‘ทวี สอดส่อง’ ปธ.พิธีสวดอาลัย ‘รองปธ.มติชน’ คืนที่ 6 ยก เป็นผู้กระตุ้นแก้ปมแดนใต้
เมื่อวันที่ 8 มกราคม ที่ศาลา 5 วัดโสมนัสราชวรวิหาร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศพิธีสวดพระอภิธรรม นายเรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์ หรือ ‘อาจารย์ปั๋ง’ รองประธานบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) และอดีตบรรณาธิการหนังสือพิมพ์มติชน เป็นคืนที่ 6 หลังเสียชีวิตอย่างสงบเมื่อวันที่ 2 มกราคม ที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาล กรุงเทพฯ เมื่อเวลา 13.21 น. จากโรคมะเร็งตับ สิริอายุได้ 80 ปี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีบุคคลและองค์กรต่างๆ ส่งพวงหรีดอาลัย และเดินทางเข้าร่วมพิธีอย่างต่อเนื่อง โดยในวันนี้ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นเจ้าภาพในการสวดพระอภิธรรมซึ่งมีขึ้นในเวลา 18.00 น.
เวลา 18.00 น. พ.ต.อ.ทวีเป็นประธานในพิธี จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย จุดธูปบูชาธรรม และจุดธูปเครื่องทองน้อย จากนั้นพระภิกษุสงฆ์สวดพระอภิธรรม
โดยผู้ร่วมถวายจตุปัจจัยไทยธรรมมีรายนามดังนี้ นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี, นางสายพิณ พหลโยธิน ประธานฝ่ายหาทุน มูลนิธิเยาวชนคนเก่งในโครงการด้วยรักและห่วงใย, อาจารย์ศศิวิมล นพสุวรรณ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ มูลนิธิเยาวชนคนเก่งฯ, นายธนศักดิ์ หุ่นอารักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานพัฒนาธุรกิจ บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน)

จากนั้น นายจาตุรนต์เป็นประธานทอดผ้าบังสุกุลพระสงฆ์ 4 รูป
พ.ต.อ.ทวี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า โดยส่วนตัวนอกจากติดตามผลงานของนายเรืองชัยในฐานะสื่อมวลชนที่มีอุดมการณ์แล้ว เวลาพบปะกับเครือมติชนก็มักจะได้พูดคุยกับนายเรืองชัยอยู่เสมอ เนื่องจากตอนที่ตนยังเป็นตำรวจ เมื่อมีงานเกี่ยวกับอาชญากรรม ตำรวจกับสื่อมวลชนจะมีความผูกพันกัน เพราะเป็นอาชีพที่ปรากฏบนหน้าข่าวอยู่เป็นประจำ จนกระทั่งสิ่งที่ท่านพยายามฝากฝังไว้ ตนยังทำให้ท่านไม่สำเร็จ

