หน้าแรก การเมือง โฆษก รบ. ซัดก...

โฆษก รบ. ซัดกลับฝ่ายค้าน-นักวิจารณ์ ปมเมินร่าง พ.ร.บ.งบ 67 ของเดิม

7.01.24 | 09:15 น.

โฆษก รบ. ซัดกลับฝ่ายค้าน-นักวิจารณ์ ปมเมินร่าง พ.ร.บ.งบ 67 ของเดิม

โฆษกรัฐบาล ซัดกลับฝ่ายค้าน-นักวิจารณ์ ยกปมรัฐบาลเศรษฐา เมินร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2567 รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ทำงบล่าช้า จวกรู้ได้อย่างไรไม่แตกต่าง ชี้ไม่มีใครเคยเห็นร่างฯฉบับปลายรัฐบาลที่แล้วมาก่อน

เมื่อวันที่ 7 มกราคม นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีที่มีข้อวิจารณ์ว่ารัฐบาลนี้ ไม่ยอมรับร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567 ของเดิม ที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จัดทำไว้ว่า ร่าง พ.ร.บ.งบฉบับที่ปลายรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ทำเอาไว้ เคยถูกเสนอกรอบวงเงินงบประมาณให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบเพียงครั้งเดียว รายละเอียดต่างๆ ไม่เคยถูกนำเสนอให้ ครม.หรือสภา หรือสาธารณชนได้รับทราบ

ดังนั้น ที่ฝ่ายค้าน นักวิชาการหรือนักวิจารณ์ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่า รัฐบาลนี้ไม่ยอมรับร่างเดิมที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ทำเอาไว้ และเอากลับไปแก้ไขปรับปรุงใหม่ ให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล เป็นเหตุให้กระบวนการพิจารณางบประมาณรายจ่ายปี 2567 เริ่มต้นนับหนึ่งช้าไป 3-4 เดือน แต่สุดท้ายร่าง พ.ร.บ.งบที่ออกมา ไม่ต่างอะไรกับร่างที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ทำไว้ จึงเป็นเหตุให้ประเทศชาติและประชาชนเสียโอกาสในการได้ใช้งบประมาณปี 2567 ล่าช้าไปจนถึง พ.ค.ปีหน้า

“คำถามคือ ในเมื่อไม่มีใครเคยเห็นร่างฉบับของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ แล้วเอาอะไรมาเปรียบเทียบว่าร่างของรัฐบาลนี้ไม่แตกต่างจากฉบับของปลายรัฐบาลลุงตู่แต่อย่างใด เอาอะไรมาพูด“ นายชัยกล่าว

Advertisement

นายชัยกล่าวว่า การชี้แจงของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ต่อที่ประชุมสภา ถึงการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 วงเงินรวม 3.48 ล้านล้านบาท แม้การจัดทำงบประมาณฯ จะถูกจัดทำภายใต้เวลาที่เร่งด่วน มีงบผูกพันที่รัฐบาลนี้จะต้องดูแลอย่างเป็นธรรม และมีวงเงินที่จำกัด แต่รัฐบาลยังคงให้ความสำคัญกับการมุ่งทำให้ชีวิตประชาชนดีขึ้น ผ่านการทำนโยบายที่ครอบคลุม เศรษฐกิจ สังคม และการเมืองทั้งนโยบายระยะสั้น และนโยบายระยะยาว

“โดยนายกรัฐมนตรีมั่นใจ แม้จะเหลือระยะเวลาการใช้งบปี 2567 ไม่นาน แต่รัฐบาลนี้จะใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ ใช้อย่างรู้คุณค่า ใช้อย่างมีเป้าหมาย ให้คุ้มกับเงินภาษีของประชาชนทุกบาท ทุกสตางค์” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวปิดท้าย