ไม่ซูเอี๋ยกองทัพ “สุทิน” แจงยิบปรับลดกำลังพลต้องดูขวัญกำลังใจ ยก 3 โมเดลปรับลดกำลังพล ชี้ทหารเกณฑ์มีสิทธิได้เครื่องราชฯ เผยยกเรือดำน้ำหวั่นจีนไม่คืนเงิน
เมื่อเวลา 17.55 น. วันที่ 4 มกราคม ที่รัฐสภา ในการประชุมสภา มีนายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภา คนที่หนึ่ง ทำหน้าที่เป็นประธานที่ประชุมวาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 วงเงิน 3.48 ล้านล้านบาท โดยนายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม ลุกขึ้นชี้แจงว่า งบของกระทรวงกลาโหมเดิมเคยคิดว่าสูงแต่พอเทียบกับทุกกระทรวงอยู่อันดับที่ 4 ที่ถามว่ายามวิกฤตทำไมลดเช่นในยุคนี้ จริงๆ แล้วมันคือลด แต่วิธีคิดของกระทรวงกลาโหมอาจไม่เหมือนกระทรวงอื่นๆ เพราะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ประเทศ ประเทศสงบจัดแบบหนึ่ง
แต่ถ้ามีสัญญาณจะมีภัยคุกคามต้องจัดอีกแบบ และต้องดูประเทศที่คิดว่าเป็นภัยคุกคามด้วย ถ้าเขาไปไกลเราต้องจัดสู้ และจริงๆ แล้วเราไม่ลดงบก็เหมือนลด เพราะเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่ลดลง หากเทียบกับงบแผ่นดินที่สูงขึ้น 9% ของกลาโหมเพิ่มเพียง 1.2-1.3% กว่า และถ้าเทียบกับจีดีพีของประเทศแล้ว ประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น อังกฤษ สหรัฐ เขาจัดงบกระทรวงกลาโหมประมาณ 3% ของเราอยู่ที่ 1.2-1.3% เท่านั้น
นายสุทินชี้แจงว่า ส่วนที่ถามเรื่องปฏิรูปกองทัพเรื่องปรับลดกำลังพล ตนตั้งคณะทำงานเรื่องการปรับลดกำลังพลเป็นเรื่องแรกๆ และกระทรวงมีแผนลดลงอยู่แล้วเป็นลำดับ เมื่อตนเข้ามาก็เติมให้ให้ลดลงเร็วกว่าเดิม แต่การปฏิรูปทำรวดเร็วดังใจไม่ได้ ต้องคำนึงถึงขวัญกำลังพลว่ากระทบศักยภาพกำลังรบหรือไม่ ปรับลดปุบปับไม่ได้ต้องใช้เวลา ส่วนอัตรานายพลที่มีอยู่ 700 กว่าคน ในปี’70 จะลดลง 50% เหลือ 300 กว่าคน และจะทำโครงการเออร์รี่รีไทร์ ไม่ถึงปี’70
จะลดลงกว่านี้เยอะและไม่เพิ่มงบประมาณ เพราะถ้าให้นายพลอยู่ต่ออีกสองสามปี จ่ายเงินน้อยกว่าเออร์รี่ ทำให้คนลด งบลด และตนเพิ่งลงนามระเบียบข้าราชการกระทรวงกลาโหม ต่อไปจะมีข้าราชการพลเรือน สวมชุดสีกากีโดยไม่จำเป็นต้องมียศ เหมือนข้าราชการพลเรือนธรรมดา เช่น แพทย์ ธุรการ ภาพกองทัพจะซอฟต์ลง และภาระงบประมาณจะน้อยลง ส่วนที่เพื่อนสมาชิกระบุว่าค่าใช้จ่ายยังสูง คงต้องปลดหลายตำแหน่ง อยากบอกว่าคนไม่ใช่อิฐ กำลังพลจะลดลงในปีต่อๆ ไป
นายสุทินชี้แจงต่อว่า ขณะนี้การปรับลดกำลังพลตนมี 3 โมเดลคือ คือ 1.ยุบหน่วยที่ไม่จำเป็น 2.ควบรวมหน่วยที่มีภารกิจใกล้เคียงกัน และ3.ปิดอัตราบางอัตราหากกำลังพลเกษียณ ก็จะไม่บรรจุเพิ่ม ส่วนเรื่องทหารเกณฑ์ที่อยากให้งดเกณฑ์ทารนั้น อาจจะเป็นการปิดทางตัวเองเหมือนที่เกิดปัญหาเหมือนในสงครามรัสเซียยูเครน พอมีปัญหาก็ต้องมาเกณฑ์ทหารใหม่ ดังนั้นเราจะใช้วิธีปรับลดยอด และขณะเดียวกันก็จูงใจให้เข้ามาสมัครเพิ่มขึ้น จากเดิมแสนคนปีนี้ลดลงเหลือ 8 หมื่นกว่า
