าดูเนื้อในของร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฉบับนี้ จะพบว่าเป็นการจัดสรรงบประมาณที่ไม่ได้ตอบโจทย์อะไรเลย หัวข้ออาจจะสวยหรู แต่ไส้ในตอบไม่ได้ว่าจะบรรลุเป้าหมายอย่างไร แม้กระทั่งนโยบายที่บอกว่าจะให้คนไทยได้มีรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น น่าจะต้องทำประชามติถึง 1-2 ครั้งในปีนี้ แต่รัฐบาลไม่ได้ตั้งงบเอาไว้ ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ของบไป 2,000 ล้าน ได้มาแค่ประมาณ 1,000 ล้าน ส่วนนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต ที่ตอนแถลงนโยบายบอกว่าจะไม่กู้ จะบริหารจากงบปกติ แต่วันนี้ชัดเจนแล้วว่าไม่มีการตั้งงบใดๆ ไว้ในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2567

ต่อมานายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อภิปรายว่า ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2567 เป็นร่างแรกของรัฐบาลชุดนี้ เกิดจากการเอางบปี 2567 ของรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มารื้อทำใหม่หมด ส่งผลให้ปฏิทินงบนี้ล่าช้าไปกว่า 9 เดือน นอกจากช้าเพราะรัฐบาลชุดนี้ใช้เวลาไปตั้งรัฐบาลแบบเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดหลายเดือน แต่หลังคณะรัฐมนตรีมีมติที่จะรื้อ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายงบประมาณชุดที่แล้วก็ใช้เวลาอีกหลายเดือนกว่าจะกลับเข้าสู่สภาได้ ทำให้งบประมาณนี้ไปบังคับใช้ในเดือนพฤษภาคม 2567 ฉะนั้น จึงส่งผลให้งบประมาณฉบับนี้เป็นงบประมาณเป็ดง่อย เพราะงบประมาณ 3.48 ล้านล้านบาท รัฐบาลมีเวลาใช้เงินเพียงแค่ 5 เดือน จากปกติจะใช้ได้ 12 เดือน เท่ากับว่ามีเวลาใช้เงินเพียง 40% นอกจากนั้นประสิทธิภาพในการใช้เงิน โดยเฉพาะงบลงทุนของการกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีเพียง 70% นั่นจึงทำให้งบนี้เป็ดง่อยไม่สามารถเอาไปกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างที่รัฐบาลวาดหวังได้อย่างเต็มร้อย โดยเฉพาะคนใช้งบที่ตอนนี้มีรัฐมนตรีอยู่ 34 คน โลกลืมไปกี่คนแล้ว

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image