งบปี’67 ฉลุย เพื่อไทยปะทะปชป.วุ่น พาดพิงแม้ว ตั้ง 72 กมธ.ถกต่อ ดันภูมิธรรมนั่งปธ.

งบปี’67ผ่านฉลุย 311 ต่อ 177 เสียง ตั้ง 72 กมธ. นายกฯดัน”ภูมิธรรม”นั่งปธ. ประท้วงวุ่นพท.ปะทะปชป.ปมพาดพิงโทนี่

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 5 มกราคม ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมวาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 วงเงิน 3.48 ล้านล้านบาท ต่อเนื่องเป็นวันที่สาม
น.ส.สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อภิปรายช่วงเกริ่นนำก่อนเข้าเรื่อง เกิดเหตุปะทะคารมกันระหว่างพรรค ปชป.และพรรคเพื่อไทย (พท.) เนื่องจากพาดพิงการดำเนินนโยบายสมัยนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทั้งกรณีการจัดสรรงบประมาณให้แต่ละภาคที่แตกต่างกันตามความนิยมในขณะนั้น อีกทั้งการดำเนินโครงการจำนำข้าวที่ผิดพลาด

น.ส.สุณัฐชากล่าวตอนหนึ่งว่า เงินภาษีทุกบาททุกสตางค์จะต้องได้รับการจัดสรรอย่างเท่าเทียม ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง เนื่องจากเหตุผลทางการเมืองเหมือนในอดีต ที่คนใต้โดนเลือกปฏิบัติเพียงเพราะเหตุผลไม่นิยมชมชอบพรรครัฐบาลในขณะนั้น ตนมีข้อกังวลในการจัดสรรงบประมาณของรัฐบาลเศรษฐี ภายใต้การนำของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ได้รับฉายาว่าเป็นเซลส์แมนสแตนด์ชิน ปฏิเสธไม่ได้ว่ารัฐบาลชุดนี้มีดีเอ็นเอหรือรากเหง้ามาจากพรรคไทยรักไทยที่มีนายใหญ่สายชินเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลในปี 2544 เป็นเจ้าของคำพูดที่ว่าจังหวัดไหนไม่เลือกให้รอการพัฒนาไปก่อน ต่อมาแปรสภาพเป็นพรรคพลังประชาชนและจบด้วยการยุบพรรคที่สุดกลายเป็นพรรค พท. ที่เมินการจัดสรรงบประมาณลงภาคใต้ แต่กลับใช้งบประมาณ 1.39 ล้านล้านบาท ไปกับโครงการจำนำข้าว

จากนั้น นายสรวงศ์ เทียนทอง ส.ส.สระแก้ว และเลขาธิการพรรค พท. ลุกขึ้นประท้วง น.ส.สุณัฐชาที่ทำผิดข้อบังคับและขอให้อภิปรายอยู่ในประเด็นการอภิปรายงบประมาณ อย่าย้อนไปไกลถึงเรื่องในอดีต แต่นายพิทักษ์เดช เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรค ปชป. โต้กลับยืนยันว่า น.ส.สุณัฐชายังอภิปรายอยู่ในประเด็นและไม่ได้ไปกระทบกระเทือนทูนหัวของบ่าว ทำให้นายสรวงศ์ ลุกขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ขอให้นายพิทักษ์เดชถอนคำพูด สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นผลออกมาแล้ววันนี้ จากนั้นนายพิเชษฐ์ได้ตัดบทและอนุญาตให้ น.ส.สุณัฐชาอภิปรายต่อ

Advertisement

กระทั่งเวลา 20.08 น. นายเศรษฐากล่าวปิดการอภิปรายว่า ในนามรัฐบาลขอบคุณประธานและสมาชิกที่ร่วมกันพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2567 แม้การจัดทำร่าง พ.ร.บ.งบจะถูกจัดทำในเวลาที่เร่งด่วน มีงบประจำ งบผูกพันที่รัฐบาลนี้จะต้องดูแลอย่างเป็นธรรม และมีวงเงินที่จำกัด แต่รัฐบาลยังคงให้ความสำคัญกับการมุ่งทำให้ชีวิตประชาชนดีขึ้น ผ่านนโยบายที่ครอบคลุมทั้งเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ทั้งนโยบายระยะสั้น ระยะยาว งบประมาณครั้งนี้มีไฮไลต์สำคัญคือ 4 เพิ่ม 1 ลด คือ 1.เราจัดงบประมาณเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน 2.เพิ่มเงินลงทุนยกระดับชีวิตประชาชน 3.เงินคงคลังเพิ่มขึ้นจากการจ่ายเงินคืนเพื่อรักษาวินัยการเงินการคลัง และ 4.รายได้เพิ่มขึ้น มั่นใจจะขยายฐานภาษีได้จากการจัดเก็บรายได้ให้เป็นธรรม และ 1 ลดคือ จะขาดดุลลดลง จะเป็นการลงทุนทางการเงินที่คุ้มค่า

นายเศรษฐากล่าวว่า ขอให้มั่นใจว่าแม้เหลือเวลาใช้งบปี 2567 ไม่นาน แต่รัฐบาลจะใช้งบอย่างมีประสิทธิภาพ ใช้อย่างรู้คุณค่า มีเป้าหมาย ให้คุ้มกับเงินภาษีของประชาชนทุกบาท ทุกสตางค์ สำหรับความเห็นและข้อเสนอแนะต่างๆ ที่ทุกท่านอภิปรายไว้ ขอฝากให้คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ ที่สภาแต่งตั้งขึ้นไปพิจารณาตรวจสอบรายละเอียดประกอบการจัดทำงบให้เป็นไปโดยรอบคอบยิ่งขึ้น

จากนั้นเวลา 20.11 น. นายวันมูหะมัดนอร์ เปิดให้แสดงตนโดยมีผู้แสดงตนทั้งหมด 493 คน จากนั้นได้เปิดลงให้ลงมติว่าจะรับ หลักการแห่งร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ พ.ศ.2567 หรือไม่ โดยมีผู้เห็นด้วยจำนวน 311 คน ไม่เห็นด้วย 177 คน งดออกเสียง 4 คน ไม่ลงคะแนนไม่มี ก่อนจะตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2567 จำนวน 72 คน แปรญัตติ 30 วัน ประชุมครั้งแรกวันที่ 8 มกราคม เวลา 13.30 น. จากนั้นสั่งปิดประชุมเวลา 20.39 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฯจะส่งนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มานั่งเป็นประธาน กมธ.วิสามัญฯ

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image