และเชื่อว่าหากตนอยู่ 4 ปีอาจมีการสมัครใจเกณฑ์ทหาร 100% โดยมาตรการจูงใจที่จะใช้นั้น ต่อไปนี้เงินเดือนทหารเกณฑ์จะไม่มีการหัก ให้คนที่มาเป็นทหารเกณฑ์ได้ศึกษาต่อเนื่อง และเด็กมีโอกาสรับราชการโรงเรียนนายสิบ บก เรือ อากาศ แม้แต่โรงเรียนพลตำรวจปีนี้ก็ให้โควต้ามาเพิ่ม ต่อไปนี้คณะทำงานสรุปแล้วว่าคนที่มาเป็นทหารเกณฑ์มีสิทธิได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ และไม่เท่านั้นเด็กที่เป็นทหารเกณฑ์มาเป็นทหารประจำการได้มีโอกาสทำงานดีๆ สถาบันคณะวุฒิวิชาชีพจะเข้ามาตีราคาฝีมือให้คุณได้ไปทำงานต่อได้
นายสุทินชี้แจงว่า ขณะที่เรื่องเรือดำน้ำเป็นเรื่องที่มาจากรัฐบาลก่อน ตนเข้ามาแก้ แต่จะแก้อย่างไรก็โดนหมด ถ้าเดินหน้าเอาเรือจีนต่อก็เคยด่าเขาไว้ ถ้าไม่เดินต่อเสนอเอาอย่างอื่นแทน เคยโยนหินถามทางเอาเรือฟริเกตมาแทนก็โดนทั้งสองทาง และเราจ่ายเงินมาหลายงวด ถ้ายกเลิกเขาจะคืนเงินหรือไม่ นอกจากนี้ยังต้องดูที่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศด้วย ไม่ได้ง้อเขา แต่ถ้าคิดอย่างฉลาด ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจร่วมกับจีนสูงถึง 2 แสนล้าน ถ้ายกเลิก 6 พันเสียสองแสนล้านไม่ฉลาด วันนี้ตนได้ส่งหนังสือถามไปยังสำนักงานอัยการสูงสุดว่าข้อตกลงที่ทำกันไว้ ยกเลิกได้หรือไม่ ถ้ายกเลิกแล้วทำต่อทางไหนไม่ผิด ไม่เกินสองวันเราจะได้แนวทางเดิน จะจบอย่างไรรอดูคำตอบจากอัยการสูงสุด
นายสุทินชี้แจงอีกว่า สำหรับงบประมาณสร้างรันเวย์อีอีซีที่บอกว่าทำนอกเรื่อง อยากบอกว่ารัฐบาลขอร้องกองทัพเรือให้ช่วยขับเคลื่อนอีอีซี และรัฐบาลไปสร้างสนามบินในพื้นที่ทหาร จึงต้องให้ทหารตั้งงบ ส่วนที่บอกว่าสุทินดาวน์น้อยนั้น ก่อนหน้านี้เคยดาวน์ 20% แต่ปีนี้ดาวน์ 15% เพราะสำนักงบบอกว่าระยะใช้งบมีแค่ 4 เดือนจึงเป็นคนตัดงบ สำหรับเรื่องที่ดินกองทัพเป็นนโยบายสำคัญที่ตนเข้ามาแล้วจะต้องเอาที่ดินที่กองทัพไม่ได้ใช้คืนให้ประชาชน เช่น เรื่องหนองวัวซอที่มีปัญหา ยืนยันว่านโยบายนี้เราทำจริง ตนตั้งคณะทำงานขึ้นและเช็กทุกสัปดาห์ โดยการให้นำยอดรวมที่ดินมาให้ตนดู
รวมถึงประมาณการณ์ด้วยว่าใน 4 ปีจะเอาที่ดินกองทัพออกมาได้กี่ไร่ ซึ่งเรื่องที่ดินทหารมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนอยู่เยอะ ตนก็เคยเข้าใจคลาดเคลื่อน ส่วนเรื่องที่ดินซึ่งเกี่ยวข้องกับความมั่นคง คือบริเวณแถวชายแดน ที่เมื่อเวลาเกิดสงคราม ทหารต้องตั้งฐานทัพ ผ่านถนนได้ ที่ดินเหล่านี้จะให้ชาวบ้านเข้าไปใช้เลยไม่ได้ ทั้งนี้ 3 เดือนที่ผ่านมาเราทำใกล้เสร็จแล้ว และแจ้งมาแล้วว่าที่ดินหนองวัวซอเกือบหมื่นไร่ กองทัพเรือ 3,000 ไร่ ทัพอากาศ 5,000 ไร่ และหนองบัวลำภูอีก 2,000 ไร่ เป็นเฟสแรก ต่อไปจะทยอยมาอีกเนื่องจากต้องใช้เวลาในการคืนที่ดิน
“ผมมาเป็น รมว.กลาโหม ก็ไม่ลืมจุดยืนเดิม ไม่ลืมตัวตนคนเดิมที่เคยอภิปรายไว้อย่างไร และที่ไม่ลืมที่สุดคือต้องการให้กองทัพทันสมัย ผมเข้ามาก็พยายามทำทุกอย่าง แต่หลายอย่างต้องใช้เวลา และต้องใช้กลยุทธ์ในการปรับเปลี่ยน จึงขอเวลาที่จะต้องพิสูจน์ต่อไป แต่ยืนยันไม่เข้ามาเพื่อซูเอี๋ยหรืออวยกองทัพ” นายสุทินกล่าว