ช่วงหลังตนเคยทำงานเป็นเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เกี่ยวกับปัญหาความขัดแย้งความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ เมื่อท่านเห็นว่าได้ย้ายจากตำรวจ โอนมาสู่กระทรวงยุติธรรม และโอนไปสู่เลขา ศอ.บต. ท่านก็อยากให้ช่วยถ่ายทอด ช่วยเขียนหนังสือสักเล่มหนึ่ง เรื่องมิติการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในสถานการณ์และช่วงเวลาที่ได้ดำรงตำแหน่ง ว่าได้เกิดสิ่งต่างๆ อย่างไรบ้าง เช่น ในช่วงนั้นก็เกิดแนวทางการแก้ปัญหา ที่ปกติคนจะหาทางออกเรื่องไฟใต้ ในยุคนั้นก็พยายามสร้างทางใหม่ คือการเปิดพื้นที่ให้ทุกฝ่ายมีส่วนเป็นเจ้าของพื้นที่ ร่วมกันนำเสนอทางออก นำมาสู่การพูดคุยสันติภาพ เมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2556 จนมีการยึดอำนาจปี 2557 ก็ได้ย้ายมา
“เจอท่านทีไรท่านก็บอกว่า ‘คุณทวีต้องเขียนหนังสือไว้หน่อย’ กำชับเสมอ พอเข้าสู่ช่วงการเมืองผมก็พยายามเขียนถึงสถานการณ์ ปัญหา อุปสรรคและแนวทางการแก้ไข เขียนไว้แล้วยังไม่ได้เผยแพร่สักที เนื่องจากการตัดสินใจแต่ละอย่างในเรื่องภาคใต้ค่อนข้างละเอียดอ่อน มีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เช่น แค่การตัดสินใจว่าจะเปิดพื้นที่ให้พูดคุย ถ้าคนที่ถือปืน คนที่มีผลกระทบรุนแรง หรือผู้สูญเสีย เขามองว่าเราขี้ขลาดในการแก้ปัญหา ทำไมไม่ใชhกำลัง ความเด็ดขาด คือตัวอย่าง”
“การสูญเสียท่านเรืองชัยในครั้งนี้ถือเป็นการสูญเสียครั้งสำคัญในวงการสื่อสารมวลชน นอกจากท่านจะเป็นสื่อมวลชนที่มีอุดมการณ์ ยึดในวิชาชีพแล้ว ยังเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล และสิ่งต่างๆ ที่ท่านได้ทิ้งไว้ถือเป็นประวัติศาสตร์และเป็นสมบัติร่วมกัน การมาร่วมเป็นเจ้าภาพงานศพวันนี้ก็เพื่อระลึกถึงผู้จากไปและให้กำลังใจครอบครัว ที่สำคัญนี่คือสัจธรรม” พ.ต.อ.ทวีกล่าว
พ.ต.อ.ทวีกล่าวอีกว่า ท่านเรืองชัยสร้างคุณูปการไว้หลายอย่าง โดยส่วนตัวเชื่ออย่างยิ่งว่าชื่อของท่านจะเป็นที่ระลึกถึงของคนในรุ่นต่างๆ
ด้านนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนพบปะกับนายเรืองชัยที่ ’มติชน’ เป็นประจำ ท่านทักทายด้วยความคุ้นเคย และเมตตา
“นักหนังสือพิมพ์เก่าหลายคนโดยเฉพาะของมติชนจะมีอัธยาศัยดี ไมตรีจิตที่ดีกับทั้งนักการเมืองและวงการอื่นๆ อีกด้วย พี่เรืองชัยก็เป็นคนหนึ่งที่ทำอย่างนั้น ก็มีความรู้สึกเคารพ และมีความรู้สึกผูกพัน
พี่เรืองชัยเป็นนักหนังสือพิมพ์ที่มีความเป็นนักคิด นักเขียน มีความเปิดกว้างที่จะรับฟังความเห็น มีการส่งเสริมให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ส่งเสริมคนรุ่นใหม่ เป็นกองกำลังของมติชน ทำให้มติชนเป็นสถาบันหนังสือพิมพ์ หรือเครือหนังสือพิมพ์ที่มีคุณภาพมาก ผมรู้จักกันจากที่ผมเป็นนักการเมือง และท่านเป็นนักหนังสือพิมพ์ที่ส่งเสริมประชาธิปไตยด้วย

ส่วนมากจะคุยกัน ถามไถ่กัน เป็นคนที่รู้จักกันมานาน ผมเป็นคนที่เข้าการเมืองเร็ว เป็นผู้นำนักศึกษามาก่อน เป็นนักการเมืองอายุน้อย ก็เลยได้รู้จักกับคนรุ่นใหญ่ๆ อย่างพี่เรืองชัย” นายจาตุรนต์กล่าว
นายจาตุรนต์กล่าวว่า นายเรืองชัยมีความยึดมั่นจากวิชาชีพ ค่อนข้างมั่นคงในหน้าที่ และสามารถปรับตัวเข้ากับยุคสมัย
“ถึงโลกเปลี่ยนไปไวแต่ท่านเหล่านี้จะไม่ตกยุค คิดว่าท่านจะเป็นแบบอย่างให้กับสื่อมวลชนรุ่นใหม่ได้ ท่านก็ทำคุณประโยชน์ให้กับมติชน ให้กับวงการสื่อมวลชน วงการหนังสือพิมพ์ ท่านก็คงภูมิใจ สบายใจที่ได้เห็นคนรุ่นหลังสืบทอดงานของมติชน และงานของวงการสื่อมวลชน วงการหนังสือพิมพ์ ท่านก็คงไปสบายและไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง” นายจาตุรนต์กล่าว
ทั้งนี้ พิธีบำเพ็ญกุศลมีขึ้นที่วัดโสมนัสราชวรวิหาร ศาลา 5 จนถึงวันที่ 10 มกราคม สวดพระอภิธรรมเวลา 18.00 น. พระราชทานเพลิงวันที่ 10 มกราคม เวลา 17.00 น.

