หน้าแรก การเมือง จุลพันธ์ ไม่ห...

จุลพันธ์ ไม่หวั่น ส.ว.จ่ออภิปรายเงินดิจิทัล รับห่วงดอกเบี้ยขึ้นสูง หวั่นภาระตกปชช.

8.01.24 | 17:03 น.

จุลพันธ์ ยัน ดิจิทัลวอลเล็ต เสร็จทัน พ.ค.นี้ หลัง กฤษฎีกา ไฟเขียว ออก พ.ร.บ.เงินกู้ ย้ำ เน้นกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นหลัก เผย เตรียมประชุม คกก.นโยบาย ว่าดำเนินการต่อไปอย่างไร ยินดี ส.ว. จ่อยื่นอภิปราย มั่นใจ รบ. พร้อมชี้แจง-ทำความเข้าใจ

เมื่อเวลา 15.50 น. วันที่ 8 มกราคม ที่รัฐสภา นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวภายหลังจากคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้ตอบคำถามของกระทรวงการคลัง ว่า สามารถออกพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กู้เงิน 500,000 ล้านบาทได้ แต่มีข้อสังเกต และข้อเสนอแนะมาด้วย ในเรื่องของให้ปฏิบัติตามมาตรา 53 และมาตรา 57 ของ พ.ร.บ.วินัย ในเรื่องของความคุ้มค่า เพราะจะต้องมีการประเมินผลได้ทั้งก่อน และหลังโครงการ ในเรื่องของกลไกที่จะเป็นไปตามข้อกฎหมายตามมาตรา 53 คือ ต้องเป็นโครงการที่ดำเนินการในสถานการณ์ที่เศรษฐกิจอยู่ในภาวะวิกฤต จนไม่สามารถตั้งงบประมาณปกติมาดำเนินการได้ ซึ่งก็เป็นภาระหน้าที่ของทางกระทรวงการคลัง แล้วก็เป็นภาระหน้าที่ของคณะกรรมการนโยบายจะดำเนินการให้ครบถ้วน

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ส่วนที่สองที่มีข้อเสนอแนะ คือ เรื่องของการให้รับฟังความคิดเห็นให้รอบด้าน ซึ่งก็คงจะต้องพิจารณาสิ่งที่จะเกิดต่อจากนี้ และคงจะต้องมีการเชิญประชุมคณะกรรมการนโยบายเพื่อที่จะเชิญทุกฝ่ายมา แล้วก็คงต้องรบกวนทางเลขาธิการกฤษฎีกา ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการให้นำเสนอต่อที่ประชุม เพื่อให้ทุกคนทราบถึงคำตอบของคณะกรรมการกฤษฎีกา และสรุปให้ที่ประชุมฟังด้วยว่าในความเห็นนั้น ๆ มีความหมายเช่นไร และควรจะดำเนินการเช่นไรต่อ พวกเราก็ในฐานะกรรมการนโยบายหลังจากประชุมกันแล้ว ก็คงจะต้องมีมติว่าเราจะดำเนินการขั้นต่อไปอย่างไร ซึ่งถือว่าเป็นไปได้ด้วยดีอยู่ในกรอบอำนาจหน้าที่ที่ทำได้ แต่เมื่อมีข้อเสนอแนะมา เราต้องรับฟัง

“เรายังพยายามยืนยันว่า กรอบเวลาจะต้องเป็นไปตามกรอบเดิม คือ เป้าหมายเดิมในเดือนพฤษภาคม ณ ขณะนี้ ยังไม่มีเหตุให้เลื่อน” นายจุลพันธ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า โครงการดังกล่าวจะมาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้หรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า กลไกของดิจิทัลวอลเล็ตเป็นเรื่องของการกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นหลัก ไม่ใช่โครงการสงเคราะห์กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวม เพื่อให้ภาวะเศรษฐกิจประเทศไทยกลับไปสู่ระดับการเติบโตที่เต็มศักยภาพ นี่คือจุดมุ่งหมายของรัฐบาล

Advertisement

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ในเรื่องของอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น เราก็ได้แสดงความเป็นห่วงตั้งแต่ปลายปีที่แล้วว่า มีการปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นที่ค่อนข้างเร็ว และสูง ซึ่งเกิดกระทบกับพี่น้องประชาชนในวงกว้าง เมื่อมีตัวเลขในเรื่องของผลกำไรของกลุ่มธนาคาร ซึ่งส่วนหนึ่งก็เป็นภาระที่ตกกับประชาชน แต่แน่นอนว่า กลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจแบ่งแยกกันทั้งส่วนของรัฐบาล และธนาคารแห่งประเทศไทย

เมื่อถามถึงโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ประเด็นที่ ส.ว.จะขอยื่นอภิปรายแบบไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 153 นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เป็นสิทธิและหน้าที่ ซึ่งตนยินดี เพราะรัฐบาลมีหน้าที่ชี้แจง และทำความเข้าใจอยู่แล้ว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง