09.00 INDEX หมิ่นหยาม เหยียดเย้ย ‘หมิว’ สัญญาณเป็น ‘อื่น’ การเมือง

7.01.24 | 07:31 น.

09.00 INDEX ​​​หมิ่นหยาม เหยียดเย้ย ‘หมิว’ ​​​สัญญาณ เป็น ‘อื่น’ การเมือง

ปฏิกิริยาของสังคมต่อการอภิปรายของ “หมิว” สิริลภัส กองตระการ ในห้วงแห่งการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567 มากด้วยความอ่อนไหว

​เป็นความอ่อนไหวอันสะท้อน “สายบัวบอกลึกตื้น ชลธาร” ออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม

​เนื่องเพราะเป็นการอภิปรายในประเด็น “โรคซึมเศร้า”

​ทั้งมิได้เป็นการอภิปรายในลักษณะแจกแจงให้เห็นว่า “น่ากลัวกว่าที่คาดคิด มันไม่เคยให้เวลาแม้กระทั่งจะได้ร่ำลากัน เราไม่มีทางรู้เลยว่าคนที่กำลังยิ้มและหัวเราะสร้างความสุขให้กับคนที่อยู่ข้างๆ เมื่อหันหลังจากกัน นั่นอาจจะเป็นการหันหลังจากกันไปตลอดกาล”

Advertisement

​หากแต่เป็นการอภิปรายพร้อมกับยกร่องรอยอันเป็นประสบการณ์ “ตรง” ของตนแสดงให้เห็น ขณะเดียวกันยังเป็นการอภิปรายด้วยอารมณ์อย่างลึกซึ้ง

​น่ายินดีที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขแสดงความเห็นใจและเข้าใจ เช่นเดียวกับท่าทีและการขานรับจากกระทรวงสาธารณสุข

​กระนั้น ปฏิกิริยาและท่าทีหยามหยัน เหยียดเย้ยก็ปรากฏขึ้นตามมาอย่างรุนแรง รุกเร้าด้วยเหมือนกัน

ปรากฎการณ์แห่งการเหยียดเย้ย หยามหยัน และวาดภาพให้ “หมิว” น.ส.สิริลภัส กองตระกูล เป็นเหมือน “ตัวตลก” กระทำตนไม่เหมาะสมในระหว่างอภิปรายในที่ประชุมรัฐสภาเข้าใจได้

​เข้าใจได้ว่ามีจำนวนไม่น้อยมาจากรากฐานความเห็น”ต่าง”ในทางการเมืองในลักษณะสะสม

​เพียงได้ยินเสียง เพียงเห็นอาการก็บังเกิดความหงุดหงิด

​เป็นความหงุดหงิดเพราะไม่พอใจต่อพรรคก้าวไกล เป็นความหงุดหงิดเพราะติดในอดีตของ “หมิว” ในห้วงที่เคย “หลุด” เมื่อเป็นโรคซีมเศร้า

​ขณะเดียวกัน แทนที่จะมีความเห็นใจต่อชะตากรรมอัน “หมิว” น.ส.สิริลภัส กองตระการ ได้ประสบ กลับเอาความไม่พอใจ ปมทางการเมืองมาเป็นด้านหลักและกระหน่ำด้อยค่า

​ไม่น่าเชื่อว่าปมเห็นต่างในทางการเมืองจะทำให้เป็นเช่นนี้ได้

สังคมไทยเคยมีประสบการณ์อันเจ็บปวดมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นต่อกรณีเดือนตุลาคม 2516 ไม่ว่าจะเป็นต่อกรณีเดือนตุลาคม 2519 ไม่ว่าจะเป็นต่อกรณีเดือนพฤษภาคม 2535

​ยิ่งกรณีเดือนพฤษภาคม 2553 ยิ่งเป็นรอยแผลในทางสังคม

​ที่เป็นเช่นนั้นล้วนมีรากฐานมาจากความเห็น “ต่าง” ในทางการเมืองล้วนสะสมความเกลียดชิงชังกระทั่งเห็นผู้เห็นต่างดำรงอยู่เป็น “อื่น” ที่สมควรต้องเข่นฆ่าและทำลาย

​นี่ย่อมเป็นสัญญาณ “อันตราย” นี่ย่อมเท่ากับเป็นสิ่งย้ำเตือน