นายกฯ Kick off 30 บาทรักษาทุกที่ ใช้บัตรปชช.ใบเดียว นำร่อง 4 จังหวัด ยกคุณภาพชีวิตที่ดีให้คนไทย อุ๊งอิ๊ง เผยดีใจที่ได้เห็นการต่อยอด จาก 30 บาทรักษาทุกโรคที่อดีตนายกฯทักษิณได้ทำไว้
เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 7 มกราคม ที่ท่าอากาศยานร้อยเอ็ด นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง พร้อมคณะ เดินทางถึงจังหวัดร้อยเอ็ด โดยนายกฯเข้าห้องรับรองเพื่อเปลี่ยนเสื้อ ก่อนเดินทางโดยรถยนต์โตโยต้า อัลพาร์ด สีขาว ทะเบียน จท 101 กรุงเทพมหานคร เดินทางจากท่าอากาศยานร้อยเอ็ด เปิดงาน Kick off “30 บาท รักษาทุกที่” ที่ลานสาเกตนคร หน้าหอโหวด โดยมีน.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมการพัฒนาระบบสุขภาพแห่งชาติ ร่วมงาน โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีส่วนราชการ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน (อสม.)ประชาชนในพื้นที่ 11,101 คน รอต้อนรับเต็มพื้นที่ พร้อมชู “บัตรประชาชนจำลอง”สัญลักษณ์โครงการ “30 บาท รักษาทุกที่” โดย
นายกฯเดินทักทายประชาชนที่มาร่วมงาน ด้วยท่าทียิ้มแย้มแจ่มใส พร้อมกับร่วมถ่ายรูปเซลฟี่กับประชาชน อย่างเป็นกันเอง ช่วงหนึ่งได้ถ่ายรูปกับชาวบ้าน โดยมี น.ส.แพทองธาร เป็นช่างภาพให้ก่อนที่ทั้งคู่จะไปถ่ายรูปร่วมกัน

จากนั้นนายกฯ ได้ชมนิทรรศการ “ประชาชนได้อะไร จากนโยบายบัตรประชาชนใบเดียวรักษาได้ทุกที่” พร้อมรับชมการแสดงชุด Amazing ร้อยเอ็ด นโยบายดีๆเพื่อคนไทย และ VTR “นโยบายบัตรประชาชนใบเดียวรักษาได้ทุกที่
ต่อมาเวลา 18.45 นายเศรษฐา กล่าวทักทายชาวร้อยเอ็ดด้วยสำเนียงอีสาน ว่า “สวัสดีครับพ่อแม่พี่น้อง ผมเศรษฐาเด้อ ซำบายดีบ่” และกล่าวเปิดงานว่า รู้สึกเป็นเกียรติและมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาเปิดงานนโยบาย 30 บาท รักษาทุกที่ ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว ต้องขอบคุณทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนสาขาวิชาชีพต่างๆรวมทั้งประชาชนพี่น้องอสม.ในจ.ร้อยเอ็ด และทุกจ.นำร่อง ที่ช่วยกันขับเคลื่อนนโยบาย 30 บาท รักษาทุกที่ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว นับเป็นสิ่งที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่ทุกภาคส่วนได้ร่วมมือกันผลักดันนโยบายนี้ให้สำเร็จเป็นรูปธรรม และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน การยกระดับระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ให้ประชาชนสามารถใช้บัตรประชาชนใบเดียวเข้ารับ การรักษาในสถานพยาบาลทุกเครือข่ายทั้งรัฐและเอกชน เป็นหนึ่งนโยบายของรัฐบาลที่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาซึ่งให้ความสำคัญกับการเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกคนทุกกลุ่มในทุกพื้นที่

นับเป็นนโยบายเน้นหลักของกระทรวงสาธารณสุข นโยบายนี้ผลักดันให้เกิดการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพจากหน่วยบริการทุกระดับทุกสังกัด เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพที่สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้นด้วยบัตรประชาชนเพียงใบเดียว ยังอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงข้อมูลของบุคลากรทางแพทย์บริการให้เป็นโรงพยาบาลอัจฉริยะนำเทคโนโลยีดิจิทัล ในการจัดบริการสุขภาพแก่ประชาชน ทางไกล ถ้าเราเห็นความสำคัญของพี่น้องประชาชนจึงนำดิจิทัลมายกระดับบริการสุขภาพดิจิทัล โดยคำนึงถึงความปลอดภัยทางไซเบอร์และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นสำคัญ เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนและช่วยลดความแออัดในโรงพยาบาล ลดระยะเวลาการรอคอย และลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประชาชน มีสุขภาพแข็งแรง มีพลังในการดำเนินชีวิตและมีคุณภาพชีวิตที่ดีเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศต่อไป ขอบคุณผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องอีกครั้งช่วยกันขับเคลื่อนนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ ด้วยบัตรประชาชนใบเดียวให้สำเร็จด้วยดีและขอบคุณพี่น้องประชาชนชาวร้อยเอ็ดพี่น้องอสม.และจังหวัดนำร่องที่รับชมผ่านระบบออนไลน์สละเวลามาร่วมงานในวันนี้ขณะนี้ได้เวลาอันสมควรแล้วขอเปิดนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ด้วยบัตรประชาชนใบเดียวณบัดนี้
จากนั้นนายกฯได้เสียบบัตรประชาชนจำลอง คิกออฟ การให้บริการ “30 บาท รักษาทุกที่”ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว โดยเปิดงานพร้อมกัน กับจ.นำร่องให้บริการในระยะแรก ได้แก่ จ.แพร่ เพชรบุรี และจ.นราธิวาส ก่อนถ่ายรูปหมู่กับรัฐมนตรี และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนโครงการ 30 บาทรักษาทุกที่ ซึ่งถือเป็นการเปิดโครงการอย่างเป็นทางการ ก่อนเดินทางกลับกทม.

