หน้าแรก การเมือง ศิริกัญญา เสน...

ศิริกัญญา เสนอถ่ายทอดสด กมธ.งบ’67 รับแพ้มาทุกปี ปีนี้ขอสู้ต่อ ดักทางรบ. เทเพิ่มงบกลาง

8.01.24 | 16:53 น.

“ศิริกัญญา” เตรียมเสนอที่ประชุมงบ 67 ถ่ายทอดสดการพิจารณา กังวลตัดงบส่วนอื่นไปใส่ในงบกลาง หนุนตั้งอนุกมธ. พิจารณาตามยุทธศาสตร์

เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 8 มกราคม ที่รัฐสภา น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมกมธ.ฯ ว่า หลังจากที่ได้พิจารณาในวาระ 1 แล้ว มีส.ส.หลายคนพูด และมีข้อกังวลงบประมาณในเรื่องของการตั้งงบประมาณไว้อย่างไม่เพียงพอ ในหลายกรรมหลายวาระ ซึ่งรวมแล้วมีจำนวนค่อนข้างมาก ที่จำเป็นจะต้องใช้งบกลางในการดำเนินโครงการ ซึ่งงบกลางอาจจะตั้งไว้อย่างไม่เพียงพอ ที่จะไปสนับสนุนโครงการต่างๆเหล่านั้นได้ ไม่ว่าจะเป็นงบบำเหน็จบำนาญข้าราชการ เงินเดือนข้าราชการที่จะต้องเพิ่มขึ้นในปีนี้อีก 10% เรื่องของการชดเชยผู้ประกอบการรถอีวีต่างๆ ซึ่งตรงนี้จะเป็นปัญหาในท้ายที่สุดว่าเราจะเอางบกลางมากขนาดนั้นมาจากไหน ระดับแสนล้านบาท

“ดิฉันจึงมีความกังวลว่า ในการที่จะพิจารณางบประมาณ ตัวกรรมาธิการ หรืออนุกรรมมาธิการพยายามจะตัดลดงบประมาณ ในท้ายที่สุดคงจะมีการโหวตเพื่อให้แปรญัตติ เอาเงินที่ตัดมาได้ไปใส่ในงบกลาง เหมือนเดิมหรือไม่ อย่างที่เคยกระทำมา จึงทำให้เราชั่งใจกันอยู่ว่า เราจะมีส่วนร่วมในการตัดลดงบประมาณในปีนี้หรือไม่อย่างไร เพราะเราเห็นจุดมุ่งหมายปลายทางของมันแล้วว่าจะไปอยู่ตรงไหน ดังนั้นการพิจารณางบในครั้งนี้เราจึงเน้นไปที่กระบวนการของการจัดทำงบ โดยเป็นการให้ข้อเสนอแนะในเรื่องของการปรับปรุงกระบวนการ โดยในที่ประชุมดิฉันจะมีการเสนอให้ถ่ายทอดสดการประชุมกมธ.งบฯ คงจะต้องลองสู้กันอีกสักครั้ง หลังจากสู้มาทุกปี แต่ไม่เคยสำเร็จสักที เพราะตรงนี้จะทำให้ประชาชน สามารถติดตามได้ในเชิงลึกว่า ในกรรมาธิการคุยอะไรกัน และมีผลต่อชีวิตพวกเขาอย่างไรบ้าง คงต้องดูว่า ข้อเสนอต่างๆ ของการใช้งบประมาณที่กมธ.แต่ละท่าน หรือจากคำชี้แจงของหน่วยงานราชการต่างๆ จะไปในทิศทางใด เราคงต้องสู้ในทางนี้อีกครั้ง “ น.ส.ศิริกัญญา กล่าว

เมื่อถามว่า เห็นด้วยกับข้อเสนอของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ที่เสนอให้แบ่งอนุกรรมาธิการโดยใช้ยุทธศาสตร์จะเป็นไปได้หรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า คาดหวังว่าเราคงจะทำได้แบบนั้น เพราะอนุกรรมธิการที่ผ่านมาจะเป็นการพิจารณารายรายการ ว่าเรามีการใช้คอมพิวเตอร์กี่เครื่อง เครื่องละกี่บาท มีการพิจารณาว่าเราจะสร้างตึกกี่หลัง หลังละกี่บาท โดยไม่ได้มีการพิจารณาเรื่องความคุ้มค่าของโครงการ จึงเห็นว่าควรจะต้องมีการตั้งอนุกรรมมาธิการตามยุทธศาสตร์การจัดสรรทั้ง 6 ด้าน ซึ่งจะเป็นทางออกที่ดีกว่าการที่เอาแต่ละโครงการมาฉีกเป็นชิ้นๆ แล้วให้ไปอยู่ในแต่ละอนุกรรมาธิการ