09.00 INDEX เรียนรู้ ปัญหา จัดซื้อเรือดำน้ำ บทเรียน ใหญ่หลวง กลาโหม
การออกมาตอบคำถามของ นายสุทิน คลังแสง ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สร้างภาพประทับใจเป็นอย่างสูงในทางการเมือง
ไม่เพียงแต่ทำให้เกิด “มิติใหม่”
หากมองจากด้านของ “ทหาร”
หากแต่ยังทำให้ความเชื่อมั่นต่อพรรคเพื่อไทยมีสูงขึ้น
มิได้เป็นเรื่องน่าแปลกใจในการปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมของกองทัพ ของกระทรวงกลาโหมได้อย่างรวดเร็ว
หากในการปรับตัวนั้นก็ยืนยันว่าไม่ลืมเจตจำนงเดิมในทางการเมือง
เนื่องจากรากฐาน 1 ของ นายสุทิน คลังแสง คือรากฐานแห่ง ความเป็นครูซึ่งมีธรรมชาติในการเรียนรู้อยู่แล้วเป็นอย่างดี
รากฐาน 1 คือการเป็น “ประธานวิป” ผู้มากด้วยความจัดเจน
เมื่อประสบเข้ากับปัญหาว่าด้วย “เรือดำน้ำ”ก็มิได้ปิดงำอุปสรรคอันทำให้การก้าวข้ามมีความยุ่งยากและยืนยันหลักการใน การจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้น
โดยการยึดประโยชน์ของกองทัพ
โดยการยึดประโยชน์ของประเทศ ขณะเดียวกัน ก็คำนึงถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อให้ทุกกระบวนการดำเนินไปด้วยความราบรื่น
กระนั้น ในความราบรื่นก็ก่อให้เกิด “คำถาม” สำคัญตามมา
คำถามจากกรณี “เรือดำน้ำ” นั้นดำรงอยู่ภายใต้ความเป็นจริงที่มิอาจปัดปฎิเสธได้อย่างสิ้นเชิง
นั่นก็คือ ประเทศได้ “จ่ายเงิน” ไปแล้วจำนวนหนึ่ง
ไม่ว่าในเรื่องของราคาในการซื้อ “เรือดำน้ำ”
ไม่ว่าในเรื่องการตระเตรียมรากฐานเพื่อรองรับกับการได้ “เรือดำน้ำ”มา
นายสุทิน คลังแสง ยอมรับว่า “รัฐบาลที่ผ่านมาจ่ายไปแล้วหลายงวด ถ้ายกเลิกแล้วได้เงินคืนจะยกเลิกพรุ่งนี้เลย แต่ถ้ายกเลิกแล้วเสียเงินทิ้งเค้าเรียกโง่”
ความเป็นจริงนี้นำไปสู่คำถามอันร้อนแรงว่าเหตุปัจจัยอะไร ทำให้กองทัพเรือ กระทรวงกลาโหม และ “รัฐบาลที่ผ่านมา”ได้ก่อให้เกิด“สัญญา”อันก่อให้เกิดปัญหาและความเสียหาย
ประโยชน์ของกองทัพ ประโยชน์ของประเทศ จึงมิได้อยู่ที่ว่า จะทำความเข้าใจต่อปัญหาและจัดการกับปัญหาอย่างไร จึงจะไม่เกิดความผิดพลาดในลักษณาการเดียวกันนี้ขึ้นอีก
คำถามนี้จึงไม่เพียงแต่เป็นการเรียกร้องต่อกระทรวงกลาโหม ต่อกองทัพเรือ ต่อรัฐบาล “ปัจจุบัน” เท่านั้น
หากที่สำคัญยังเป็นสำนึกความรับผิดชอบของ “รัฐบาล”ก่อน
นายสุทิน คลังแสง จึงมิอาจมองข้ามความผิดพลาดอันเกิดขึ้นจากอดีตและดำรงอยู่อย่างเป็นปัญหาในปัจจุบันได้ เมื่อมองจากสถานะแห่ง“รัฐมนตรี”กระทรวงกลาโหม
บทเรียนนี้มีความสำคัญ ไม่ว่าจะมองจากด้าน “การทหาร”
ไม่ว่าจะมองจากด้าน”การเมือง”

