กมธ.ติดตามงบฯ จัดงาน สืบงบ 67 ชวนประชาชนเข้าสภา หวังให้ความรู้ชำแหละงบ
กมธ.ติดตามงบฯ สภา เดินหน้าจัดงาน ‘สืบงบ 67’ ชวนประชาชนเข้าสภา หวังให้ความรู้ชำแหละงบ ‘ณัฐพงษ์’ ห่วงตบทรัพย์แบ่งคนนั่งอนุ กมธ. เอื้อผลประโยชน์ แนะให้แบ่งตามประเด็นกันข้อครหา
เมื่อวันที่ 7 มกราคม ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ นำโดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ในฐานะประธานกรรมาธิการฯ จัดงาน สืบงบ 67 สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการพิจารณางบประมาณของประเทศไทย โดยงานดังกล่าวเป็นการเชิญชวนประชาชนที่สนใจมาร่วมตั้งโจทย์งบประมาณที่อยากรู้ และอยากวิเคราะห์เกี่ยวกับ งบ 67 เช่น งบอุดหนุนเฉพาะกิจของท้องถิ่น, งบแลนด์บริดจ์, งบอุดหนุนเด็ก เป็นต้น และนำไอเดียของประชาชนเหล่านั้น มาวิเคราะห์และนำเสนอว่าสอดคล้องกับนโยบายและตรงกับความต้องการของประชาชนหรือไม่
นายณัฐพงษ์กล่าวว่า วันนี้ได้มีการจัดกิจกรรมเวิร์กช็อปการแปลงไฟล์งบประมาณ การจัดสัดส่วน และการตรวจสอบ ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567 ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกว่า 120 คน เป็นคนที่สนใจเข้ามาแบ่งกลุ่มกัน ช่วยวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งตอนนี้ได้แปลงเป็นไฟล์ Excel แล้ว ตอนนี้ก็มีการจัดกลุ่มในแต่ละด้าน เช่น ด้านการศึกษา สิ่งแวดล้อม คมนาคม จากนั้นจะให้แต่ละกลุ่มนำเสนอข้อมูลว่าได้เห็นอะไรบ้าง ตอบโจทย์ต่อความต้องการและนโยบายที่อยากเห็นหรือไม่
เมื่อถามว่าหลังจากผ่านวาระแรก ชั้นรับหลักการของร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ แล้ว มีอะไรที่ต้องติดตามต่อบ้าง นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ในฐานะ กมธ.ติดตามงบประมาณฯ อยากให้แบ่งอนุกรรมมาธิการ ที่ศึกษารายละเอียด ให้เป็นรายประเด็น ที่ผ่านมาเราจะแบ่งคณะอนุกรรมาธิการ ตามของที่ซื้อ เช่น ส.ส.พิจารณาว่าตึกไหน สร้างแพงไปหรือไม่ คอมพิวเตอร์เครื่องไหนถูกไปหรือไม่ เราคิดว่าเปลี่ยนใหม่ดีกว่า เป็นโครงการไหนที่เหมาะกับปัญหานั้นๆ ของประชาชนมากกว่า
นายณัฐพงษ์กล่าวต่อว่า ประเด็นที่สองที่อยากติดตาม คือความโปร่งใสของข้อมูล ต้องยอมรับว่าข้อมูลที่นำเสนอในอนุกรรมาธิการ มีความละเอียดมากกว่าเอกสารขาวคาดแดง และที่ผ่านมายังเป็นเอกสารกระดาษอยู่ จึงอยากเปลี่ยนข้อมูลในส่วนนี้ให้วิเคราะห์ต่อได้ง่าย ประเด็นที่สาม ปีนี้เป็นปีแรก ที่สภาฯ มีข้อเสนอส่งถึงฝ่ายบริหารได้ในการดำเนินมาตรการที่เป็นประโยชน์ เช่น การจัดสรรงบบางครั้งที่นายกรัฐมนตรี ได้บอกไว้ว่ามาตรการหลายอย่างไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณที่เพิ่มขึ้น แต่ก็ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น เช่น เราอยากให้งบเช่ารถยนต์ในปีต่อๆ ไป เป็นรถอีวีได้หรือไม่ ไม่ต้องใช้งบประมาณเยอะแต่ผลักดันได้หลายเรื่องด้วย
นายณัฐพงษ์กล่าวต่อว่า ตนอยากให้นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ออกมายืนยัน ถึงสิ่งที่ตนเรียกร้องไปในช่วงอภิปราย ที่อยากให้รัฐบาลส่งไฟล์ดิจิทัล เพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณในการพิมพ์ด้วย
ส่วนความกังวลในชั้นกรรมาธิการวิสามัญที่จะเข้าไปผลักดันก่อนเข้าสู่วาระสองของร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ในชั้นนี้ สิ่งที่ ส.ส.ทำได้ คือตัดงบประมาณอย่างเดียว คนที่มีหน้าที่แปลงงบประมาณกลับไปคือฝ่ายบริหาร สิ่งที่เราจะต้องเหน็ดเหนื่อย ในการตัดงบประมาณต่อจากนี้ 2-3 เดือน เราคิดว่าอยากเรียกร้องให้รัฐบาลแปรญัตติกลับมา โดยพิจารณาว่าโครงการใด หรืองบประมาณใดที่จะตอบโจทย์ต่อนโยบายมากขึ้น เราไม่อยากให้สิ่งที่แปรญัตติกลับไปอยู่ที่งบกลางทั้งหมด ให้นายกรัฐมนตรีมีอำนาจในการบริหารจัดการคนเดียว ทำให้สภาฯ ไม่สามารถตรวจสอบได้
เมื่อถามว่าห่วงเรื่องการตบทรัพย์ในชั้นกรรมาธิการหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ค่อนข้างห่วง และเป็นข้อเรียกร้องที่เราบอกว่าการแบ่งอนุกรรมมาธิการในชั้นวิสามัญ ไม่ควรแบ่งตามของที่ซื้อ ที่ผ่านมาพอแบ่งตามของที่ซื้อ ก็จะมีข้อครหาตามมาว่า ใครสนิทกับผู้รับเหมาก่อสร้าง ก็ไปอยู่อนุกรรมาธิการตึกและสิ่งก่อสร้าง ตนคิดว่าเพื่อป้องกันข้อครหา ควรจะเปลี่ยนวิธีการแบ่งอนุกรรมาธิการใหม่ตามประเด็น

