เศรษฐา ลุกแจง ย้ำ กอ.รมน.ตั้งใจจริงดับไฟใต้ ลั่นไม่ใช่หมอ ไม่รู้ใครเป็นไบโพลาร์ ‘รอมฎอน’ ลุกโต้

“นายกฯ” ย้ำ “กอ.รมน.” ตั้งใจจริงแก้ปัญหาดับไฟใต้ แม้วิธีแตกต่างกัน พร้อมน้อมรับคำวิจารณ์ เพื่อประโยชน์สูงสุด ลั่น ไม่ได้เป็นหมอ ไม่รู้ใครเป็นไบโพลาร์ ด้าน “รอมฎอน” อ้างไม่ได้ว่าตัวบุคคล

เมื่อวันที่ 4 มกราคม ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มี นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่เป็นประธานที่ประชุมวาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 วงเงิน 3.48 ล้านล้านบาท วันที่ 2

จากนั้นเวลา 14.30 น. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯและ รมว.คลัง ชี้แจงการอภิปรายของนายรอมฎอน ปันจอร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ว่า ขอบคุณสมาชิกที่ให้ข้อคิดเกี่ยวกับงบประมาณของ กอ.รมน. วิธีการบริหารจัดการปัญหาในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งหลายประเด็นก็น่าหยิบยกมาพูดคุย และให้ทีมงานนำไปขยายผลต่อเพื่อปัญหาจะได้ลดลง ทั้งนี้ ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นปัญหาที่สะสมมานาน แต่ถ้าดูจากช่วงระยะหลัง เรื่องของความรุนแรงก็ลดน้อยลงอย่างมีนัยยะ ก็ต้องขอขอบคุณ ส.ส.และตัวแทนของพรรคการเมืองที่เข้าไปมีส่วนร่วมให้เกิดความสงบ พูดคุยกับพี่น้องประชาชนทำให้ปัญหาความรุนแรงลดน้อยลง และขอบคุณฝ่ายความมั่นคง กอ.รมน.ซึ่งท่านอาจจะไม่ค่อยเห็นด้วย แต่ตนเห็นความตั้งใจจริง อาจจะมีวิธีการทำงานที่แตกต่างกันไป แต่ตนเชื่อว่าทั้งตัวท่านเอง ฝ่ายความมั่นคง และ กอ.รมน. ก็มีจุดประสงค์เดียวกันคือต้องการคืนความสงบ และความมั่งคั่งให้พี่น้องสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ทุกคน

นายกฯกล่าวต่อว่า เรื่องนี้ตนเชื่อว่าเป็นเรื่องที่หลายคนให้ความสนใจ และใน 100 วันที่ตนได้ดำรงตำแหน่งนายกฯ ก็ได้มีโอกาสลงไปในพื้นที่ โดยในเดือนพฤศจิกายน นัดเจอนายกฯมาเลเซีย พูดคุยเกี่ยวกับด้านความสงบ ความมั่นคงความเรียบร้อย และปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ ความเชื่อมโยงการค้าระหว่างประเทศของทั้งสองประเทศ ซึ่งจริงๆ แล้วตรงนี้ เรามีการพัฒนากันมาในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสะพานสุไหงโก-ลก 2 การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ การทำให้การเข้าเมืองของทั้งสองฝ่ายดีขึ้น และหลังจากที่มีการยกเลิก ตม.6 ทำให้นักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศไทย 3 หมื่นคน จากหมื่นคน ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โรงแรมเต็มหมด คงไม่เป็นที่แปลกใจว่าถ้าพี่น้องประชาชนมีเงินในกระเป๋า มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เรื่องปัญหาความรุนแรงก็น่าจะลดน้อยลงไป ควบคู่ไปกับการทำงานของฝ่ายความมั่งคงของทั้งสองประเทศ ซึ่งทางมาเลเซีย ก็ชื่นชมมาว่าเรามีพลเรือนเป็นหัวหน้าทีมเจรจา และยินดีที่จะทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง

Advertisement

นายเศรษฐากล่าวว่า ดังนั้นการใส่ใจหรือไม่ใส่ใจ ตนว่าเป็นความคิดของแต่ละคนมากกว่า แต่ตนเชื่อว่า ส.ส.ทุกคนมีความใส่ใจในแง่ของความสงบ ความเรียบร้อยของพี่น้องประชาชนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าใคร ฉะนั้นเรื่องงบของ กอ.รมน.ที่ท่านพูดถึง ตนก็จะน้อมรับไปพิจารณา พูดคุยว่าจะทำอย่างไรต่อไปเพื่อให้มีประโยชน์สูงสุด ส่วนเรื่องว่าถ้ามีความสงบแล้วไม่รู้ว่า กอ.รมน.จะไปทำอะไร ท่านไม่ต้องเป็นห่วง ตนพูดคุยกับ ผบ.ทบ.เรียบร้อยแล้ว มีเรื่องหลายเรื่องที่ท่านอยากทำให้พี่น้องประชาชน เรื่องการแก้ไขอุทกภัย แก้ไขภัยแล้ง ทั้งขุดบ่อเก็บกักน้ำ เมื่อมีภัยพิบัติทางธรรมชาติ ท่านก็มีความตั้งใจจะออกมาช่วยกัน ลงพื้นที่ซ่อมแซมช่วยซ่อมบ้านผู้ประสบอุทกภัย ซึ่ง กอ.รมน.ก็ให้ความใส่ใจ

ส่วนเรื่องของไบโพลาร์ ผมก็ไม่ได้เป็นหมอ ก็ไม่ทราบว่าท่าน เป็นหรือไม่ แต่เท่าที่สัมผัสมาพบว่าเป็นคนที่สม่ำเสมอ และดูเรื่องผลประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้ง และจะมีการประชุมที่หลังบรรลังก์ เกี่ยวกับเรื่องนี้ต่อไป” นายเศรษฐากล่าว

ทำให้นายรอมฎอน ชี้แจงเพิ่มเติมว่า ประเด็นเรื่องไบโพลาร์ว่า ตนไม่ได้วิจารณ์ในแง่ของสุขภาพ แต่เป็นคำเปรียบเปรยถึงความไม่คงเส้น คงวา ของการดำเนินนโยบาย การแปลงไปสู่ภาคปฏิบัติของ กอ.รมน.ที่เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ไม่ได้ละลาบละล้วงไปถึงผู้ใดเป็นการส่วนตัว ส่วนที่นายกฯระบุว่า กอ.รมน.หมดงานจะไปทำเรื่องอื่น ตนก็ยิ่งตกใจคงต้องเตือน ส.ส.คนอื่นๆ ว่าอาจจะต้องรับมือกับ กอ.รมน.ที่เข้าไปยุ่ง ทั้งนี้ อยากให้นายกฯเซ็นรับรองตัวร่าง พ.ร.บ.ยุบ กอ.รมน. กลับมาให้สภาได้พิจารณาต่อ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image