ด้านน.ส.แพทองธาร กล่าวทักทายชาวร้อยเอ็ดด้วยสำเนียงอีสานว่า “ขอบคุณหลายๆที่มากันคักขนาด”พร้อมกล่าวที่มาที่ไปของโครงการ 30 บาท รักษาทุกที่ว่า วันนี้รู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้มายืนตรงนี้ ได้มาสื่อสารสิ่งที่รัฐบาลกำลังต่อยอดจากนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรคที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนตลอดเวลากว่า 22 ปี วันนี้จะเป็น 1 วันประวัติศาสตร์ของประเทศไทย เพราะระบบสาธารณสุขไทยจะได้รับการยกระดับให้ทันสมัยขึ้นด้วยการใช้เทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้นในแต่ละปีรวบรวมข้อมูลเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ให้ระบบสาธารณสุขดีขึ้นเรื่อยๆ และให้พี่น้องประชาชนได้รับการบริการที่ดีขึ้นมีคุณภาพมากขึ้นเข้าถึงง่ายขึ้น
โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคมีมานานกว่า 22 ปีวันนั้นเราสร้างความเปลี่ยนแปลงให้คนไทยทุกคน สามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้ วันนี้ถึงเวลาแล้วที่เราจะพัฒนานโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรคให้เป็นนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ ทำให้ระบบสาธารณสุขของไทยมีระบบมากขึ้น นอกจากรักษาฟรียังบริการดีทั่วถึงและทันสมัยมากขึ้น
วันนั้นมีนายทักษิณ ชินวัตรเป็นนายกรัฐมนตรี จัดตั้งรัฐบาลได้เพียง 2 เดือนก็เริ่มมีจังหวัดนำร่องในการทำโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ทยอยทำจนครบทั่วทั้งประเทศวันนี้รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน 7 ม.ค.2567 ถือเป็นวันเริ่มต้นนโยบาย โดยนำร่อง 4 จ. คือ แพร่ เพชรบุรีนราธิวาส และร้อยเอ็ด ซึ่งจังหวัดอื่นรอไม่นานจะครอบคลุมทุกประเทศ

“เราจะไม่ต้องรอ เสียเวลาวุ่นวายที่โรงพยาบาลไปหาโรงพยาบาลตามทะเบียนบ้านไม่ต้องเสียเวลาทั้งวันเพื่อไปรอ ไม่ต้องรอรับยานานเกินไปตรวจเลือดซักประวัติก่อนพบหมอ สามารถทำได้เลยในสถานีอนามัย หรือคลินิกใกล้บ้านที่เป็นเครือข่ายสปสช. และในบางกรณีไม่ต้องมาโรงพยาบาลสามารถใช้ telemedicine พูดคุยกับคุณหมอผ่านทางออนไลน์และเมื่อเรารับยาไปสามารถปรึกษากับเภสัชผ่านออนไลน์เห็นหน้าพูดคุยได้ด้วย สามารถทำนัดออนไลน์ ผ่าน แอปพลิเคชั่น หมอพร้อม”
น.ส.แพทองธาร กล่าวอีกว่า เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่านโยบายนี้จะสามารถ เปลี่ยนชีวิตของพี่น้องได้ไปตลอดกาลเหมือนที่ 30 บาทรักษาทุกโรคเลยทำมาแล้ว 22 ปีที่แล้วเราเริ่มที่ 8 เมษายนวันนี้เราเริ่มที่ 7 มกราคม เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปจะทำให้นโยบายของเราสามารถพัฒนาอย่างแข็งแรงขึ้นและแน่นอนว่ารัฐบาลจะสานต่อโครงการที่ดีมากๆอยู่แล้วให้ดีขึ้นมีประสิทธิภาพมากขึ้นตอบโจทย์พี่น้องประชาชน ตามยุคตามสมัยเพิ่มมากขึ้น
ขอขอบคุณ ผู้ที่ผลักดันและสร้าง 30 บาทรักษาทุกโรคทั้ง นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ ผู้ล่วงลับไปแล้ว นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี และการผลักดันของนายกฯทักษิณ ชินวัตร ที่ทำให้ประเทศไทยมี โครงสร้างหลักประกันสุขภาพที่ดี ถ้าไม่มีโครงการ 30 บาทในวันนั้นวันนี้เราคงทำงานได้ยากกว่า แม้ในตอนนั้นจะมีหลายครหาที่ไม่เข้าใจ มีวาทกรรมในแง่ร้ายมากมาย วันนี้ทุกท่านให้เห็นแล้วว่า 30 บาทรักษาทุกโรคได้เปลี่ยนชีวิตของพี่น้องประชาชนได้ดีขึ้นจริงๆนั่นแปลว่านโยบายที่ดีสามารถเปลี่ยนชีวิตของเราได้ วันนี้รัฐบาลกลับมารับไม้ต่อทำให้ 30 บาทรักษาทุกโรคเป็น 30 บาทรักษาทุกที่เราจะไม่หยุดพัฒนานโยบายที่ดีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

