หน้าแรก การเมือง มติ รทสช. เตร...

มติ รทสช. เตรียมยกมือหนุนร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด หวังเร่งจัดการปัญหาให้ประชาชน

10.01.24 | 10:00 น.

‘รทสช.’ มีมติสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ฉบับของ ครม. ที่จะเสนอเข้าสภาสัปดาห์นี้ ผลักดันให้มีกฎหมายจัดการกับแหล่งกำเนิดของฝุ่น PM2.5 ให้เกิดผลสำเร็จ ทำให้อากาศสะอาดแก้ปัญหาให้กับประชาชน

เมื่อวันที่ 9 มกราคม ที่พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรีและโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ แถลงภายหลังการประชุมพรรคว่า ที่ประชุมพรรคมีมติร่วมกันให้สนับสนุนร่าง พ.ร.บ.การจัดการอากาศสะอาด ที่จะเข้าพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎรสัปดาห์นี้ ซึ่งเสนอโดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) พรรคเห็นว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องเร่งผ่านกฎหมายฉบับนี้เพื่อให้ทุกหน่วยงานเข้ามาจัดการฝุ่น PM2.5 ทำให้อากาศสะอาดให้กับประชาชน

นายอัครเดชกล่าวว่า เดิมกฎหมายที่มีอยู่ไม่ครอบคลุมในการบูรณาการของหน่วยงานต่างๆ ในการจัดการกับปัญหาฝุ่น PM2.5 เพราะมีหลายหน่วยงานเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงอุตสาหกรรม กฎหมายเดิมไม่ทันกับสถานการณ์ที่มีผลกระทบด้านอากาศต่อประชาชน การที่รัฐบาลเสนอกฎหมายฉบับนี้เข้าสภาพรรคจึงมีมติร่วมกันในการสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.การจัดการอากาศสะอาด เพื่อให้รัฐบาลมีประสิทธิภาพในการแก้ไขฝุ่น PM2.5 ให้กับประชาชน

โฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติกล่าวอีกว่า กฎหมายถือเป็นเครื่องมือในการจัดการปัญหาของรัฐบาล เมื่อกฎหมายฉบับนี้ออกมาคิดว่าการจัดการฝุ่น PM2.5 จะดีขึ้นอย่างแน่นอน เนื่องจากภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีเครื่องมือในการดำเนินการไปจัดการฝุ่น PM2.5 จากแหล่งกำเนิดมลพิษมลภาวะทางยานยนต์ มลภาวะ หรือฝุ่นที่ข้ามแดนมาจากประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงฝุ่นจากการเผาไร่นา หากมีกฎหมายฉบับนี้บังคับใช้การแก้ไขปัญหาก็จะมีประสิทธิภาพแน่นอน

“ฝุ่น PM2.5 มาจากหลายแหล่งกำเนิด ในแต่ละพื้นที่มีปัญหาฝุ่น PM2.5 ไม่เหมือนกัน เช่น กทม.อาจจะมาจากการขนส่ง เป็นผลมาจากไอเสียที่ปล่อยมาจากเครื่องยนต์ที่มีการสันดาป ในต่างจังหวัดมาจากการเผาไร่นา ในเขตอุตสาหกรรมมาจากโรงงานอุตสาหกรรม ในส่วนของชายแดนฝุ่นจะข้ามมาจากประเทศเพื่อนบ้าน ที่เป็นควันจากไฟป่า ดังนั้น ต้องมีหลายหน่วยงานเข้ามาดูแล จะให้หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเข้ามาจัดการไม่ได้ เพราะแหล่งกำเนิดที่เป็น PM2.5 มาจากหลายแหล่ง จึงต้องอาศัยกฎหมายฉบับนี้บูรณาการจากหลายหน่วยงานมาจัดการให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด” นายอัครเดชกล่าว

Advertisement

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง