หน้าแรก การเมือง สภาเปิดฉาก ถก...

สภาเปิดฉาก ถกงบปี’67 วันที่ 3 บรรยากาศเงียบเหงา คาดลงมติวาระแรก 3 ทุ่มคืนนี้

5.01.24 | 10:32 น.

สภาถกงบ 67 ต่อ คาดลงมติวาระแรกได้ 3 ทุ่ม “โสภณ” ชง โยนงบให้ตำรวจเป็นเจ้าภาพปราบยาเสพติดเต็มตัว

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 5 ม.ค. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มี นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่เป็นประธานที่ประชุมวาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 วงเงิน 3.48 ล้านล้านบาท ต่อเนื่องเป็นวันที่สาม บรรยากาศในห้องประชุมเป็นไปอย่างเงียบเหงา มีเพียง ส.ส.ที่ได้คิวอภิปรายในช่วงเช้า เข้ามาภายในห้องประชุมเพื่ออภิปรายตามลำดับเท่านั้น

สำหรับเวลาที่สภาใช้อภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบ ใน 2 วันแรกนั้น ใช้เวลารวมทั้งสิ้น 30 ชั่วโมง 24 นาที แบ่งเป็นคณะรัฐมนตรี (ครม.) ใช้เวลาไป 5 ชั่วโมง 11 นาที, ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ใช้เวลารวม 10 ชั่วโมง 45 นาที และคงเหลือเวลาที่อภิปรายได้ 4 ชั่วโมง 3 นาที ขณะที่ฝ่ายค้าน ใช้เวลารวม 13 ชั่วโมง 46 นาที คงเหลือเวลาที่อภิปราย 6 ชั่วโมง 13 นาที ขณะที่เวลาของประธานในที่ประชุมใช้ไป 41 นาที คงเหลือเวลา 2 ชั่วโมง 18 นาที ทำให้การอภิปรายในวันสุดท้ายก่อนจะลงมติรับหรือไม่รับหลักการร่าง พ.ร.บ.งบ เหลือ 12 ชั่วโมง 35 นาที ทั้งนี้ คาดว่าจะยุติการอภิปรายได้ก่อนเวลา 21.00 น. จากนั้นจะเป็นการลงมติและตั้งคณะกรรมาธิการ เพื่อพิจารณาในวาระถัดไป

จากนั้นนายโสภณ ซารัมย์ ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล อภิปรายถึงวิกฤตยาเสพติดและความอ่อนแอของประชาชน ถ้าเราอยู่ในชนบทเราจะเห็นเด็กหนีเรียนเสพยา ซึ่งเป็นเรื่องที่ร้ายแรงมาก เรื่องนี้รัฐต้องกลับมามอง วันนี้เด็กชั้นประถมศึกษาติดยาเสพติดเพราะหาได้ง่าย และการลงโทษนั้นน้อย ที่ตนมองในตอนนี้คืองบมีความกระจัดกระจายไม่มีการบูรณาการกันจริงๆ ซึ่งแผนงบบูรณาการป้องกัน ปราบปรามและบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด 4,357 ล้านบาท กระทรวงกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้ 10 ล้านบาท กระทรวงแรงงานได้ 20 ล้านบาท ถามว่าเอาไปทำไมเงินเท่านี้แล้วจะไปบูรณาการกับใครได้ ฉะนั้นสิ่งที่ตนเสนอคือ วันนี้ถ้าเราไม่มีเจ้าภาพหลักที่จะแบ่งหน้าที่งานยาเสพติดอย่างชัดเจนก็อย่าหวังว่าจะแก้ปัญหานี้ได้ และอย่างตำรวจที่ดูแลเรื่องนี้งบก็น้อย และขวัญกำลังใจก็น้อย ดังนั้นแล้วอย่างที่บอกถึงแม้งบจะน้อยแต่ถ้าขวัญกำลังใจมีนั้นก็ถือว่างานสำเร็จไประดับหนึ่งแล้ว ดังนั้นตนเสนองานด้านการปราบปรามยาเสพติดขอให้มีเจ้าภาพหลัก คือยกงานป้องกัน ปราบปรามนี้ให้เป็นของตำรวจไปเลยแล้วก็จัดงบให้ ส่วนการนำเข้าทางชายแดนให้เป็นงานของทหาร งานสร้างสุขให้ชุมชนเข้มแข็งให้กระทรวงมหาดไทย ส่วนงานบำบัดให้ทางหน่วยทหารดูแล เพราะเชื่อว่าทหารมีทุกหน่วยในจังหวัดก็ให้ผู้ที่ติดยาเสพติดนั้นไปเข้าค่ายใช้ชีวิตในนั้น และงานรักษาค่อยให้ทางโรงพยาบาลดูแลต่อไป

 

Advertisement